คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น
คดีมโนสาเร่ คืออะไร
ชูใจ
ตอบ ชูใจ
จากบทความของราชบัณฑิตยสถานระบุว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แปลศัพท์ “มโนสาเร่” ว่า เรื่องเบ็ดเตล็ดหยุมหยิม เช่น เรื่องมโนสาเร่, เรียกคดีอันมีทุนทรัพย์หรือค่าเช่าจำนวนเล็กน้อย ซึ่งไม่เกินจำนวนที่กำหนดในกฎหมาย ว่า คดีมโนสาเร่
คำ มโนสาเร่ นี้ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความฉบับเก่าเขียนเป็น “มะโนสาเร่ห” หรือเขียนเป็น “มโนสาเร่ห” ก็มี คำนี้เป็นคำไทยที่บัญญัติขึ้น หมายถึงประเภทของคดีที่ไม่ค่อยมีความสำคัญ รวมๆ น่าจะมาจากคำภาษาอังกฤษว่า miscellaneous cases
ทั้งนี้ คำว่ามโนสาเร่ ปรากฏเป็นคำในกฎหมายเด่นชัดตั้งแต่ครั้งปฏิรูปการปกครอง การศาล และกฎหมาย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา เมื่อไทยรับระบบกฎหมายของฝ่ายตะวันตกมาใช้ ก็ได้จัดระบบศาลและการคดีเหมือนดังของตะวันตก
เฉพาะคดีเล็กๆ หรือคดีมโนสาเร่นั้น ตั้งศาลพิเศษประกอบด้วยผู้พิพากษานายเดียวเป็นองค์คณะตัดสินชี้ขาดไว้ชำระเหมือนดังของตะวันตก ศาลเหล่านี้ในกรุงเทพฯ เรียกว่า ศาลโปริสภา ส่วนในหัวเมืองเรียกว่า ศาลแขวง จากนั้นศาลโปริสภาในกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนเป็นศาลแขวง ดังปรากฏอยู่กระทั่งทุกวันนี้
ต่อมาจำนวนศาลแขวงไม่เพียงพอ ทางการจึงได้ออกกฎหมายฉบับหนึ่งเมื่อพ.ศ.2523 ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดด้วย เวลานี้ราษฎรได้รับความสะดวกในการเป็นความเล็กๆ น้อยๆ ทั่วประเทศ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า คดีอาญาเล็กๆ น้อยๆ ที่ขึ้นศาลแขวงไม่มีชื่อเรียกว่าคดีมโนสาเร่ เหมือนดังสมัยเริ่มปฏิรูปการปกครอง ในทางปฏิบัตินักกฎหมายไม่เรียกคดีมโนสาเร่ แต่เรียกคดีศาลแขวง หรือคดีเล็กๆ น้อยๆ ตามสภาพของคดี ส่วนคดีแพ่งนั้นยังคงมีชื่อมโนสาเร่อยู่จนปัจจุบัน
ยังมีข้อมูลจากวิกิพีเดียว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 189 ได้กำหนดความหมายของคดีมโนสาเร่ไว้ว่า หมายถึงคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 แสนบาท หรือคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่า ผู้อาศัย ผู้ละเมิดบุกรุกเข้ามาในที่ดินอสังหาริมทรัพย์ มีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท โดยคดีมโนสาเร่ที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาทนั้น เป็นอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่จะพิจารณาพิพากษา และอยู่ในอำนาจของศาลแขวง ส่วนคดีขับไล่แม้จะเป็นคดีมโนสาเร่ก็ต้องอาศัย ผู้พิพากษาครบองค์คณะและอยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดเพราะเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์

การดำเนินคดีมโนสาเร่แตกต่างจากคดีแพ่งสามัญ กล่าวคือ โจทก์สามารถยื่นฟ้องเป็นหนังสือหรือแถลงด้วยวาจาก็ได้ และเสียค่าขึ้นศาลมากที่สุดเพียง 1,000 บาท เมื่อโจทก์ฟ้องแล้ว ศาลจะกำหนดวันนัดพิจารณาเพื่อให้จำเลยมาศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยานในวันเดียวกัน โดยจำเลยไม่ต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันอย่างคดีแพ่งสามัญ และหากจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การไว้ก่อนก็ไม่ขาดนัดยื่นคำให้การ ในการสืบพยาน ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร และให้ศาลเป็นผู้ซักถามพยานก่อน เสร็จแล้วจึงให้ตัวความหรือทนายความซักถามเพิ่มเติม โดยคำเบิกความพยานจะบันทึกแต่โดยย่อก็ได้ จากนั้นศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาด้วยวาจาก็ได้ ทั้งนี้ การพิจารณาคดีมโนสาเร่นี้นำไปใช้กับคดีไม่มีข้อยุ่งยากด้วย
ตัวอย่างคดีมโนสาเร่ ดร.ภิรัชญา วีระสุโข นิติกรประจำกองนิติการ บ.วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เผยแพร่ไว้ที่ https://www.gotoknow.org/posts/231763 ว่ามีอาทิ คดีฟ้องขอให้จำเลยโอนขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย คดีเพิกถอนนิติกรรมเพราะเจตนาลวง คดีฟ้องขอให้เพิกถอนคืนการให้เพราะเหตุประพฤติเนรคุณ คดีทายาทฟ้องขอให้ทำลายพินัยกรรมโดยอ้างว่าเป็นพินัยกรรมปลอม คดีโจทก์ฟ้องจำเลยกระทำละเมิดโดยการทำลายและปิดกั้นทางสาธารณประโยชน์ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางดังกล่าวได้และเกิดความเสียหายแก่โจทก์คิดเป็นจำนวนค่าเสียหายได้ คดีฟ้องขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวม เป็นต้น