ชาวไทย-เทศปลื้มปีติ วันแห่งประวัติศาสตร์

ชาวไทย-เทศปลื้มปีติ วันแห่งประวัติศาสตร์ : สตรี

ชาวไทย-เทศปลื้มปีติ วันแห่งประวัติศาสตร์

ชาวไทย-เทศปลื้มปีติ – “ลืมความร้อนความเหนื่อยตลอดทั้งวันไปเลย รู้สึกอิ่มใจจนบอกไม่ถูก ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

คำบอกเล่าพร้อมรอยยิ้มและดวงตาแห่งความปลื้มปีติของ นางสมพิศ ศรีพรหมมา อายุ 59 ปี ชาวจ.กำแพงเพชร ที่มาร่วมเฝ้าฯรับเสด็จในวันประวัติศาสตร์ หน้าสีหบัญชร พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.

ชาวไทย-เทศปลื้มปีติ วันแห่งประวัติศาสตร์ : สตรี

ท่ามกลางอากาศร้อนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2562 พสกนิกรชาวไทยต่างปลาบปลื้มปีติยินดีและมีความสุขที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งและรับชมการถ่ายทอดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ภายหลังพระราชพิธีโบราณราชประเพณีอันเป็นมรดกสำคัญของชาติซึ่งจัดขึ้นในพระบรมมหาราชวัง ก็ถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคให้พสกนิกรร่วมชื่นชมพระบารมี โดยมีสมเด็จพระนางเจ้า สุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระดำเนินเคียงข้างพระราชยานพุดตานทอง ในฐานะที่ทรงดำรงพระยศราชองครักษ์ในพระองค์

ชาวไทย-เทศปลื้มปีติ วันแห่งประวัติศาสตร์ : สตรี

ก่อนเสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ณ สีหบัญชร พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เพื่อรับการถวายพระพรจากประชาชน

เสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินและหน้าสีหบัญชร พร้อมน้ำตาแห่งความปลื้มปีติของเหล่าทวยราษฎร์ที่พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองเฝ้าฯรับเสด็จ โดยเฉพาะนาทีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินี และเจ้าฟ้าทั้ง 3 พระองค์ เสด็จออก ณ สีหบัญชร ทรงโบกพระหัตถ์แย้มพระสรวลให้ประชาชนของพระองค์

ชาวไทย-เทศปลื้มปีติ วันแห่งประวัติศาสตร์ : สตรี

“ดีใจมากที่ได้ชื่นชมพระบารมี ตื้นตันใจมาก ถึงจะอยู่ห่าง ไม่ได้เข้าไปชมพระบารมีใกล้ๆ แต่ก็ได้อยู่ร่วมในบรรยากาศของงานพระราชพิธีที่สำคัญของคนไทย และได้ถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านก็มีความสุขแล้ว” ป้าสมพิศกล่าว

ด้าน ร.ต.ต.ณรงค์ สมุทวนิช ข้าราชการเกษียณ วัย 64 ปี ชาวกรุงเทพฯ เผยความรู้สึกนาทีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินี และพระบรมวงศ์ เสด็จออก ณ สีหบัญชรว่า “รู้สึกตื้นตันมากที่ได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ ก่อนจะน้ำตาไหลออกมาเมื่อประชาชนทุกคนพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญ นี่คือวันประวัติศาสตร์ที่ได้สัมผัสครั้งหนึ่งในชีวิต”

ไม่เพียงชาวไทยที่ได้ชื่นชมพระบารมี ชาวต่างชาติทั้งที่ทราบข่าวและไม่ทราบข่าวงานพระราชพิธีต่างยินดีที่ได้มีโอกาสร่วมรับเสด็จในขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค

“ฉันมาประเทศไทยเพื่อมาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรม ทราบข่าวพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยก่อนหน้านี้ 3 สัปดาห์ วันนี้ตั้งใจมาเพื่อให้เห็นกับตา ทึ่งมากกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ ได้เห็นการใช้ชีวิตของผู้คนที่แบ่งปันความรักร่วมกัน” ฮาวา ซอลล์ อายุ 25 ปี แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวเซเนกัลกล่าวหลังได้ชื่นชมความสวยงามของริ้วขบวนเสด็จฯ

ก่อนบอกเล่าความประทับใจต่อว่า “ฉันเกิดที่ประเทศเซเนกัล ทวีปแอฟริกา และอาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศสมา 10 ปี สำหรับเราแล้วสิ่งที่พวกคุณทำแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีโอกาสเห็นการรวมตัวกันของผู้คนในวันที่อากาศร้อนขนาดนี้เพื่อกษัตริย์คนหนึ่ง เพื่อคนคนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ ขบวนพร้อมเพรียงสวยงามและสมพระเกียรติมาก ทุกคนใส่เสื้อสีเดียวกันหมายความถึงความปรองดอง และแสดงให้เห็นว่าคนไทยรักประเทศมากขนาดไหน”

ขณะที่ คามิลลา คัมปานา อายุ 27 ปี นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ฉันไม่รู้ว่าวันนี้จะมีขบวนเสด็จฯ ฉันรู้แค่ว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงผลัดแผ่นดิน และก่อนหน้านี้มีการสถาปนาสมเด็จพระราชินี วันนี้สถานที่ที่กษัตริย์พระองค์ใหม่ของประเทศไทยกำลังจะเสด็จผ่านคือถนนเส้นที่ฉันกำลังยืนอยู่ ฉันตกใจมาก ฉันตั้งใจมาเที่ยวเพื่อพักผ่อน ไม่คิดว่าจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ริ้วขบวนยิ่งใหญ่งดงามสมฐานะของกษัตริย์ยังตรึงตราอยู่ไม่หาย ฉันภูมิใจมากและจะบันทึกทุกสิ่งที่พบเจอวันนี้ไว้ในไดอารี่”

“ผมอยู่ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 4 ที่ผมเดินทางมาถึง ไม่คิดมาก่อนว่าจะตรงกับวันสำคัญอย่างวันนี้ ผมเคยเห็นภาพถ่ายงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจากอินเตอร์เน็ต เป็นพระราชพิธีที่สวยงามอลังการ พร้อมเพรียงประณีต และสืบทอดมายังปัจจุบันได้สมบูรณ์งดงามมาก

พระราชาในความคิดของคนไทยกับคนญี่ปุ่นค่อนข้างแตกต่างกันมาก บรรยากาศการรอชมริ้วขบวนของประชาชนคนไทยในวันนี้เป็นคำตอบที่ชัดเจนให้ผมแล้ว ผมไม่อยากเสียโอกาสล้ำค่าที่จะได้เห็นกับตาตัวเอง จึงตั้งใจมาที่นี่เพื่อมานั่งรอโบกธงชาติไทยที่ได้รับพร้อมกับคนไทยทุกคน” โยกิฮิ โรชิ ครูชาวญี่ปุ่น วัย 32 ปี กล่าว

“ผมมาประเทศไทยนับครั้งไม่ถ้วน เพราะผมชอบประเทศนี้ ครั้งนี้ผมมาเพื่อพักผ่อนกับภรรยา ก่อนจะได้ข่าวเรื่องพระราชพิธีแต่งตั้งกษัตริย์พระองค์ใหม่ วันนี้ผมตั้งใจมาเพื่อจะได้เห็นพระพักตร์พระองค์ชัดๆ แม้ผมจะไม่มีความรู้ประวัติศาสตร์มากมายนัก แต่ผมอยากบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ผมชอบ ริ้วขบวนสวยงามมาก ผมรู้สึกดีใจแทนคนไทย แม้อากาศจะร้อนแค่ไหนผมถือว่าคุ้มค่ามาก” โทนนี สตัดต์ ชาวเดนมาร์กที่ถือธงโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางคนไทยบอกเล่าอย่างมีความสุข

ที่จุดคัดกรองถนนดินสอฝั่งใต้ ฮูแมน เปเซชเคียน พนักงานออฟฟิศชาวอิหร่าน สวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมทำหน้าที่จิตอาสา เผยว่า “ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเมืองไทยมา 3 ปี ผมชอบเมืองไทย มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ รับรู้ข่าวสารพระราชพิธีนี้จากแอพพลิเคชั่นและเพื่อนคนไทยที่แนะนำอธิบายบอกเล่าถึงความสำคัญของงานพระราชพิธีฯ อันยิ่งใหญ่ นับเป็นความภาคภูมิใจครั้งหนึ่งของชีวิต จะนำภาพถ่ายที่เป็นความ ทรงจำในวันนี้เก็บไปเล่าให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานรับรู้ร่วมกัน”

ด้วยพระสิริโฉมที่งดงามและเข้มแข็งของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรชาวไทยยิ่งนัก

“ขณะที่พระราชินีแย้มพระสรวลให้ประชาชน ทรงพระสิริโฉมงดงาม สง่างามมาก นับเป็นคู่บุญคู่พระบารมีกับพระองค์ท่าน ยิ่งได้เห็นพระราชินีเดินสวนสนามรับรู้ได้ว่าทรงเข้มแข็ง แข็งแรง แข็งแกร่ง และจะทรงอยู่เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดไป” ป้าฉลวย ส่องรถ อายุ 67 ปี ชาวนครศรีธรรมราชกล่าว

นางนิตา พัฒนพลานนท์ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ไอที กล่าวว่า “ได้ชมขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคอยู่ที่บ้าน เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่มาก สมเด็จพระราชินีที่เราได้เห็นทรงพระดำเนินเคียงข้างพระองค์ท่าน ท่านคือสตรีที่เกิดมาคู่พระบารมีจริงๆ ท่านแข็งแกร่งและ เหมาะสมอย่างที่สุด”

ด้าน นางอุบล ขจรกลิ่น อายุ 70 ปี ชาวจ.สมุทรปราการ กล่าวด้วยความปลื้มปีติว่า “สมเด็จพระราชินีทรงพระสิริโฉมงดงาม สง่างาม ทั้งฉลองพระองค์ชุดผ้าไหมไทย และฉลองพระองค์ชุดทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในริ้วขบวน ขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

นางวัชรี เห็มสงวน อายุ 46 ปี ชาวบางบัวทอง จ.นนทบุรี เผยว่าภาคภูมิใจต่อพระปฐมบรมราชโองการของรัชกาลที่ 10 ที่จะทรงสืบสาน ต่อยอด ในสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ ในฐานะประชาชนรู้สึกปลื้มปีติ ขอให้พระองค์และพระราชินีทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

นางกมลรัตน์ ล้อประดิษฐ์พงษ์ อายุ 43 ปี อาชีพแม่บ้าน ชาวปทุมธานี ปลาบปลื้มใจที่เห็นคนไทยสวมเสื้อสีเหลืองมุ่งหน้าสู่ท้องสนามหลวง พร้อมกล่าวว่าพระปฐมบรมราชโองการแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงทำต่อจากในหลวงรัชกาลที่ 9

“ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยแข็งแรง สถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์”

บทความก่อนหน้านี้จนมุมอีกราย ปล้นเพชร 5 ล้าน ‘บิ๊กอวบ’ คุมทำแผนฯ ล่าอีก1 คาดซุกเมืองกาญจน์
บทความถัดไปกองสลากแฉกลเม็ดแก๊งปลอมลอตเตอรี่ แนะวิธีพิสูจน์หวย-แบบไหนของเก๊