เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีใครสักคนบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของชุมชนผ่านผืนผ้าเอาไว้ เพื่อช่วยถักทอคุณค่าวิถีผู้คนบ้านหล่ายแก้วให้เดินทางไปได้ไกลและมั่นคงในโลกปัจจุบัน

ชุดเชวาโบราณ
ผืนผ้าและสิ่งทอต่างๆ ที่จัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยงโผล่งบ้านหล่ายแก้ว ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสรับรู้ว่าผ้าผืนหนึ่งทำหน้าที่โอบกอดและบันทึกเรื่องราวผู้คนตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกจนถึงลมหายใจสุดท้าย เกี่ยวพันกับวิถี วัฒนธรรม ความเชื่อ ในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งเมื่อยังมีชีวิตและเมื่อถึงวันลาลับ

ผ้าห่ม ผืนผ้าสารพัดประโยชน์
สมัยก่อนหมู่บ้านคนกะเหรี่ยงมักอยู่ห่างไกล ถนนหนทางการเดินทางไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน วิถีชีวิตจึงพึ่งพาตัวเองในทุกด้าน ส่วนใหญ่จะปั่นฝ้ายทอผ้าใช้เอง ผ้าผืนแรกที่ทุกคนจะได้ใช้ก็คือผ้าห่ม ซึ่งถือเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ นอกจากทอขึ้นเป็นผ้าห่มแล้วยังใช้เป็นเปลไกวลูกน้อยในวัยทารก สำหรับวันที่ต้องไปทำงานในไร่ในสวนผ้าผืนเดียวกันนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นเป้อุ้มลูกติดตัวไปด้วยกัน เมื่อชีวิตดำเนินไปจนถึงวันลาจากโลก ผ้าห่มผืนนี้ก็เปลี่ยนไปทำหน้าที่ห่มคลุมร่างเจ้าของในวาระสุดท้าย

ประณีตงดงามทั้งสองด้าน
หากพิจารณาสิ่งทอในวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงแล้วมักเห็นสีแดงเป็นสีเด่น ไม่เฉพาะในผ้าห่ม หากยังปรากฏในย่าม แต่งแต้มในชุดเชวาของเด็กผู้หญิง เป็นสีหลักของเสื้อผ้าหญิงสาวในวัยครองเรือน ผ้าซิ่นของสตรี รวมทั้งเสื้อและโสร่งของบุรุษเช่นกัน

ตุ้ย จันทร์คำ ปู่เป็ด
ตุ้ย จันทร์คำ ปู่เป็ด ประธานศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมผ้าทอกะเหรี่ยงโผล่งบ้านหล่ายแก้ว เล่าว่า “สีที่ใช้มีความสำคัญและความหมาย ส่วนใหญ่พวกเราคนกะเหรี่ยงใช้เป็นย่ามแดง เป็นเสื้อแดง เขาบอกว่าหมายถึงสายเลือดของเรา สะพายย่ามแดงรู้เลยว่าต้องคนกะเหรี่ยง เสื้อก็ต้องมีสีแดงอยู่ในเส้นฝ้ายนะครับ นอกจากสีแดง สีหลักๆ อีกสีหนึ่งคือสีเหลือง เป็นสีที่เป็นตัวแทนความชุ่มเย็นต่อคนที่สวมใส่ ปลอดโรคปลอดภัยอะไรแบบนี้ครับ”

ลวดลายชุดเชวาของเด็กสาว
ตุ้ยยังเล่าว่า ทุกสิ่งที่ถักทอขึ้นมา สีสัน องค์ประกอบ ล้วนอยู่บนพื้นฐานความเชื่อในชีวิตทั้งสิ้น เช่น เม็ดเดือยที่ประดับประดาบนเสื้อผ้า “ถามว่าเม็ดเดือยสำคัญกับการใส่เสื้อในชีวิตประจำวันอย่างไร ก็คือเวลาเราเข้าป่าเข้าดง เชื่อว่าจะช่วยป้องกันภัยจากสัตว์ที่มีพิษครับ”

ลวดลายซิ่นหล่ายแก้ว
ย่ามสีแดงของชายหนุ่มในวันแต่งงานซ่อนความหมายไว้เช่นกัน ตุ้ยเล่าว่า “วันแต่งงานเราสะพายย่ามแดงไปมัดมือกับเจ้าสาว ประเพณีในย่ามนี้จะต้องมีเหล้า 1 ขวด ผ้าห่ม 1 ผืน และสำคัญที่สุดคุณพ่อคุณแม่ผู้นำทางจิตวิญญาณจะบอกว่าย่ามแดงนี้เป็นถุงเงินถุงทอง ย่ามเงินย่ามทอง เอาไว้เก็บหอมรอมริบ สร้างเนื้อสร้างตัว จะร่ำจะรวยก็อยู่ที่ย่ามนี้ครับ”

ไอเทมสำคัญวันแต่งงาน
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือของใช้คู่กาย สีสันลวดลายของบ้านหล่ายแก้วยังน่าเรียนรู้ คนโผล่งหมู่บ้านอื่นๆ แม้จะอยู่ใกล้ๆ กันแต่ก็มีลายเฉพาะของตัวเองแตกต่างกันไป หากรักษาอัตลักษณ์ตัวเองไว้จะเห็นดีเอ็นเอเดิมของตัวเอง และมีคำตอบอธิบายลูกหลานต่อไปในอนาคต

โสร่งชายชาวโผล่ง

ทุ่งแสงตะวันชวนเรียนรู้สัมผัสผ้าทอในวิถีชาวกะเหรี่ยงโผล่งบ้านหล่ายแก้วทางเพจเฟซบุ๊กทุ่งแสงตะวันและยูทูบ Payai TV เรื่องราวแสนพิเศษจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์แห่งอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่