แขนหนึ่งข้างที่มุ่งมั่น ‘โอลีฟ’ว่าที่ครูศิลปะ : สดจากเยาวชน

แขนหนึ่งข้างที่มุ่งมั่น ‘โอลีฟ’ว่าที่ครูศิลปะ

คอลัมน์ สดจากเยาวชน

แขนหนึ่งข้างที่มุ่งมั่น ‘โอลีฟ’ว่าที่ครูศิลปะ – แม้จะเกิดมาด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์พร้อมเหมือนคนทั่วไป แต่ด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความใฝ่ฝันอันแน่วแน่ที่จะเป็นครูและรักในงานศิลปะ ทำให้สิ่งที่ พรสวรรค์ ทรงเจริญ หรือโอลีฟเป็นอยู่ ไม่เป็นอุปสรรคที่จะทำให้เธอย่อท้อ

‘โอลีฟ’ว่าที่ครูศิลปะ

‘โอลีฟ’ว่าที่ครูศิลปะ

และยังคงความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อองค์ความรู้ด้านศิลปะเพื่อ เติมเต็มโอกาสให้นักเรียนที่เธอดูแลฝึกสอนอยู่ในเวลานี้ให้พัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะเต็มที่ตามวัยที่ควรได้รับการสนับสนุนให้เรียนรู้

โอลีฟ หรือชื่อเล่นจริงๆ ที่ครอบครัวตั้งให้คือน้องอีฟนิสิตระดับปริญญาตรี หลักสูตรการศึกษาศาสตรบัณฑิต (กศ..) สาขาวิชาศิลปศึกษา (5 ปี) คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นครูฝึกสอนด้านศิลปะที่โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์

และด้วยโอกาสในการร่วมกิจกรรมทางศิลปะกับเพื่อนสนิทตอนเรียนมัธยมปลายบ่อยครั้ง แม้ไม่ได้มีใจที่ปลูกฝังมาตั้งแต่แรกแต่ก็ซึมซับจนได้มาเรียนเพื่อเป็นครูศิลปะที่มีจิตสาธารณะมุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคม

จริงๆ แล้วไม่ใช่คนที่ชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ ความใฝ่ฝันจริงๆ คืออยากเป็นครูสอนภาษาไทยมากกว่า แต่ที่ชอบศิลปะซึมซับมาจากเพื่อนสนิทที่ชื่นชอบการวาดรูป ชอบศิลปะ ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเขา แล้วก็มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมด้านศิลปะหลายครั้งจนรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สนุก เลยเลือกเรียนด้านนี้ หลังจบ .6 โชคดีตอนแอดมิชชั่นติดที่ มศว ตั้งแต่นั้นมาก็มุ่งมั่นทางด้านการเรียนเพื่อเป็นครูศิลปะมาตลอดค่ะ

‘โอลีฟ’ว่าที่ครูศิลปะ

‘โอลีฟ’ว่าที่ครูศิลปะ

โอลีฟ ครูนิสิต เล่าให้ฟังก่อนเผยต่อว่าสมัยเด็กๆ มีครูท่านหนึ่งที่เราชื่นชมและรู้สึกประทับใจท่านมาก ท่านเป็นแรงบันดาลใจให้เราใฝ่ฝันอยากเป็นครูมาจนถึงทุกวันนี้ และอีกอย่างสมาชิกในครอบครัวคือคุณน้าก็เป็นครูเช่นเดียวกัน ยิ่งทำให้เรามีโอกาสคลุกคลีและชื่นชมบุคคลในอาชีพครู เลยทำให้มีความใฝ่ฝันต่ออาชีพนี้มาก

ร่างกายโอลีฟมีปัญหาคือไม่มีแขนข้างซ้ายมาแต่กำเนิดค่ะ จริงๆ ก็มีหลายครั้งที่ท้อเหมือนกัน เพราะร่างกายของเราไม่สมบูรณ์พร้อมเหมือนคนอื่น งานศิลปะหลายอย่างอาจเหมาะสำหรับคนที่มีแขนมีมือครบ แต่เรามีปัญหาด้านนี้ เวลาที่ต้องสอน

ต้องสาธิตให้เด็กนักเรียนดูตัวอย่างก็ค่อนข้างลำบาก แต่จุดแข็งที่เรามีคือความรู้ที่เราพร้อมสื่อสารออกไปเพื่อให้นักเรียนเข้าใจ แม้จะท้อบ้างแต่ไม่ใช่อุปสรรคที่เราจะส่งต่อความรู้ด้านศิลปะให้น้องๆ เลยค่ะ

โอลีฟเผยความตั้งใจหลังสำเร็จการศึกษาจากรั้ว มศว ว่ายังคงตั้งใจกับอาชีพครูแน่นอนค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่ตั้งใจยิ่งกว่านั้น คือการนำความรู้ด้านศิลปะไปเติมเต็มให้โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้บ้านเราที่ .พิษณุโลก

โอลีฟทราบมาว่าโรงเรียนแห่งนี้ยังขาดแคลนครูที่จะส่งเสริมความรู้ด้านศิลปะให้เด็กนักเรียน และนี่คือเป้าหมายหนึ่งที่ทำให้อยากกลับไปช่วยพัฒนาและให้โอกาสเด็กๆ ในท้องถิ่นเรียนรู้ศิลปะซึ่งอาจเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่สามารถพัฒนาพวกเขาได้

สิ่งที่ได้จากการเป็นนิสิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว โอลีฟเผยว่าที่แน่ๆ นอกจากความรู้ เรายังได้ทั้งประสบการณ์และจิตสาธารณะ เพราะทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว มีโครงการช่วยส่งเสริมจิตอาสาของนิสิตมากพอสมควร

อย่างเช่นกิจกรรมค่ายศิลป์อาสาพัฒนาชุมชนก็เป็นหนึ่งตัวอย่างของกิจกรรมค่ายอาสาที่สนับสนุนให้นิสิตอาสาเป็นครูศิลปะให้น้องๆ ในโรงเรียนที่ขาดแคลนครู ยิ่งนำพาให้เราไปพบกับปัญหาและทำให้เรารู้ว่าความรู้ด้านศิลปะที่เรามีติดตัวมาจะช่วยอะไรสังคมได้บ้าง นิสิตทุกคนซึมซับลักษณะนิสัยจิตสาธารณะจากตรงนี้เช่นกัน

สำหรับกำลังใจจากโอลีฟถึงคนที่มีปัญหาทางร่างกายเหมือนกัน โอลีฟกล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราท้อคือการที่เราเอาตัวเองที่ไม่สมบูรณ์ไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่เขาดูสมบูรณ์แบบกว่าเรา ซึ่งไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะคนทุกคนล้วนมีดีในแบบของตนเอง

ถึงร่างกายเราจะขาดอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดไป แต่เรายังสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เติมเต็มความรู้และพัฒนาตนเองต่อไปได้ในทิศทางที่เราถนัด ขอแค่กำลังใจที่ไม่ย่อท้อ เราก็เป็นคนที่มีความพิเศษในแบบของเราได้เช่นกันค่ะโอลีฟทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้โรคพาร์กินสันเพื่อประชาชน ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ให้ความรู้
บทความถัดไปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส ต่อราชองครักษ์ ‘ค่านิยมที่ถูกต้อง ไม่ล้าสมัย’