ทุกๆ เช้าวันเสาร์และอาทิตย์ ที่บูธร้านผ้าทอเล็กๆ มักจะเห็นภาพผู้คนค่อยๆ หยุดยืนหน้าร้าน ลูบสัมผัสเนื้อผ้าฝ้ายอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเริ่มต้นบทสนทนากับผู้ขาย เรื่องราวของหมู่บ้านจึงถูกถ่ายทอดผ่านผืนผ้าพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งต่อกันจากคนขายสู่คนซื้อ

หมู่บ้านหล่ายแก้ว ดอยเต่า จ.เชียงใหม่
“ผมรู้ว่าคนกะเหรี่ยงเรามีของดีอยู่ในมือ แต่จะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับตลาด เรามีฝีมือที่ยอดเยี่ยมมากๆ เรามีเอกลักษณ์ มีการสืบทอด และเราอยากสร้างงานให้ชุมชน” จันทร์คำ ปู่เป็ด หรือที่รู้จักกันดีในแวดวงผ้าทอธรรมชาติว่า “ตุ้ย ดอยเต่า” กล่าวไว้แบบนั้น

“ตุ้ย ดอยเต่า” จันทร์คำ ปู่เป็ด
ตุ้ย ดอยเต่า ในวัยหนุ่ม เขาเป็นวัยรุ่นกะเหรี่ยงคนยุค 90 ที่เคยเดินทางออกจากหมู่บ้านไปทำงานเสาะแสวงหาประสบการณ์หลายรูปแบบ แต่สิ่งหนึ่งที่ติดตัวและฝังอยู่ในใจตลอดมาคือความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ของตนเอง ตุ้ยเป็นคนหนุ่มที่รักและเห็นคุณค่าในฝีมือการถักทออันประณีตมาจากธรรมชาติของชุมชน

ลายดั้งเดิมมาเป็นกระเป๋า
ตุ้ยพางานผ้าทอเดินทางค้าขายมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2537 เส้นทางไม่ได้ราบรื่นโรยด้วยกลีบกุหลาบ ผ่านอุปสรรคความยากลำบากที่มาเป็นบททดสอบอยู่เสมอ แต่ด้วยความเชื่อมั่นในความดีงามและคุณค่างานฝีมือที่ชุมชนมี ผ้าทอจากชุมชนบ้านหล่ายแก้วจึงมีโอกาสอวดโฉมอย่างสม่ำเสมอ

จุ๊บจิ๊บ ลูกสาวสุดท้อง ฝ่ายขายรุ่นใหม่
ในบทบาทพ่อค้าผ้าทอ ตุ้ยไม่ได้เล่าเรื่องผ้าทอในฐานะผลิตภัณฑ์ แต่มักจะเล่าเรื่อง “ผู้คน” ที่อยู่เบื้องหลังผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็นช่างทอ คนปลูกฝ้าย คนย้อมสี เยาวชน ผู้ซื้อจึงกลายเป็นเพื่อนของชุมชน นั่นคือจุดแข็งที่หาได้ไม่ง่าย และเป็นสิ่งที่ทำให้เส้นทางผ้าทอบ้านหล่ายแก้วเปล่งประกาย คนเฒ่าคนแก่แม่อุ๊ยแม่หม่อนมีกำลังใจย้อมผ้าทอฝ้าย ถ่ายทอดความรู้คู่ตัวสู่ลูกๆ หลานๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ตุ้ยกับภรรยาคุยกับพี่นก ทุ่งแสงตะวัน
ครอบครัวของตุ้ยเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวผ้าทอ ด้วยความเป็นลูกชาย แม้ไม่ได้ทอผ้าเหมือนพี่น้องผู้หญิง แต่ตุ้ยเก่งกาจเรื่องการย้อมสีธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความสามารถในการวางลาย การเลือกใช้สีในผืนผ้า มีภรรยาที่เก่งการทอ การย้อม และออกแบบลวดลาย รวมถึงฝีมือในการตัดเย็บที่ประณีตและมีทายาท ลูกๆ ที่เติบโตมาในบรรยากาศงานคราฟต์ ต่างซึมซับเอาความรักความรู้ติดตัวมา มากบ้างน้อยบ้าง เส้นทางผ้าทอของครอบครัวตุ้ยจึงสว่างไสว ไม่เพียงครอบครัวตัวเองเพียงครอบครัวเดียว คำว่าครอบครัวของตุ้ยหมายความถึงครอบครัวช่างทอหมู่บ้านหล่ายแก้วทั้งชุมชน

จ๊ะจ๋าและผลงานการออกแบบ
ในวันที่ลูกสาวยังเล็ก แน่นอนว่าเด็กๆ เติบโตมาข้างกี่เอวของแม่ และทอผ้าเป็น ย้อมสีเป็น เมื่อลูกๆ โตพอที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ก็ออกเดินทางทำงานหาประสบการณ์ภายนอก จนวันหนึ่ง จ๊ะจ๋า ชัญญาภัทร์ ปู่เป็ด ลูกสาวคนโตกลับมาบ้าน เข้ามาเติมเต็มเรื่องของความร่วมสมัยและดูแลด้านการตลาด

จ๊ะจ๋ากล่าวว่า “พ่อจะรู้จักแต่ลูกค้าในกลุ่มคราฟต์ของพ่อค่ะ แต่พอเรากลับมาทำเรามาประยุกต์จากแบบเดิมมาเป็นแบบใหม่ สามารถนำมาใส่ในชีวิตประจำวัน ใส่ไปทำงานได้ ของเดิมสวยนะคะ แต่หนูคิดว่าใส่ยาก ไปทำงาน ออกสังคมยาก เราก็ทำเป็นกระโปรงเป็นแพตเทิร์นใหม่โมเดิร์นทันสมัยมากขึ้นแล้วเข้ากับยุคสมัยตอนนี้ ใส่ไปออกงานอะไรได้ หนูคิดว่ามันเพอร์เฟ็กต์ มันดีมาก”

แม็กซ์ ลูกชายคนกลาง ฝ่ายสนับสนุนการขาย
พ่อตุ้ยกล่าวทิ้งท้ายว่า “เรารู้ว่ามันไปได้ มีอาชีพให้ชาวบ้าน ไม่ใช่ว่าเราจะอยู่เดี่ยวๆ อยู่โดยครอบครัวเดียว ถ้าไม่มีช่างทอ ไม่มีคนย้อม คนตัดเย็บ หลายชีวิตที่อยู่ข้างหลัง เรามาถึงขนาดนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นครอบครัวของเราจึงเป็นครอบครัวใหญ่ คือครอบครัวหล่ายแก้วครับ”

ความสุขของพ่อและลูกสาว
ทุ่งแสงตะวันชวนไปรู้จักครอบครัวผ้าทอ Karen Weaving DoiTao พ่อ แม่ และลูกๆ ที่มีชีวิตผูกพันกับผ้าทอชุมชนบ้านหล่ายแก้ว ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง แต่ผูกพันกันเหมือนเส้นฝ้ายหลากสีสันที่เชื่อมโยงครอบครัวและชุมชนไว้ด้วยกันเสมอ
ติดตามรับชมทางออนไลน์ที่เฟซบุ๊กเพจ “ทุ่งแสงตะวัน” และยูทูบ PayaiTV : ซีรีส์กะเหรี่ยงโผล่งดอยเต่า ตอน รวมเป็นเรา
วสวัณณ์ รองเดช