Cyberbullying ยังไม่หยุด เด็กไทยยังเจ็บ ภาคีเครือข่ายกว่า 20 องค์กร ผนึกกำลังจัดงาน Stop Cyberbullying Day 2026 ชวนสังคมเปลี่ยนจากการมองผ่าน เป็นการลงมือแคร์
เครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย (Thailand Safe Internet Coalition: TSIC) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย
ร่วมกับภาคีเครือข่ายกว่า 20 องค์กร จัดงาน Stop Cyberbullying Day 2026 ภายใต้แนวคิด “CARE Before Share : อย่าชิน อย่าเฉย ต้องแคร์” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อปัญหาการกลั่นแกล้งรังแกทางออนไลน์ (Cyberbullying) และส่งเสริมให้สังคมร่วมกันสร้างพื้นที่ดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน พร้อมชวนคนไทยเปลี่ยนจากผู้เห็นเหตุการณ์ เป็นผู้ช่วยเหลือ

ร่วมสร้างวัฒนธรรมออนไลน์ที่เคารพ ใส่ใจ และไม่เพิกเฉยต่อความรุนแรง ที่เกิดขึ้นบนโลกดิจิทัล โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด CARE Challenge: รู้ทันไซเบอร์บูลลี่
ม.ร.ว.นงคราญ ชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า งาน Stop Cyberbullying Day 2026 ภายใต้แนวคิด “อย่าชิน อย่าเฉย ต้องแคร์” หรือ Care Before Share เป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เรื่องปัญหาไซเบอร์บูลลี่ ซึ่งเป็นประเด็นด้านความปลอดภัยและผลกระทบต่อจิตใจ
โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชนที่เติบโตมากับสื่อดิจิทัล แพลตฟอร์มออนไลน์ และ AI ในยุคที่ทุกคนสามารถสื่อสาร แสดงความคิดเห็น และส่งต่อข้อมูลได้ภายในไม่กี่วินาที สังคมจึงต้องให้ความสำคัญกับการ “คิดก่อนแชร์ แคร์ก่อนส่งต่อ” และไม่ปล่อยให้การกลั่นแกล้งหรือการทำร้ายผู้อื่นบนโลกออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ
“สภาดิจิทัลฯ ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบ โดยการสร้างความตระหนักรู้ด้านพลเมืองดิจิทัล
การคุ้มครองเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ และการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม แพลตฟอร์มดิจิทัล เด็กและเยาวชน เพื่อร่วมกันเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล และทำให้พื้นที่ออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ และเคารพซึ่งกันและกัน” ม.ร.ว.นงคราญ กล่าว
รองศาสตราจารย์จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย กล่าวว่า งาน Stop Cyberbullying Day จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพื้นที่กลางในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และเด็กเยาวชน ในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ตระหนักถึงผลกระทบของ Cyberbullying และร่วมกันหาแนวทางป้องกันและรับมืออย่างเป็นระบบ
“ปีนี้เราใช้แนวคิด CARE Before Share เพราะเชื่อว่าการป้องกัน Cyberbullying เริ่มต้นได้จากทุกคน การคิดก่อนโพสต์ คิดก่อนแชร์ ใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นมากขึ้น บางครั้งคำพูดเพียงไม่กี่คำอาจสร้างบาดแผลในใจไปอีกนาน ขณะที่การแสดงความห่วงใยเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้เช่นกัน” รองศาสตราจารย์จุมพล กล่าว
นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า
ข้อมูลจากรายงานผลการสำรวจดัชนีชี้วัดความปลอดภัยบนสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก (Child Online Safety Index: COSI) ปี 2566 ของสถาบัน DQ Institute ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุ 8–18 ปีทั่วโลกกว่า 70% ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางไซเบอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ขณะที่ประเทศไทยมีเด็กถึง 41% ที่เคยถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายประเทศที่อยู่ที่ 39% สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัว และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นระบบ
สสส. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนสามารถใช้สื่อดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย มุ่งสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้สังคมร่วมกันหยุดการเพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ เปลี่ยนจากการเป็นผู้เห็นมาเป็นผู้ร่วมสร้างวัฒนธรรมดิจิทัลที่เคารพและเห็นคุณค่าของกันและกัน
พร้อมทั้งเดินหน้าขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบายเพื่อคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยสนับสนุนการผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ ซึ่งครอบคลุมการเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศผ่านสื่อออนไลน์ และการกลั่นแกล้งระรานทางไซเบอร์
ปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาในลำดับต่อไป
ด้าน องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ระบุว่า การคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงในโลกออนไลน์เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการพัฒนานโยบายและกฎหมาย การสร้างระบบช่วยเหลือและคุ้มครองที่เข้าถึงได้ รวมถึงการส่งเสริมทักษะความรู้เท่าทันดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเติบโต เรียนรู้ และใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย
ภายในงาน Stop Cyberbullying Day 2026 มีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ CARE Forum เวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางรับมือ Cyberbullying ในยุคดิจิทัล, CARE Challenge การแข่งขันสำหรับเยาวชน, CARE Corner พื้นที่สร้างการเรียนรู้และดูแลสุขภาวะทางใจ
ตลอดจนนิทรรศการจากภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงบนโลกออนไลน์ การจัดงานครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ในการร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเป็นมิตรยิ่งขึ้น
พร้อมส่งต่อสารสำคัญไปยังสังคมไทยว่า “การหยุด Cyberbullying ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน” และการเริ่มต้นง่ายที่สุดอาจเป็นเพียงการ “แคร์ก่อนแชร์”
