เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิดและลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์

โครงการอารักข์สา เป็นโครงการทดลองนำร่องการใช้ชุดสื่อกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับเด็กเล็กในสถานศึกษา ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยและระดับประถมศึกษาในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งวันนี้เป็นงานสัมมนาสรุปผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพจากการใช้ชุดสื่อกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากบุหรี่ไฟฟ้าแบบบูรณาการ ภายใต้ “โครงการอารักข์สา” โดยมีนายพิทยา จินาวัฒน์ กรรมการบริหารแผน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาผลการใช้ชุดสื่อกิจกรรมพัฒนานวัตกรรมป้องกันผู้เสพบุหรี่ไฟฟ้ารายใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กระดับอนุบาลและประถมศึกษาที่พัฒนาด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต การคิดวิเคราะห์ และการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเชื่อว่าการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็กคือรากฐานสำคัญของการป้องกันผู้เสพรายใหม่อย่างยั่งยืน

โครงการอารักข์สา นำโดย ดร.อัญญมณี บุญซื่อ ร่วมกับมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ดำเนินงานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล จังหวัดต่างๆ และพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ มีเครือข่ายโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาเข้าร่วม 578 แห่ง จาก 9 สังกัด ใน 70 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 2,056 คน ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ทั้งในกลุ่มครู ผู้ปกครอง เด็ก และชุมชน
หัวใจสำคัญของโครงการคือการปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนรู้จากการห้าม การดุ หรือการลงโทษ มาเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กเป็น “ผู้พิทักษ์” ที่มีความรู้ความเข้าใจ สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งที่ดี สิ่งที่ไม่ดี และสิ่งที่เป็นอันตราย รวมทั้งตัดสินใจและปฏิเสธการชักชวนได้ด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรม “การเล่นอย่างมีสติ” จำนวน 25 กิจกรรม ที่ต่อยอดจากองค์ความรู้และงานวิจัยจากหลายประเทศ

กิจกรรมทั้งหมดออกแบบให้เด็กเรียนรู้ผ่านกระบวนการพัฒนาจิตสำนึก 6 ขั้นตอน ได้แก่ การจุดประกายอยากเป็นผู้พิทักษ์ การวินิจฉัยความเป็นกลุ่มเสี่ยง การตระหนักรู้จากข้อมูลที่ถูกต้อง การรู้เท่าทันและแยกแยะปัจจัยเสี่ยง การจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และการเป็นแบบอย่างพร้อมส่งต่อความปลอดภัยให้ผู้อื่น
ดร.อัญญมณี บุญซื่อ หัวหน้าโครงการอารักข์สา กล่าวว่า จากการติดตามผลเชิงลึกในสถานศึกษานำร่อง 22 แห่ง พบว่าชุดสื่อกิจกรรมฝึกสติผ่านการเล่นของโครงการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทัศนคติที่ถูกต้อง การคิด แยกแยะสิ่งดีไม่ดี อันตราย และทักษะปฏิเสธบุหรี่ไฟฟ้าของเด็ก รวมถึงส่งผลต่อแนวทางการสอนสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงของครูจากเดิมใช้การบรรยาย ดุ ทำโทษ เปลี่ยนเป็นการสอนผ่านการเล่นจากกิจกรรมของโครงการ การเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ใส่ใจกับเด็กในเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น ตลอดจนการร่วมมือระหว่างบ้าน โรงเรียน และชุมชนในการสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับเด็ก รวมค่าคะแนนโดยเฉลี่ยได้มากกว่าร้อยละ 90

ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจคือการบอกต่อของเด็กที่เข้าร่วมโครงการที่ขอให้ผู้ปกครองไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า มีผลทำให้ผู้ปกครองบางคนตัดสินใจเลิกบุหรี่ไฟฟ้า