ข้อเสื่อม โรคยอดฮิตผู้สูงวัย

ข้อเสื่อม โรคยอดฮิตผู้สูงวัย 

ข้อเสื่อม โรคยอดฮิตผู้สูงวัย – โรคข้อเสื่อม เป็นหนึ่งในปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ อัตราของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วงอายุที่มักเกิดภาวะข้อเสื่อมมักพบได้บ่อยในช่วงวัยกลางคน หรือ 40 ปีขึ้นไป และจะพบโรคนี้มากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวัยสูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี

ข้อเสื่อม โรคยอดฮิตผู้สูงวัย

ทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด เปิดเผยว่า อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเสื่อม ระยะแรก อาการจะเริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เวลาเดิน โดยเฉพาะขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า และอาการปวดจะดีขึ้นเมื่อได้พักการใช้ข้อ พบอาการฝืดตึงหรือขัดที่ข้อเป็นช่วงสั้นๆ ในตอนเช้า หรือภายหลังที่อยู่ในอิริยาบถท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เช่น หลังจากนั่งขับรถนานๆ นั่งพับเพียบ หรือคุกเข่านานๆ ฯลฯ

พบเสียงดังกรอบแกรบภายในข้อขณะเคลื่อนไหวข้อเข่า ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อหรือเอ็นที่หนาตัวขึ้น หรือเกิดจากความขรุขระของกระดูกอ่อนผิวข้อที่ถูกทำลายไป มักพบอาการข้อเสื่อมในข้อเข่าข้างที่ถนัดหรือข้างที่ใช้งานบ่อยก่อน ถ้าผู้ป่วยไม่ดูแลป้องกันต่อมาอีกไม่นานข้อเข่าอีกข้างก็จะเริ่มเสื่อมตามมา

ข้อเสื่อม โรคยอดฮิตผู้สูงวัย

ระยะรุนแรง อาการปวดข้อจะรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะเวลาเดินหรือขยับข้อ บางครั้งอาจพบปวดช่วงกลางคืน อาจคลำพบกระดูกงอกบริเวณข้างข้อหรือที่ขอบมุมข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะพบมีอาการปวดหรือเสียวที่กระดูกสะบ้า ถ้ามีอาการอักเสบที่ข้อจะทำให้ข้อบวมและร้อน แพทย์จะตรวจพบน้ำคั่งอยู่ในช่องว่างระหว่างข้อ

ถ้าข้อเสื่อมมานานจะทำให้การเหยียดข้อเข่าหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด นอกจากนี้ อาจพบกล้ามเนื้อรอบข้อลีบลงหรืออ่อนแรง ข้อเข่าโก่ง ข้อเข่าหลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป จะทำให้การเดินและการใช้ชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น หากผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่ร.พ. แพทย์จะฉายรังสีเอกซเรย์ ภาพจากฟิล์มจะเห็นช่องว่างระหว่างข้อจะแคบลง

ข้อเสื่อม โรคยอดฮิตผู้สูงวัย

แม้ว่าข้อเสื่อมจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก็ตาม แต่ก็มีวิธีการรักษาหลากหลายวิธี ซึ่งเป้าหมายในการรักษาก็คือ พยายามลดอาการปวดอักเสบของข้อให้ทุเลาเร็วที่สุด รวมไปถึงการดูแลป้องกันข้อที่เริ่มเสื่อมไม่ให้เสื่อมมากไปกว่านี้ เพื่อให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยให้น้อยที่สุด

การรักษาด้วยยา มีหลายรูปแบบทั้งชนิดทาภายนอก ฉีดเข้าข้อ รับประทานยาบางตัวสามารถปรึกษากับเภสัชกรในร้านยาได้ แต่บางตัวจะต้องจ่ายตามแผนการรักษาของแพทย์ ซึ่งเป้าหมายรักษาคือช่วยบรรเทาอาการปวดอักเสบ บวมที่ข้อให้หายเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ทุกข์ทรมานกับการปวด ช่วยควบคุมไม่ให้เป็นมากไปกว่านี้

การรักษาโดยไม่ใช้ยา เน้นการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ข้อให้ถูกหลัก การควบคุมน้ำหนัก การบริหารกล้ามเนื้อ ออกกำลังกาย การใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยพยุงเพื่อช่วยประคับประคองด้วยการลดแรงกดที่ข้อเท้า ร่วมกับการทำให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงขึ้น จะเป็นผลทำให้ร่างกายค่อยๆ ซ่อมแซมส่วนของข้อที่เสื่อมไปได้

วมไปถึงการปรับเปลี่ยนอิริยาบถและสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อเสื่อมมากขึ้น ได้แก่ การปรับเปลี่ยนวิธีนั่ง นอน ยืน เดิน การรักษาโดยการผ่าตัด ใช้ในกรณี ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมรุนแรง

ข้อเสื่อม โรคยอดฮิตผู้สูงวัย

ทีมเภสัชกรยังให้คำแนะนำถึงวิธีดูแลร่างกายและข้อเพื่อช่วยให้ห่างไกลจากโรคข้อเสื่อม ดังนี้ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์, ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ไม่ทำอะไรที่ผิดท่า เช่น นั่งยองๆ นั่งกับพื้น พับเพียบ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ นั่งหลังงอ ก้มคอทำงานนาน ฯลฯ, เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอ็นข้อต่อ

ดังนั้น การที่จะเริ่มฝึกบริหารกล้ามเนื้อใดๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน และควรเลือกการออกกำลังกายที่ไม่มีผลเสียต่อข้อ เช่น ว่ายน้ำ การเดินในน้ำ เดิน ปั่นจักรยาน ฯลฯ และใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมป้องกันข้อเสื่อม ซึ่งควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

บทความก่อนหน้านี้ถังขยะเปลี่ยนเอง
บทความถัดไป‘สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์’ เติมเต็ม‘มิกซ์ยูส’กลางเมือง