ในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเสวนาพิเศษ “นักวิทยาศาสตร์ในยุค AI และ Space Economy : โอกาสของอาชีพนักวิทยาศาสตร์” ระดมความคิดเห็นจาก 3 ผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้า เพื่อร่วมฉายภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกวิทยาศาสตร์ ผลกระทบจากการมาถึงของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โอกาสทางเศรษฐกิจอวกาศ และการปรับตัวของนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่

สดจากเยาวชน - นักวิทยาศาสตร์ไทย ในโลกยุค AI

ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบัน วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด นักวิทยาศาสตร์ไทยพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมระดับสูงเองได้ อย่างเช่นการสร้างดาวเทียมและอุปกรณ์วิจัยอวกาศโดยฝีมือคนไทยกว่า 740 คน โดยไม่ต้องพึ่งพาการซื้อเทคโนโลยีสำเร็จรูปจากต่างประเทศ บทบาทของนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันคือการเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นเทคโนโลยีที่แก้ปัญหาจริง เช่น การประยุกต์ใช้ดาวเทียมกู้ภัยน้ำท่วม และระบบ Telemedicine ผ่านดาวเทียม

ขณะที่ ผศ.ดร.ธีรเกียรติ เกิดเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า AI กำลังวิวัฒนาการจากยุคท่องจำข้อมูลไปสู่ยุค Physical & Sensory AI ที่มีประสาทสัมผัสเหมือนมนุษย์ และมีแนวโน้มก้าวไปสู่ Mind AI หรือยุคที่ AI เริ่มมีจิตใจและการตื่นรู้ การนิยามบทบาทของนักวิทยาศาสตร์จึงต้องเปลี่ยนจากการเป็นผู้เก็บข้อมูลมาเป็นผู้เข้าใจธรรมชาติและจริยธรรมการใช้งานเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

สดจากเยาวชน - นักวิทยาศาสตร์ไทย ในโลกยุค AI

ด้าน ศ.ดร.รตินันท์ บุญเคลือบ นายกสมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ และอาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า รูปแบบการศึกษากำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก AI สามารถตอบโจทย์คำนวณและแก้ปัญหาที่มนุษย์ตั้งไว้ได้เกือบทั้งหมด หากระบบการศึกษายังเน้นการท่องสูตรหรือสร้างภาพจำว่าวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เป็นเรื่องยาก จะทำให้เราเสียโอกาสในการสร้างวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่จำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

หากเด็กในวันนี้อยากก้าวเข้ามาสู่วงการนักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องมีทักษะใดบ้าง

“การรอบรู้แบบพหุวิทยาการ เข้าใจทั้งฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ปรัชญา และภาษา เพื่อมองภาพรวมของเทคโนโลยีและมนุษย์ ความอดทนและกรอบความคิดระยะยาว ซึ่งไม่ต้องรีบร้อนประสบความสำเร็จ มองการเรียนรู้เป็นการเดินทางยาวนานเพราะมนุษย์จะมีอายุขัยยืนยาวขึ้น” ดร.วิภู แนะนำ

ด้าน ผศ.ดร.ธีรเกียรติเน้นไปที่ทักษะการเข้าใจมนุษย์และอารมณ์ หมายถึงความสามารถในการเชื่อมโยงประสบการณ์นามธรรมเข้ากับโลกกายภาพ โดยต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและความเมตตา ปลูกฝังคุณธรรมและมุมมองทางจิตวิทยา เพื่อออกแบบเทคโนโลยีที่ไม่เป็นพิษภัยต่อสังคม

“ทักษะการตั้งคำถาม เพราะการตั้งคำถามเชิงลึกสำคัญกว่าการตอบคำถาม เนื่องจากเป็นจุดเดียวที่ AI ยังทำแทนมนุษย์ไม่ได้ ขณะเดียวกันด้านปรัชญาและญาณวิทยาก็มีความสำคัญ เพราะทักษะการค้นหาความจริงและการคิดเชิงตรรกะจำเป็นอย่างยิ่งในการแยกแยะข้อเท็จจริงในยุคที่ AI สามารถสร้างข้อมูลได้อย่างแนบเนียน” ศ.ดร.รตินันท์ สรุป

เมื่อนักวิทยาศาสตร์ยุค AI และ Space Economy ต้องปรับตัวจากการเป็นผู้จำข้อมูลไปสู่การเป็น “ผู้ตั้งคำถามและคิดเชิงตรรกะ” โดยใช้ความรู้ทั้งคณิตศาสตร์ ปรัชญา และเทคโนโลยีขั้นสูง มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศและสร้างนวัตกรรมเพื่อมนุษยชาติ หัวใจสำคัญของนักวิทยาศาสตร์ในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงแค่การแข่งกับความเร็วของ AI แต่คือการรักษาแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์และจริยธรรมในการนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน