‘อะโวคาโด’ ซูเปอร์ฟู้ดสำหรับคนรักสุขภาพ จึงเป็นพืชเกษตรที่เติบโตทางการตลาดอย่างมาก ซึ่งมีทั้งผลผลิตจากพื้นเมืองและนำเข้า โดยประเทศไทยปลูกอะโวคาโดมากที่สุดในภาคเหนือ แต่วันนี้ ที่ราบภาคกลางก็สามารถปลูกอะโวคาโดคุณภาพดีได้กว่า 12 สายพันธุ์
บุญพา รอชัยกุล เกษตรกรเจ้าของสวน DP.Farm ในอ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ล้มล้างความเชื่อที่ว่าภาคกลางปลูกอะโวคาโดไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

DP.Farm สามารถผลิตกิ่งพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับปลูกในภาคกลาง จำนวน 12 สายพันธุ์ พร้อมจำหน่ายอะโวคาโดผลสดซึ่งเป็นสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศ ได้แก่ พันธุ์บรูนี พันธุ์ชมพูสยาม พันธุ์คิวบา พันธุ์แฮส พันธุ์บูธ 7 พันธุ์ปีเตอร์สัน ฯลฯ ให้ผู้สนใจทั่วประเทศ
และสำนักงานเกษตรอำเภออู่ทอง กรมส่งเสริมการเกษตร ได้สนับสนุนให้ DP.Farm เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชเศรษฐกิจ อะโวคาโดในพื้นที่ราบภาคกลางของไทย สู่การพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน
คุณบุญพาเป็นวิศวกรทำงานกับบริษัทข้ามชาติในหลายประเทศ เขาก้าวสู่อาชีพเกษตรหลังเพื่อนรุ่นพี่ชักชวนให้ซื้อที่ดินที่ อ.อู่ทอง เพื่ออยู่อาศัยและทำเกษตรในวัยเกษียณ และสมัครเข้าอบรมความรู้เรื่องการปลูกมะกรูด มะนาว กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จากนั้นใช้เวลาว่างเป็นเกษตรกรในวันหยุด ปลูกมะกรูด มะนาว ฝรั่ง ฯลฯ

พันธุ์เวียดนาม034
ส่วนตัวเขาเชื่อว่าผลไม้ที่ไม่หวานคือไม่อร่อย อะโวคาโดก็เป็นหนึ่งในผลไม้กลุ่มนั้น กระทั่งมีโอกาสไปเที่ยวเวียดนามได้ชิม อะโวคาโด ซึ่งคนเวียดนามชื่นชอบการดื่มสมูทตี้อะโวคาโดกันมาก เพราะเป็นผลไม้มีไขมันดีต่อสุขภาพ และยังเป็นผลไม้ที่ทั่วโลกรู้จัก
ทำให้ตัดสินใจนำมาปลูกที่อู่ทองในหลากหลายสายพันธุ์ อย่างละ 1-2 ต้น ใช้เวลากว่า 3 ปีคัดเลือกอะโวคาโดคุณภาพดีที่เหมาะสมกับพื้นที่ กระทั่งอะโวคาโดอายุ 4 ปี เริ่มเก็บผลผลิตขายได้ ทำรายได้เป็น กอบเป็นกำ จึงขยายพื้นที่การปลูกอย่างจริงจัง
อะโวคาโดมีหลายสายพันธุ์ ‘ชมพูสยาม’ จะมีผลใหญ่ ให้ผลดก รสชาติดี เนื้อคล้ายๆ บัคคาเนียร์ แต่เข้มข้นกว่าติดหวานนิดๆ พันธุ์นี้ได้รับความนิยมจากเกษตรกร และทำต้นพันธุ์ออกจำหน่ายมากที่สุดของสวน แต่ละต้นเกือบร้อยกิ่ง

ต้นชมพูสยาม

ชมพูสยาม
ส่วน อะโวคาโด A034 เป็นสุดยอดอะโวคาโดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเวียดนาม ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้ดี ให้ผลผลิตนอกฤดูได้ตลอดปี ขึ้นอยู่กับการบำรุงและดูแล รูปร่างเรียวยาวแตกต่างจากอะโวคาโดพันธุ์อื่น ปลายผลป่องเล็กน้อย แทรกด้วยเมล็ดขนาดเล็ก

อะโวคาโด A034
เมื่อผลสุกเปลือกจะมีสีเขียวเข้ม มันวาว น้ำหนักเฉลี่ย 300-800 กรัม เนื้อล่อนไม่ติดเปลือก ตัวเนื้อจะมีสีเหลืองสด รสชาติมันปนหวาน เนื้อเนียนหนึบ อร่อยมาก รสสัมผัสเข้มข้นกว่าแฮส และมีกลิ่นหอม เป็นเอกลักษณ์
พันธุ์คิวบา ผลใหญ่ เนื้อเยอะเฉลี่ย 0.5-1.3 กิโลกรัมต่อผล เปลือกหนาสีเขียว ผลสุกเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เนื้อครีมเนียนนุ่ม ละเอียด หนึบเล็กน้อย มีรสมันนำ รสหวานเล็กน้อย, พันธุ์บูธ 7 ดูแลรักษาง่าย ทนต่อโรค ออกผลดก และมีผลขนาดใหญ่ 300-500 กรัม ผิวผลขรุขระ สีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีเหลืองอ่อน รสดี

