ผอ.ยุคใหม่ กับโรงเรียนแห่งความสุข เตรียมเด็ก ให้พร้อม อยู่รอดในโลกยุคใหม่ ผอ.เฟิร์น ชู โครงการ “แก้วฟ้าคาเฟ่” ฝึกทักษะชีวิต-อาชีพจริง ดึงเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดระบบกลับพื้นที่การเรียนรู้

ระหว่างการนำร่องแพลตฟอร์มแนะแนวอัจฉริยะของ ทีมบริษัท โซเชียลสวิชซ์ (Social Switch) จำกัด ที่ โรงเรียนวัดแก้วฟ้า จังหวัดราชบุรี ทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ไปรมา ธรรมกิจวัฒน์ หรือ “ผอ.เฟิร์น” ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดแก้วฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารสถานศึกษายุคใหม่ที่มองการศึกษาอย่างเข้าใจชีวิตจริงของเด็ก

สำหรับ ผอ.เฟิร์น การศึกษาไม่ควรถูกวัดด้วยผลการเรียน หรือเส้นทางเข้ามหาวิทยาลัยเพียงมิติเดียว เพราะเด็กแต่ละคนมีศักยภาพ ความสนใจ และบริบทชีวิตที่แตกต่างกัน การเรียนรู้จึงควรตอบโจทย์เด็กในแบบที่เขานำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

“เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความต้องการในการเรียนรู้ และการสนับสนุนก็ไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญคือเราต้องสอนในสิ่งที่เขาเอาไปใช้ในชีวิตได้จริง” ผอ.เฟิร์นกล่าว

ด้วยแนวคิดนี้ โรงเรียนวัดแก้วฟ้า จึงให้ความสำคัญกับวิชาชีพและทักษะชีวิตอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักออร์แกนิก การทำคาเฟ่ การทำขนม การเย็บปักถักร้อย รวมถึงกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกคิด ฝึกทำ และเห็นผลลัพธ์ของงานจริง บางกิจกรรมยังสามารถสร้างรายได้ให้เด็กระหว่างเรียนได้อีกด้วย

ผอ.เฟิร์นเล่าว่า เธอไม่ได้คาดหวังให้เด็กทุกคนต้องเดินบนเส้นทางวิชาการแบบเดียวกัน แต่อยากให้เด็ก “เอาตัวรอดได้ในสังคม” ส่วนใครจะไปต่อทางวิชาการมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่เด็กแต่ละคนจะเลือกตามความถนัดและเป้าหมายของตัวเอง

สิ่งที่โรงเรียนให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการดูแลเอาใจใส่เด็กอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กจำนวนไม่น้อยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือครอบครัวไม่มีเวลาให้มากพอ โรงเรียนจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เรียนหนังสือ แต่ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นพื้นที่ที่เด็กอยากมา และเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กมีความสุข

ในมุมมองของเธอ บทบาทสำคัญของครูและโรงเรียนคือการช่วยให้เด็กค่อย ๆ ค้นพบตัวเอง เพราะเด็กในวัยเรียนจำนวนมากยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ถนัดอะไร หรือเหมาะกับเส้นทางแบบไหน หลายครั้งเด็กเลือกตามเพื่อนมากกว่าตามความสนใจของตัวเอง

โรงเรียนจึงพยายามออกแบบกิจกรรม ชมรม และการแข่งขันที่หลากหลาย เพื่อให้ครูได้เห็นว่าเด็กแต่ละคนมีความโดดเด่นในด้านใด และสามารถต่อยอดความสามารถเหล่านั้นได้ตามความเป็นจริง มากกว่าการตัดสินเด็กจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “แก้วฟ้าคาเฟ่” พื้นที่เรียนรู้ที่โรงเรียนออกแบบร่วมกับชุมชน เพื่อให้เด็กได้ฝึกทักษะชีวิตและอาชีพจริง พร้อมช่วยดึงเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบให้กลับมาอยู่ในพื้นที่การเรียนรู้อีกครั้ง

โดยนักเรียนมัธยมเข้ามามีบทบาทในหลายส่วน ตั้งแต่ ม.1 ฝึกทำขนมและชงเครื่องดื่ม ม.2 เรียนคอมพิวเตอร์และออกแบบโลโก้ขนม ไปจนถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีมกับคุณครู เสมือนการจำลองโลกการทำงานจริงภายในโรงเรียน

และในอนาคตยังสามารถต่อยอดสู่การรับจัดเบรก งานประชุม หรือกิจกรรมของหน่วยงานในชุมชน เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล ทำให้เด็กได้เรียนรู้ตั้งแต่การผลิต การบริการ การออกแบบ การทำงานเป็นทีม ไปจนถึงความรับผิดชอบต่อชิ้นงานจริง

เมื่อพูดถึงการนำเครื่องมือแนะแนวเข้ามาช่วยครูและโรงเรียน ผอ.เฟิร์นมองว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะการค้นหาตัวตนของเด็กไม่ควรขึ้นอยู่กับการสังเกตของครูเพียงอย่างเดียว เครื่องมือที่น่าเชื่อถือสามารถช่วยให้เด็กเห็นความหลากหลายของอาชีพ เข้าใจความถนัดของตัวเองมากขึ้น และช่วยให้ครูมีข้อมูลประกอบการดูแลเด็กอย่างเป็นระบบ

“ถ้ามีเครื่องมือเข้ามาช่วยครูและโรงเรียนค้นหาตัวตนของเด็กได้ ก็จะเป็นประโยชน์มาก เพราะไม่ใช่แค่ครูใช้สายตามอง แต่เด็กเองก็จะได้เห็นอาชีพที่หลากหลาย และข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากขึ้น” เธอกล่าว

วิสัยทัศน์ของโรงเรียนวัดแก้วฟ้าสะท้อนให้เห็นว่า การศึกษาในยุคใหม่ไม่ควรมองเด็กทุกคนด้วยมาตรวัดเดียวกัน แต่ควรเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง ได้ลองลงมือทำ ได้เห็นคุณค่าของตัวเอง และได้เติบโตในแบบที่เหมาะกับชีวิตจริง

เพราะสุดท้ายแล้ว โรงเรียนที่ดีอาจไม่ใช่โรงเรียนที่ผลักเด็กทุกคนไปสู่เส้นทางเดียวกัน แต่คือโรงเรียนที่ทำให้เด็กแต่ละคนรู้ว่า ตนเองมีคุณค่า มีทางเลือก และสามารถอยู่รอดในสังคมได้อย่างมีความสุข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน