แพ้ยาสลบรุนแรง ระเบิดเวลาที่ซ่อนในร่างกาย รพ.วิมุต ชูความพร้อมทีมวิสัญญีแพทย์ พร้อมรับมือทุกภาวะฉุกเฉิน

ท่ามกลางกระแสความกังวลของสังคมเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณี ภาวะแพ้ยาสลบขั้นรุนแรง (Malignant Hyperthermia: MH) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมของกล้ามเนื้อ เมื่อได้รับยาสลบบางชนิด ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งรุนแรง อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาภายในทันที

แม้ภาวะนี้จะพบได้น้อยมาก เพียงประมาณ 1 ในหมื่นถึง 1 ในแสนของการดมยาสลบ แต่ความรุนแรงของภาวะนี้ทำให้การเตรียมพร้อมรับมือเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการมียาเฉพาะทางที่สามารถหยุดยั้งปฏิกิริยาดังกล่าว

นพ.ณัฐคม เจริญคุปต์ วิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า ภาวะ Malignant Hyperthermia ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่วิสัญญีแพทย์ทุกคนต้องเฝ้าระวัง แม้พบได้ไม่บ่อยแต่หากเกิดขึ้นแล้วอาจมีอันตรายถึงชีวิต เพราะเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ร่างกายหยุดเองไม่ได้ กล้ามเนื้อจะเกร็งรุนแรง การเผาผลาญพลังงานพุ่งสูงไม่หยุด อุณหภูมิร่างกายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

และหากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ทั้งไตวายเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดภาวะที่เลือดมีความเป็นกรดสูง ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิต สิ่งที่ทำให้ภาวะนี้แตกต่างจากภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ คือสาเหตุมาจากพันธุกรรม ไม่ใช่ความผิดพลาดของการผ่าตัด จึงเปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ที่ซ่อนอยู่ในยีนของผู้ป่วย

“สัญญาณเตือนสำคัญที่ทีมวิสัญญีแพทย์ต้องเฝ้าระวังในห้องผ่าตัด ได้แก่ ค่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจออก ที่พุ่งสูงผิดปกติ ซึ่งมักเป็นสัญญาณแรกที่เครื่องมือตรวจจับได้ ตามด้วยอาการกล้ามเนื้อกรามแข็งเกร็ง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ และอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น

โดยในการวินิจฉัย วิสัญญีแพทย์ต้องใช้ดุลพินิจและประสบการณ์ทางการแพทย์ เมื่อตรวจสอบแล้วว่าอุปกรณ์ทำงานปกติ แต่ร่างกายผู้ป่วยยังผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากร่วมกับหัวใจเต้นเร็วรุนแรง ก็ต้องสงสัยว่าเป็นภาวะ MH เป็นอันดับแรก แม้อุณหภูมิร่างกายจะยังไม่สูงขึ้นก็ตาม เพราะในระยะแรกของ MH อาการไข้มักเป็นอาการที่ตามมาทีหลัง” นพ.ณัฐคม กล่าว

พร้อมอธิบายเพิ่มว่า เมื่อสงสัยว่าเป็นภาวะ MH ทีมต้องตัดสินใจเริ่มการรักษาทันที โดยอาศัยหลักความปลอดภัยตามมาตรฐานโรงพยาบาล โดยเราจะหยุดก๊าซยาสลบที่เป็นตัวกระตุ้นทันที เปลี่ยนระบบช่วยหายใจทั้งหมด ให้ออกซิเจน 100% แจ้งแพทย์ผ่าตัดถึงสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมสั่งการให้ทีมผสมยาเฉพาะทางและระบายความร้อนไปพร้อมๆ กัน

ดังนั้น ยาเฉพาะทางที่ใช้รักษาภาวะนี้เปรียบเสมือนกุญแจที่ไปปิดก๊อกแคลเซียมที่รั่วไหลในกล้ามเนื้อโดยตรง เมื่อแคลเซียมหยุดรั่ว กล้ามเนื้อที่เคยแข็งเกร็งจะเริ่มคลายตัว การผลิตความร้อนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นพิษต่อเลือดก็จะลดลงตามไป หากไม่มียานี้ การรักษาประคับประคองอื่นๆ แทบจะไม่ส่งผลเลย เพราะเตาเผาภายในร่างกายยังคงทำงานอยู่ที่ระดับสูง

การเตรียมความพร้อมรับมือภาวะ MH ของโรงพยาบาลวิมุต แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. การเตรียมยาและอุปกรณ์ ทั้งยาเฉพาะทางในปริมาณที่เพียงพอ อุปกรณ์ลดอุณหภูมิ และชุดตรวจติดตามพิเศษ และ 2. การเตรียมบุคลากรที่พร้อมแบ่งงานกันทันทีเมื่อประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์ที่ทุกวินาทีมีค่า

จุดแข็งที่ทำให้ โรงพยาบาลวิมุตสามารถรับมือกับเคสที่หายากแต่รุนแรงได้ ไม่ใช่แค่เพียงความรู้ทางการแพทย์ แต่เรายังมุ่งเน้นและเฝ้าระวังการรักษา เพื่อคงประสิทธิภาพมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วย ประกอบกับความพร้อมของเจ้าหน้าที่และบุคลากร ผสานกับนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมไปถึงเครื่องมือและยาทางการแพทย์ที่จำเป็น

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า เพราะการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยคือหัวใจสำคัญของทุกการรักษา และเป็นรากฐานที่โรงพยาบาลวิมุตยึดมั่นมาตลอด เราเชื่อว่าการดูแลแบบใส่ใจไม่ได้วัดกันเพียงแค่ผลลัพธ์การรักษาในกรณีปกติทั่วไป แต่วัดจากความพร้อมในการรับมือกับทุกสถานการณ์ แม้แต่ภาวะฉุกเฉินที่หายาก การลงทุนในสิ่งที่อาจไม่ได้ใช้บ่อย แต่จำเป็นอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ตอกย้ำวัฒนธรรมของโรงพยาบาล ที่เชื่อมั่นว่าทุกชีวิตมีคุณค่า และผู้ป่วยทุกคนควรได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม

การดมยาสลบในปัจจุบัน เรามีมาตรการการดูแลที่มีมาตรฐาน ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่มุ่งพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถมั่นใจได้อีกขั้นได้ด้วยการแจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัว ยาที่ทานประจำ หรือแม้แต่ประวัติของคนในครอบครัวที่เคยได้รับการผ่าตัด เพราะข้อมูลเพียงเล็กน้อยอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แพทย์วางแผนป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ซึ่งมีวิสัยทัศน์การเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพที่คนไทยไว้วางใจในทุกช่วงชีวิต มีการลงทุนเตรียมพร้อมทั้งบุคลากร อุปกรณ์และยาเฉพาะทางที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย

และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเตรียมความพร้อมของทีมวิสัญญีแพทย์ เทคโนโลยีการเฝ้าระวังที่ได้มาตรฐาน และการสำรองยาเฉพาะทางสำหรับภาวะฉุกเฉินที่หายากแต่รุนแรง อาทิ ภาวะไข้สูงรุนแรงจากยาสลบ (Malignant Hyperthermia: MH) ซึ่งแม้จะพบได้น้อยมาก แต่หากเกิดขึ้นต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว

และคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพโดยมุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่พร้อมดูแลคนไทยในทุกช่วงชีวิต ด้วยความรู้ทางการแพทย์ระดับสูง เทคโนโลยี และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจ ภายใต้การเตรียมความพร้อมที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดการรักษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน