คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น [email protected]
ไปต่างจังหวัดเห็นชาวบ้านเอาหยวกกล้วยให้หมูกิน อยากทราบว่ามีประโยชน์อย่างไร
มะลิ
ตอบ มะลิ
กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้คำตอบเรื่องกล้วยกับหมู หรือสุกร ไว้ว่า เกษตรกรไทยรู้จักใช้ต้นกล้วย หรือหยวกกล้วย เลี้ยงสัตว์มานานแล้ว กระทั่งปัจจุบันเกษตรกรในชนบทยังใช้ต้นกล้วยเป็นอาหารหยาบหลักเลี้ยงสุกร โดยนำต้นกล้วยทั้งต้นมาลอกเปลือกด้านนอกออก เอาเฉพาะต้นกล้วยส่วนที่อ่อนๆ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมรำ ผสมปลายข้าว หรือหั่นต้นกล้วยรวมกับเศษอาหารเพื่อให้มีความน่ากิน ทำให้สุกรกินอาหารมากขึ้น
สังเกตเห็นว่าต้นกล้วยมีการย่อยได้พอสมควร แม้สารอาหารที่เป็นประโยชน์อาจจะมีไม่มากนัก แต่ก็ประหยัดต้นทุนสำหรับผลิตสุกรได้มาก เกษตรกรอาจจะใช้เวลาเลี้ยงสุกรนานถึง 1 ปี จึงจะมีน้ำหนักมากพอจะจำหน่ายได้ อย่างไรก็ตามเมื่อหักต้นทุนค่าตัวสุกรแล้ว ส่วนที่เหลือจะเป็นกำไรแทบทั้งหมด เพราะเกษตรกรมีการลงทุนค่าอาหารน้อยมาก นอกจากการใช้ต้นกล้วยสับเลี้ยงสุกรแล้ว ยังอาจใช้ผลกล้วยสุก เปลือกกล้วย เหง้าต้นกล้วย หยวกกล้วยและปลีกล้วย ต้นกล้วยจัดเป็นวัตถุดิบที่จะนำมาพัฒนาเพื่อเลี้ยงสัตว์ได้อย่างดียิ่ง เนื่องจากปริมาณการผลิตแต่ละปีมากมายและมีส่วนเหลือทิ้งมากถึง 80%

กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้นำส่วนต่างๆ ของกล้วยมาวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและแนวทางการนำผลิตผลจากต้นกล้วยส่วนต่างๆ มาใช้เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูล กับผลการวิจัยของต่างประเทศ พบว่า ผลิตผล หรือผลพลอยได้ต่างๆ จากการปลูกกล้วย มีศักยภาพและมีความเหมาะสมที่จะนำมาเลี้ยงสัตว์ได้ดี ดังนี้
1.ใบกล้วย ใบกล้วยสดสีเขียวเข้ม มีวัตถุแห้งประมาณ 28% และมีน้ำมากถึง 72% มีสารอาหารที่สำคัญ เช่น โปรตีนคิดจากน้ำหนักแห้งประมาณ 12% มีเยื่อใยประมาณ 24% ส่วนใบของกล้วย ไม่รวมก้านใบ มีโปรตีนใกล้เคียงกับพืชตระกูลถั่ว ใบสดของต้นกล้วยจึงเป็นผลพลอยได้ที่น่าจะนำมาใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโค-กระบือ ร่วมกับฟางข้าวและหญ้าแห้ง และการนำใบกล้วยหั่นเป็นฝอยตากแห้ง แล้วนำมาผสมอาหารข้นเลี้ยงสุกร หรือสัตว์ปีก อาจเป็นอีกวิธีที่น่าจะลดต้นทุนการผลิตได้ เนื่องจากใบกล้วยมีเยื่อใยสูงไม่มากนัก สัตว์กระเพาะเดี่ยวสามารถใช้ประโยชน์ได้มากพอสมควร ทั้งใบกล้วยมีระดับไขมันค่อนข้างสูง น่าจะใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับสัตว์ได้ค่อนข้างดี
2.ต้นกล้วย ต้นกล้วยส่วนที่เห็นโผล่พ้นจากดินนั้น อันที่จริงเป็นก้านใบของกล้วย ในทางวิชาการถือว่าเป็นลำต้นเทียม ประกอบด้วยก้านใบจำนวนมากอัดกันแน่นเป็นชั้นๆ จากผลการวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมี พบว่า ต้นกล้วยสดมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 95% มีปริมาณโปรตีนคิดจากน้ำหนักแห้งเพียง 2.5% มีเยื่อใยคิดจากน้ำหนักแห้ง 26.1% และด้วยเยื่อใยที่ค่อนข้างต่ำ จึงใช้ต้นกล้วยเป็นอาหารเลี้ยงสุกร ซึ่งเป็นสัตว์กระเพาะเดี่ยวได้ ทั้งยังพบว่าต้นกล้วยมีระดับแร่ธาตุแคลเซียม 1% โพแทสเซียม 3% ฟอสฟอรัส 0.1% แมกนีเซียม 0.42% แมงกานีส ทองแดง เหล็ก และสังกะสีประมาณ 2.87, 0.05 6.37 และ 1.41 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม ตามลำดับ การใช้ต้นกล้วยเลี้ยงสัตว์จึงทำให้สัตว์ได้รับแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ด้วย
3.เปลือกกล้วย ต้นกล้วยจะสามารถให้ผลเมื่อโตเต็มที่ในสภาพดินอุดมสมบูรณ์และมีน้ำเพียงพอ โดยให้ผลหลังจากปลูกประมาณ 6 เดือน และให้ผลตลอดทั้งปี เปลือกกล้วยเป็นผลพลอยได้จากผลของกล้วย ตามปกติเมื่อเรารับประทานกล้วยสุกก็จะปอกเปลือกของกล้วยทิ้งไป อันที่จริงเปลือกกล้วยยังนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ได้ เนื่องจากมีความหวานและมีความน่ากินอยู่มาก สัตว์แทบทุกชนิดชอบกินเปลือกกล้วย โดยเฉพาะสุกร โค-กระบือ และสัตว์ปีก
เปลือกกล้วยมีโปรตีน คิดจากน้ำหนักแห้งประมาณ 7% มี ไขมันคิดจากน้ำหนักแห้งประมาณ 10% จากส่วนประกอบทางเคมีดังกล่าว เปลือกกล้วยน่าจะเหมาะสำหรับเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด ทั้งสัตว์กระเพาะเดี่ยวและสัตว์กระเพาะรวม แม้จะมีระดับโปรตีนค่อนข้างต่ำ แต่มีไขมันมากทำให้สามารถให้พลังงานแก่สัตว์มาก นอกจากนั้น เปลือกกล้วยน่าจะย่อยได้มาก เพราะมีเยื่อใยอยู่น้อย ประมาณ 11% ทั้งนี้เกษตรกรอาจจะนำเปลือกกล้วยมาหมักร่วมกับหญ้าสด หรืออาหารหยาบอื่นๆ เก็บไว้เลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งจะได้ อาหารหมักที่มีความน่ากินและมีคุณค่าทางอาหารเหมาะสม