ภาวะฝุ่นละออง กับผู้ป่วยโรคหืด

ภาวะฝุ่นละออง กับผู้ป่วยโรคหืด 

ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหืดประมาณ 3 ล้านคน พบว่าโรคหืดจะเกิดในเด็กร้อยละ 10 ส่วนผู้ใหญ่ร้อยละ 5 และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณปีละ 1,500 ราย เฉลี่ยถึง 3 รายต่อวัน

รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคหืดไม่ใช่โรคติดต่อ แต่อาจจะถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์จากพ่อ แม่ไปสู่ลูกหลานได้ โดยโรคหืดเกิดจากการอักเสบในหลอดลม การอักเสบนี้อาจจะเกิดได้จากการสัมผัสกับสารภูมิแพ้ เช่น ขนสุนัข ขนแมว ไรฝุ่น หรือการติดเชื้อระบบทาง

รศ.นพ.วัชรรา บุญสวัสดิ์

เดินหายใจจากเชื้อบางชนิด หลอดลมอักเสบจะทำให้หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้น เมื่อเจอสิ่งกระตุ้นหลอดลมจะหดตัว ทำให้คนไข้เกิดอาการไอ หายใจลำบากมีเสียงวี้ด เป็นๆ หายๆ ได้ สิ่งกระตุ้นที่ทำให้หลอดลมตีบได้แก่ สารภูมิแ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ การออกกำลังกาย หัวเราะ ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ อาการที่สังเกตได้ง่าย เมื่อสงสัยว่าจะเป็นโรคหืดเมื่อมีอาการไอ หอบ หายใจมีเสียงวี้ด เป็นๆ หายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีอาการตอนกลางคืนหรือมีอาการไอเรื้อรังหลังจากเป็นหวัดแล้วไอไม่หาย ก็ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคหืดได้

การตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคหืด ทำได้โดยการตรวจสมรรถภาพปอด ซึ่งเป็นการตรวจที่ทำได้ไม่ยากและไม่เจ็บตัว โดยการเป่าลมแรงๆ เข้าไปในเครื่องตรวจสมรรถภาพปอด ซึ่งจะบอกได้ว่าผู้ป่วยมีหลอดลมตีบมากน้อยเพียงใด คนไข้โรคหืดควรได้รับการตรวจสมรรถภาพปอดทุกคน เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคหืดจริงหรือไม่ ถ้าเป็นโรครุนแรงระดับไหน ผู้ป่วยสามารถตรวจวัดสมรรถภาพปอดตนเองได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่าพีกโฟว์มิเตอร์ ทำให้ผู้ป่วยสามารถติดตามประเมินโรคหืดตัวเองได้ที่บ้าน

การรักษาโรคหืดนั้น แต่ก่อนเราจะเข้าใจว่าโรคหืดเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เนื่องจากไม่เข้าใจสาเหตุการเกิดโรค แต่ปัจจุบันเรารู้ว่าโรคหืดมีการอักเสบของหลอดลม ดังนั้นการรักษาโรคหืดในปัจจุบันจึงเน้นไปที่การให้ยาไปลดการอักเสบของหลอดลม เมื่อหลอดลมอักเสบลดลง หลอดลมก็จะไม่ไวต่อสิ่งกระตุ้น พอเจอสิ่งกระตุ้นก็จะ ไม่หอบ คนไข้โรคหืดก็จะกลับมาเป็นคนปกติได้

ในอดีตเรามักจะใช้แต่ยาขยายหลอดลมเวลามีอาการจับหืดทำให้อาการดีขึ้นชั่วคราว ซึ่งเป็นการรักษาอาการเท่านั้นไม่ได้รักษาการอักเสบของหลอดลม ดังนั้นโรคหืดจึงไม่ดีขึ้นและอาการมักจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เป็นหืด

โดยหลักการรักษาโรคหืดมีดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้หลอดลมอักเสบ สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลมที่สำคัญคือสารภูมิแพ้ที่สำคัญได้แก่ ไรฝุ่น ขนสัตว์ แมลงสาบ เกสรดอกไม้ เชื้อรา ดังนั้นคนไข้โรคหืดควรทำความสะอาดบ้านให้สะอาด ปราศจากฝุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องนอน

2.ใช้ยารักษา ยาที่ใช้ในการรักษาโรคหืดมีทั้งยากิน ยาฉีด ยาพ่น ยาพ่นเป็นยาที่ดีเพราะเป็นยาที่ใช้เฉพาะที่ จึงได้ผลดีและปริมาณยาที่ใช้จะมีขนาดต่ำมาก ดังนั้นจะมีอาการข้างเคียงน้อยกว่ายากิน ดังนั้นในปัจจุบันการรักษาโรคหืดจึงนิยมใช้ยาชนิดสูดพ่นเป็นหลัก ยารักษาโรคหืดแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ยารักษาโรค ที่ลดการอักเสบของหลอดลม และยาขยายหลอดลม หรือยาบรรเทาอาการ

3.ติดตามการรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของโรคและปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสมและดูอาการข้างเคียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการรักษา

เป้าหมายของการรักษาโรคหืดคือ ผู้ป่วยโรคหืดทุกคนที่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องควรจะควบคุมโรคได้ คือ ไม่มีอาการหอบ ไม่ต้องใช้ยาขยายหลอดลมเพื่อบรรเทาอาการ ไม่ต้องไปพบแพทย์ฉุกเฉินเพราะอาการหอบ มีสมรรถภาพปอดที่ปกติสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนปกติและไม่มีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้คุมผัวจีน ผลักเมียตกผาแต้ม ฝากขังสีหน้าเรียบเฉย ตร.ยังอุบหลักฐานสำคัญมัดตัว
บทความถัดไปเจอแล้วศพนักมายากล “โชว์พลาด” ปลดพันธนาการในคงคา ร่างเกยฝั่งยังมีโซ่ล่าม