ตามรอยเสด็จเลียบพระนคร ตะลุยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ : หลากหลาย
ตามรอยเสด็จเลียบพระนคร – ความงดงามขบวนเสด็จพระราช ดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 10 ของปวงชนชาวไทยที่ผ่านไปไม่นานมานี้ ถือว่าสะกดทุกสายตาของคนทั่วโลก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงพาตามรอยเสด็จเลียบพระนคร นายธานัท ภุมรัช นักประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร รับหน้าที่ไกด์ในครั้งนี้
เริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตั้งอยู่บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้า โดยคนไทยเสียค่าเข้าชม 30 บาท ต่างชาติ 200 บาท

วัดราชบพิธฯ

ประตูสุขุมาลย์นฤมิตร์วัดราชบพิธฯ
ช่วงนี้พิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติ จัดแสดงนิทรรศการโบราณ ศิลปวัตถุ นำเสนอเนื้อหาไว้ 4 เรื่องคือ ประวัติศาสตร์ศิลปกรรม ศิลปะไทยประเพณี ประวัติศาสตร์โบราณคดี และพระราชวังบวรสถานมงคล
สำหรับการจัดนิทรรศการจะหมุนเวียนตลอดปี เดือนละ 2-4 นิทรรศการ ผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานทัศนศิลป์ทุกประเภท ที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการศิลปะ เป็นผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับชาติ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ในเวลา 09.00-16.00 น. ทุกวันพุธ–วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุด นักขัตฤกษ์)
ออกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ก็เดินเลยไปยัง “พระที่นั่งพุทไธสวรรย์” ที่มีลักษณะเหมือนพระอุโบสถ สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ที่อัญเชิญลงมาจากเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2330
ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ มีงานจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ฝีมือช่างวังหน้าสมัยรัชกาลที่ 3 ระหว่างการชมไกด์ต้องคอยเตือน อย่าพิง อย่าจับ เพราะอาจทำให้ภาพเสียหาย
ถัดจากพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ คือ โรงราชรถที่มีจัดแสดง ราชรถทั้ง 5 องค์ ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ ราชรถเล็กราชรถน้อย มี 2 องค์ รวมถึงเครื่องที่ใช้ประกอบในพระราชพิธีพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกา ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงพระราชวงศ์หลายพระองค์
หลังจากนั้น เดินเลาะไปด้านหลัง จะพบกับ “พระที่นั่ง อิศเรศราชานุสรณ์” ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นอาคาร 2 ชั้นแบบยุโรป ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สร้างเพื่อเป็นที่ประทับแบบชาวตะวันตก

วัดโพธิ์

พระพุทธไสยาสน์ ในวัดโพธิ์
ชั้นล่างจัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ชั้นบนแบ่งเป็นห้องต่างๆ 5 ห้อง ประกอบด้วย ห้องทรงพระอักษร ห้องรับแขก ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องแต่งพระองค์
บริเวณห้องกลางจะเป็นเก๋งจีนที่ตั้งป้ายจารึกพระปรมาภิไธยแทนองค์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับเจ้านายวังหน้าบูชาตามธรรมเนียมแบบจีน โดยปัจจุบันจัดแสดงให้เห็นทุกห้องเหมือนยังใช้งานจริง
ใช้เวลาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกือบ 3 ชั่วโมง ยังดูไม่ครบถ้วน แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้วไม่น้อย ตามโปรแกรมต้องแวะกินอาหารกลางวันที่ ร้านเจ๊ไฝ เจ้าของดาวมิชลินสตรีตฟู้ด แต่คิวเจ๊ไฝยาวเหยียด
แถวเกาะรัตนโกสินทร์ยังมี เมธาวลัย ศรแดง ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยผู้ครอง 1 ดาวมิชลินเช่นกัน และก็ไม่ผิดหวัง เกือบทุกเมนูอร่อย แบบไม่ต้องจาระไน
อิ่มท้องแล้วก็ไปต่อที่ วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9 ซึ่งวัดนี้มีความสำคัญมานาน มีรัชกาลที่ 4 เป็นเจ้าอาวาสพระองค์แรก จึงสรุปว่าวัดนี้มีรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เคยประทับจำพรรษา ภายในวัดมีพระเก่าทรงคุณค่ามากมาย ที่รู้จักกันดี คือพระไพรีพินาศ
เมื่อถึงวัดไหว้พระในพระอุโบสถแล้วเดินอ้อมไปด้านซ้ายมือ พระไพรีพินาศจะประดิษฐานบนเก๋งอยู่ในกำแพงชั้นที่ 2 ของ พระเจดีย์ประธานวัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร พระไพรีพินาศ เป็นพระพุทธรูปศิลาขนาดย่อม มีผู้นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว เมื่อยังทรงพระผนวชอยู่ ราว พ.ศ.2391 พระองค์ทรงถวายพระนามว่า “พระไพรีพินาศ”
ไหนๆ มาถึงอย่าลืมคาถาบูชา ดังนี้ ตั้งนะโม 3 จบ นะมัสสะ พระพุทธะไพรีพินาศายะ มาราปะราชะยัง นะมามิหัง พุทธังวันทามิ ธัมมังวันทามิ สังฆังวันทามิ สัพพะโส ขอให้ข้าพเจ้าจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยบารมีของพระพุทธไพรีพินาศเทอญ
ออกจากวัดบวรนิเวศ ราชวรวิหารไปวัดราชบพิธสถิต มหาสีมารามราชวรวิหาร ระยะทางไม่ใกล้กันเท่าไหร่ จึงต้อง นั่งรถไป
วัดราชบพิธฯ เป็นพระอารามหลวงสุดท้ายที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณี เนื่องจากมาถึงในเวลาที่เย็นมากแล้ว พระอุโบสถปิด จึงสามารถชมได้เพียงข้างนอก แต่ได้เห็นถึงความงาม ศิลปะมีลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและยุโรป คือลักษณะภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย ส่วนภายในออกแบบตกแต่งอย่างตะวันตก
พระอุโบสถภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ ประกอบด้วยลวดลายกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์รูปเทพประนม

สุสานหลวง
เดินทะลุกำแพงวัดออกมาทางถนนอัษฎางค์ ริมคลองคูเมืองเดิม จะพบกับ “สุสานหลวง” ฟังคำบอกเล่าถึงความเป็นมาจากไกด์ว่า รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้าง เพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิ (กระดูก) และพระสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ของพระมเหสี เจ้าจอมมารดา เจ้าจอม พระราชโอรส พระราชธิดา พระราชนัดดา และพระราชปนัดดา ได้อยู่ร่วมกัน หลังจากที่ได้ล่วงลับไปแล้ว
แดดร่มลมตก เดินเลาะริมคลอง ผ่านโรงเรียนแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม เลาะไปถึง สีหบัญชร ที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จออกให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เดินเลยไปถึงวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ คนไทยและนักท่องเที่ยวจะรู้จักในนาม โรงเรียนตำราและศาสตร์แห่งการนวดแผนโบราณที่สืบทอดภูมิปัญญา สั่งสมมายาวนาน มีการจารึกไว้ตามส่วนต่างๆ
วัดโพธิ์ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ จัดสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ มี.ค.2551 ภายในพระวิหารมีพระพุทธไสยาสน์ องค์ใหญ่
เมื่อเห็นต้องตะลึงกับความสวยงามและยิ่งใหญ่เพราะเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ปิดทองทั่วทั้งองค์ พระบาทซ้ายและขวาซ้อนเสมอกัน ที่พระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ ตะลุยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เที่ยววัด เที่ยววัง อิ่มตาอิ่มใจ ไม่ไปไม่ได้แล้ว