อีสป (ตอนจบ) : รู้ไปโม้ด

อีสป (ตอนจบ) : รู้ไปโม้ด – วานนี้ (17มิ.ย.) “มะนาวหวาน” ถามมาว่า อีสปเป็นใคร ทำไมจึงแต่งนิทาน เมื่อวานตอบถึงความตายของอีสปแล้ว วันนี้มาอ่านกันต่อ โดยคำตอบนำมาจากบทความ “ย้อนประวัติ “อีสป” ผู้แต่งนิทานโด่งดัง กับคติสอนใจ ทรราชย่อมหาเหตุแห่งการทรราชได้เสมอ” เว็บไซต์ www.silpa-mag.com ว่า

ไม่นานจากการตายของอีสป ชาวเมืองเดลฟีต้องเผชิญกับวิบากกรรมหายนะจากภัยต่างๆ โทษฐานที่พวกเขาก่ออาชญากรรมที่เรียกเป็นภาษิตว่า “The blood of Aesop” (โลหิตของอีสป) โดยหมายความว่าการกระทำหรือการตัดสินโทษที่ปราศจากพิจารณาโทษด้วยกระบวนการยุติธรรม

ดังที่กล่าวไว้ ชีวประวัติของอีสปมีหลายส่วนที่ยังไม่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม นักวิชาการส่วนหนึ่ง และ George Fyler Townsend ผู้รวบรวมนิทานอีสป ฉบับแปลภาษาอังกฤษโดยมหาวิทยาลัยแอดิเลด (Adelaide) ในออสเตรเลีย ให้น้ำหนักกับข้อมูลในเวอร์ชั่นของ M. Claude Gaspard Bachet de Mezeriac นักเขียนชาวฝรั่งเศสซึ่งสืบค้นข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลของอีสปในผลงานที่เรียกว่า “Life of Aesop, Anno Domini 1632” ซึ่งนักวิชาการยุคหลังที่วิเคราะห์ประวัติของอีสปส่วนใหญ่ยืนยันข้อมูลจากการสืบค้นของนักเขียนชาวฝรั่งเศสรายนี้ ส่วนประวัติของอีสปฉบับที่เป็นที่รู้จักกันก่อนหน้าผลงานของนักเขียนฝรั่งเศสคือผลงานโดย Maximus Planudes นักบวชจากคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) แต่นักวิชาการมองว่า ฉบับของนักบวชท่านนี้มีข้อเท็จจริงผสมอยู่น้อยกว่า

อีสป (ตอนจบ) : รู้ไปโม้ด

และต่อไปนี้คือตัวอย่างนิทานว่าด้วยเรื่องทรราชที่อีสปแต่งขึ้นเพื่อกระตุ้นความคิดของชาวเมือง
หมาป่ากับลูกแกะ (The Wolf and the Lamb) หมาป่าตัวหนึ่งได้พบลูกแกะหลงฝูงตัวหนึ่ง ตั้งใจว่าตนจะไม่ใช้กำลังจัดการ แต่จะต้องหาเหตุสักอย่างอ้างสิทธิที่ที่จะกินเจ้าลูกแกะ หมาป่ากล่าวว่า “เจ้าเด็กน้อย ปีที่แล้วเจ้าเคยดูหมิ่นข้าอย่างสาดเสียเทเสีย” ลูกแกะได้ยินดังนั้นก็กล่าวตอบไปว่า “จริงๆ แล้ว ตอนนั้นข้ายังไม่เกิดเลยท่าน” หมาป่าจึงกล่าวต่อไปว่า “งั้นเจ้าก็เคยมากินหญ้าในทุ่งหญ้าของข้า” ลูกแกะตอบว่า “เปล่าเลยท่าน ตั้งแต่เกิดมาข้ายังไม่เคยได้กินหญ้าเลย” หมาป่าไม่ยอมแพ้จึงกล่าวหาลูกแกะว่า “เจ้ามาดื่มน้ำในบ่อน้ำของข้า”

“ไม่” ลูกแกะร้องตอบ “ข้าไม่เคยดื่มน้ำ เพราะน้ำนมจากแม่ของข้าเป็นทั้งน้ำและอาหารของข้า” สิ้นเสียงของลูกแกะ เจ้าหมาป่าก็กระโจนเข้าหาลูกแกะเพื่อจับกินเป็นอาหาร และกล่าวว่า “ช่างเถอะ! ข้าคงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองอดอาหารเย็น แม้ว่าเจ้าจะไม่ยอมรับเหตุผลใดๆ ของข้าก็ตาม”
(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า) “ทรราชย่อมหาเหตุแห่งการทรราชได้เสมอ” (The tyrant will always find a pretext for his tyranny)

ยังมีข้อมูลจากวิกิพีเดียว่า อีสป (ประมาณ 620-564 ปีก่อน ค.ศ. อายุ 55 หรือ 56 ปี) เป็นนักเล่านิทานหรือนักเล่าเรื่องชาวกรีกโบราณ เป็นเจ้าของนิทานจำนวนหนึ่งซึ่งปัจจุบันรู้จักกันรวมๆ ว่า นิทานอีสป แม้การดำรงอยู่ของเขาจะยังไม่แน่ชัดและไม่มีงานเขียนของเขาเหลือรอดมาเลย (หากมี) แต่นิทานจำนวนมากซึ่งถือว่าเป็นของเขาถูกรวบรวมตลอดหลายศตวรรษในหลายภาษา ในประเพณีการเล่าเรื่องซึ่งดำเนินมาจวบปัจจุบัน นิทานหลายเรื่องใช้สัตว์หรือวัตถุที่สามารถพูด แก้ไขปัญหาและโดยทั่วไปมีคุณสมบัติอย่างมนุษย์

รายละเอียดชีวิตของอีสปที่กระจัดกระจายสามารถพบได้ในแหล่งข้อมูลโบราณ รวมถึงอริสโตเติล เฮโรโดตัส และพลูทาร์ก งานวรรณกรรมโบราณชื่อ The Aesop Romance เล่าชีวิตอีสปเป็นตอนๆ และอาจเป็นฉบับที่เป็นนิยาย ซึ่งรวมถึงคำอธิบายเขาแต่เดิมว่าเป็นทาสที่น่าเกลียดสะดุดตา ได้รับอิสรภาพของตนมาด้วยความฉลาด และกลายเป็นผู้ถวายคำปรึกษาแด่กษัตริย์และนครรัฐต่างๆ ขณะที่ประเพณีสมัยหลัง (ซึ่งมาจากสมัยกลาง) พรรณนาอีสปว่าเป็นชาวเอธิโอเปียผิวดำ

น้าชาติ ประชาชื่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน