Khaosod
Online

วันเสาร์ ที่ 11 ก.ค. 2563

โรคทางเพศสัมพันธ์ การระบาดในหมู่วัยรุ่น

27 มิ.ย. 2562 - 12:56 น.

โรคทางเพศสัมพันธ์ การระบาดในหมู่วัยรุ่น

โรคทางเพศสัมพันธ์ - โรคซิฟิลิส หนองใน เริม เอชไอวีและหูดหงอนไก่ กลับมาระบาดอีกครั้ง ทำให้โรคเกี่ยวกับกามโรคในไทยพุ่งสูงมากขึ้นในหมู่เยาวชนและวัยรุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นเหตุมาจากอัตราการใช้ถุงยางลดลงโดย

ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจในเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคซิฟิลิสในหลายๆ ประเทศ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมแพทย์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แห่งประเทศไทย จึงขอหยิบยกเรื่องโรคทางเพศสัมพันธ์มากล่าวถึงพร้อมแนะแนวทางปฏิบัติตนให้เหมาะสม

 

โรคทางเพศสัมพันธ์

นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

โรคทางเพศสัมพันธ์

โดย นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และอุปนายกสมาคมแพทย์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับในประเทศไทย มีข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคซิฟิลิสครั้งใหม่ในหมู่ของวัยรุ่น โดยโรคซิฟิลิสและหนองในเป็นโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ มีระยะฟักตัวประมาณ 3 วัน ผู้ชายจะเริ่มปัสสาวะแสบและขัดและมีหนอง ส่วนในผู้หญิงจะมีอาการตกขาว มีกลิ่นมีเมือกสีเขียวๆ หรืออาจจะไม่มีอาการเลยก็ได้

ปัจจุบันโรคหนองในเริ่มมีการดื้อยา ลักษณะของการดื้อยามีหลายรูปแบบ จึงได้เปลี่ยนวิธีมาใช้วิธีการฉีดยา ซึ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับยาประเภทรับประทานเริ่มรักษาไม่หายเพราะเกิดการดื้อยา เพียงแค่เริ่มดีมีอาการดีขึ้น มีหนองน้อยลง ปัสสาวะไม่แสบ ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าหายขาดแล้ว จึงไปมีเพศสัมพันธ์ซ้ำและไปแพร่เชื้อต่อ

โรคทางเพศสัมพันธ์

ส่วนโรคซิฟิลิสจะมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 10 วัน ถึง 3 เดือน แบ่งเป็น 1. ระยะที่ 1 เป็นแผลแข็งที่บริเวณอวัยวะเพศ แผลมักจะไม่เจ็บ 2. ระยะที่ 2 เป็นผื่นตามตัว แขน ขา ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ผมร่วง เป็นต้น 3. ระยะแฝง ไม่มีอาการผิดปกติ แต่ผลการตรวจเลือดซิฟิลิสให้ผลบวก

ที่สำคัญยังพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคซิฟิลิส มีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชายรักชาย โดยพบว่าในคลินิกที่ให้บริการเกี่ยวกับตรวจเลือด เอชไอวีตรวจพบกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดคือกลุ่มเกย์ จากการตรวจจำนวน 100 คน จะพบประมาณ 10 กว่าคน ที่ติดทั้งซิฟิลิสและเอชไอวีทำให้การรักษาโรคซิฟิลิสทำได้ยากขึ้นเพราะภูมิต้านทานจะต่ำ

โรคทางเพศสัมพันธ์

จากข้อมูลในการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาล่าสุดพบว่าวัยรุ่นมีแนวโน้มในการมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น โดยมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 13 ปี โดยร้อยละ 30 ไม่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ทำให้เห็นว่าวัยรุ่นยังไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ซึ่งจะทำให้วัยรุ่นติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเอชไอวี และการตั้งครรภ์ตอนที่ยังไม่พร้อมเพิ่มสูงขึ้น

ปัญหาของวัยรุ่นขณะนี้คือเป็นวัยที่ไม่พร้อมและมีการใช้ถุงยางอนามัยน้อยลง สังคมปัจจุบันมีพวกสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ที่เข้าถึง สื่อลามกอนาจารได้ง่ายขึ้น และผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลบุตรหลาน เท่าที่ควรปล่อยให้เด็กอยู่กับเพื่อนหรือไปทำกิจกรรมนอกบ้านเพียงลำพัง เมื่อเกิดพลาดพลั้งมีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควร จนทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคร้ายได้

นอกจากโรคซิฟิลิสและหนองในแล้ว ยังมีโรคที่กลับมาระบาด อีกครั้งอีก 2 โรค คือโรคเริมและโรคหูดหงอนไก่ สำหรับโรคเริม เมื่อเป็นแล้วจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต บางคนเป็นทุกเดือน เป็นที่อวัยวะเพศหรืออาจจะเป็นที่ริมฝีปาก เป็นซ้ำซาก บางคนสุขภาพจิตเสีย ปัจจุบันไม่มียารักษาให้หายขาด

ทั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมือนในช่วง 20 ปีที่แล้วที่มีการรณรงค์ในเรื่องของการใช้ถุงยางอนามัย ไม่ควรชะล่าใจ หากไม่ใช้ถุงยางอนามัยแล้วก็จะทำให้โรคเหล่านี้กลับมาระบาดอีกครั้ง

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ โรคทางเพศสัมพันธ์ การระบาดในหมู่วัยรุ่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง