20ปีเชื่อมสัมพันธ์เด็กประถมไทย-ญี่ปุ่น : สดจากเยาวชน
คอลัมน์ สดจากเยาวชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด โดย สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย
สดจากเยาวชน : จัดต่อเนื่องยาวนานมาตลอด 20 ปี สำหรับโครงการสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่าง โรงเรียนมินามิ คันนอน และ โรงเรียนประชานิเวศน์ โรงเรียนระดับประถมศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร
โรงเรียนประชานิเวศน์และสมาคม ผู้ปกครองของโรงเรียน เริ่มต้นโครงการ สร้างสัมพันธ์กับโรงเรียนมินามิคันนอน เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2537 หลังจากกีฬาเอเชียนเกมส์ ปีพ.ศ.2536 โดยทางโรงเรียนนำคณะผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าร่วมโครงการทุกๆ 2 ปี ผู้ริเริ่มโครงการคือ นางเสาวนีย์ คันธาแก้ว อดีตผอ.โรงเรียนประชานิเวศน์คนแรก ก่อนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนคนต่อๆ มาจะร่วมสานต่อโครงการจนถึงผู้อำนวยการคนปัจจุบัน น.ส.หทัยพัชร์ ชินวงศ์อมร ในครั้งที่ 10 นี้

เพื่อนๆ และครูชาวญี่ปุ่นต้อนรับ
คุณครูวิไลพร รัฐสมุทร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนประชานิเวศน์ แผนกประถมศึกษา ผู้รับผิดชอบโครงการ บอกเล่าว่าการดำเนินโครงการครั้งที่ 10 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. ที่ผ่านมาผู้ร่วมโครงการประกอบด้วยผู้บริหาร 2 คน คณะครู 13 คน นักเรียน 23 คน ล่าม 1 คน รวมทั้งสิ้น 39 คน เป็นโครงการที่ไม่ได้ใช้งบประมาณจากภาครัฐ ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้ปกครองและโรงเรียน ทุกครั้งที่ไปเมืองฮิโรชิมาทางคณะจะเข้าเยี่ยมคารวะนายกเทศมนตรีซึ่งต้อนรับเป็นอย่างดี ปีนี้คณะครูและนักเรียนได้รับเชิญให้เข้าร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลของทีมซานเฟรชเช ฮิโรชิมา ซึ่งมีนักฟุตบอลทีมชาติไทย ธีรศิลป์ แดงดา ลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าด้วย สิ่งที่คาดหวังของผู้รับผิดชอบโครงการคืออยากให้จัดต่อเนื่อง เน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

คุณครูวิไลพร
สำหรับวิธีการคัดเลือกนักเรียน ครูวิไลพรกล่าวว่าพิจารณาจากการสัมภาษณ์ ปฏิภาณไหวพริบ ทดสอบความสามารถด้านนาฏศิลป์ไทย การสื่อสาร การดูแลช่วยเหลือตนเอง ความรับผิดชอบ กิริยามารยาท ประเด็นสุดท้ายคือนักเรียนต้องสามารถพักค้างกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวของตนเองได้ เพื่อที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากครอบครัวชาวญี่ปุ่น นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการอยู่ระดับชั้น ป.4-6 เป็นหลัก
เนื่องจากเป็นเด็กที่ค่อนข้างโตและมีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตนเองได้ ส่วนจะเข้าพักกับครอบครัวญี่ปุ่นครอบครัวใดนั้นทางญี่ปุ่นจะพิจารณาจากข้อมูลที่นักเรียนให้กับทางโรงเรียน เช่น ระดับชั้น เพศ งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ กิจกรรมประจำวันที่ทำกับครอบครัวที่มีลักษณะคล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับโฮสต์หรือครอบครัวชาวญี่ปุ่น

น้องหนูดีที่ญี่ปุ่น
ด้าน น้องหนูดี ด.ญ.วชิราภรณ์ พรมมี ชั้น ป.4 ซึ่งเข้าร่วมโครงการ เผยถึงการเตรียมความพร้อมว่าเริ่มจากการแนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยหรือภาษาญี่ปุ่น จากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกจะสอบถามเราว่ามีความสามารถอะไรบ้าง ความสามารถของตนเองคือรำไทย คณะกรรมการจะให้แสดงให้ดู วัฒนธรรมที่เรานำไปเผยแพร่มีการแสดงรำไทย อาทิ รำศรีวิชัย เซิ้งกระติบข้าว และการแสดงประกอบเพลงเราสู้

คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ร.ร.ประชานิเวศน์
น้องหนูดีบอกว่า การเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้เรียนรู้ในเรื่องการตรงต่อเวลา ทำอะไรด้วยความรวดเร็วกระฉับกระเฉง ขณะที่ไปอยู่ร่วมกิจกรรมทางครอบครัวชาวญี่ปุ่นดูแลเราอย่างดีเหมือนลูก ส่วนใหญ่จะใช้ภาษามือเป็นหลักและพูดภาษาญี่ปุ่นไปด้วย ตรงไหนติดขัดจะเปิดหนังสืออ่านคำศัพท์ในการสื่อสาร รู้สึกสนุกสนานและได้เรียนรู้การใช้ทักษะชีวิตในการดูแลตัวเอง เช่น การแต่งตัวไปโรงเรียน ความตรงต่อเวลา ส่วนปัญหาอาจมีบ้างในเรื่องอาหารการกิน

น้องๆ กับครอบครัวชาวญี่ปุ่น
“เพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจค่อนข้างเยอะ จึงขอข้อมูลการติดต่อเอาไว้ โฮสต์ครอบครัวชาวญี่ปุ่นดูแลเราอย่างดีเพราะเป็นคนใจดีค่ะ หนูจะแยกกันกับเพื่อน โดย 1 คนพักกับ 1 ครอบครัว อยากให้มีโครงการนี้ต่อไปค่ะ” น้องหนูดีกล่าวทิ้งท้าย