ส่วนพันธุ์ถูกปากคนไทยน่าจะเป็น พันธุ์ปีเตอร์สัน เพราะรสหวานฉ่ำน้ำนิดๆ เนื้อไม่แห้งเหมือนพันธุ์แฮส และมีข้อดีสามารถเก็บเกี่ยวได้เร็ว ผลดก ปลูกและดูแลรักษาได้ง่าย รสชาติหวานเล็กน้อย

นอกจากนี้ ยังมี พันธุ์บัคคาเนียร์ ผลดก เป็นพวง ปลูกและดูแลรักษาได้ง่าย, พันธุ์พิงก์เคอร์ตั้น เป็นพันธุ์หนัก ผลทรงลูกแพร์ ผิวขรุขระ รูปร่างคล้ายแฮส แตกต่างกันที่จุกของผล ผลดิบสีเขียวเข้ม ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีม่วง รสชาติมัน เนื้อแน่น, พันธุ์บัคคาเนียร์ มีจุดเด่นคือ ให้ผลดกโตเร็ว ขั้วเหนียว ทนทานต่อแรงลม เปลือกหนา เมล็ดเล็ก เนื้อมาก เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2-3 แต่มักเก็บขายจริงจังในปีที่ 4

อะโวคาโดที่ปลูกจะมีผลผลิตทยอยเข้าสู่ตลาดทั้งปี เช่น พันธุ์คิวบา ผลผลิตเข้าตลาดช่วงเม.ย.-พ.ค. พันธุ์ปีเตอร์สัน-ชมพูสยามและ-บรูนี ประมาณพ.ค.-มิ.ย. พันธุ์บัคคาเนียร์อยู่ในช่วงก.ค.-ส.ค. พันธุ์บูธ 7 ประมาณ ต.ค. พันธุ์พิงก์เคอร์ตั้น ประมาณ ธ.ค.
อะโวคาโดต้นไหนเริ่มติดผลแล้วจะขยายพันธุ์ด้วยการทาบกิ่ง เพื่อต้นพันธุ์ที่โตไว โดยปลูกในระยะห่าง 5×5 เมตร หรือ 6×6 เมตร เป็นหลัก ส่วนพันธุ์แลมบ์แฮส พันธุ์มาลูม่าซึ่งมีลักษณะใบชะลูดลง สามารถปลูกในระยะชิดคือ 4×4 เมตรได้
คุณบุญพาใช้หลักการปลูกและดูแล อะโวคาโดเช่นเดียวกับการปลูกมะม่วง แต่การปลูกและดูแลอะโวคาโดง่ายกว่านิดหนึ่ง เพราะแค่ให้น้ำเป็นหลักและใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง เป็นปุ๋ยเคมีสูตร 15-5-25 หรือสูตร 15-5-30 ใส่สลับกับปุ๋ยมูลไส้เดือน ช่วงที่อะโวคาโดติดผลจะบำรุงด้วยการฉีดแคลเซียมโบรอนเพื่อให้ขั้วเหนียว ลดการหลุดร่วง

“อะโวคาโดมีข้อดีเรื่องระยะเวลาการสุก หลังเก็บเกี่ยวพันธุ์ปีเตอร์สันจะสุกใน 3-5 วัน พันธุ์บรูนีจะสุกใน 7-10 พันธุ์บัคคาเนียร์สุกใน 10-15 วัน จึงเหมาะสมต่อการขนส่งสินค้าไปขายในพื้นที่ต่างๆ แตกต่างกันตามระยะทาง” คุณบุญพากล่าว
นอกจากปลูกอะโวคาโดทำเงินแล้ว คุณบุญพาเผยด้วยว่าเขายังประสบความสำเร็จในเส้นทางการเกษตรหลังหันมาปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์หวานแดง ที่สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าไร่ทุกสัปดาห์
การปลูกข้าวโพดจะให้ผลผลิตที่ดีปีละ 5 เดือน ต.ค.-ก.พ. ขณะที่การปลูกข้าวโพดช่วง พ.ค.-ก.ค. มักได้ผลผลิตน้อยเพราะต้นข้าวโพดมักเจอปัญหาราน้ำค้าง ทำให้สินค้าขาดตลาด เขาจึงนำนวัตกรรม “ข้าวโพดรีทอร์ต” (ข้าวโพดนึ่งสุญญากาศระบบสเตอริไลซ์) เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตข้าวโพด เพื่อป้อนเข้าตลาดตลอดทั้งปี

ข้าวโพดรีทอร์ต
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชม DP.Farm ได้ที่หมู่บ้านในดง หมู่ที่ 13 ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โทร./ไลน์ 06-3194-2961
เรื่อง/ภาพ : เทคโนโลยีชาวบ้าน
https://www.facebook.com/technologychaoban/