‘ฟ้าใส’สัญญา คว้ามงที่ 3 มิสยูนิเวิร์ส

‘ฟ้าใส’สัญญา คว้ามงที่ 3 มิสยูนิเวิร์ส

สวยสมมงกุฎ สมใจแฟนนางงามชาวไทย สำหรับมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ฟ้าใส น.ส.ปวีณสุดา ดรูอิ้น สาวงามลูกครึ่งแคนาดา

หลังคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ปีเดียวกับ มารีญา พูลเลิศลาภ เธอไม่หยุดฝัน กลับมาอีกครั้งและคว้ามงกุฎไปครองสำเร็จในปีนี้โดยมี แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2017 บินจากฟิลิปปินส์มาร่วมเวทีในการประกวดรอบตัดสินและสวมมงกุฎให้เธอ ขณะที่รองอันดับ 1 ได้แก่ น.ส. มิเรียม ศรพรหมมาศ รองอันดับ 2 เบลล่า น.ส.ธนัชพร บุญแสง

“ยังรู้สึกว่าเป็นความฝัน เพราะทำงานหนักมากกว่าจะมาถึงตรงนี้ แล้วเราก็ทำได้ ขอบคุณคณะกรรมการที่เลือกเป็นนางงาม 2019 ตอนจับมือลุ้นกับมิเรียมรู้สึกตื่นเต้น เป็นโมเมนต์ที่ฝันมานานว่าหากเรามุ่งมั่นตั้งใจเราจะได้ยินชื่อเรา หมายเลขของเรา และแล้วก็เป็นจริง ตอนนั้นหูอื้อมาก การได้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย คิดว่าอย่างน้อยเราก็มีตัวแทนที่ดีของประเทศไทย ในใจก็อยากให้เป็นตัวเอง เป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน ภูมิใจมาก กลับบ้านไปคงจะนั่งมองมงกุฎ” ฟ้าใสบอกเล่าความรู้สึก

ในรอบตอบคำถามที่ว่า คุณคิดเห็นอย่างไรกับการที่พ่อแม่ต้องหย่าร้างกัน ผู้หญิงต้องอยู่เพื่อลูกเพราะลูกยังเด็กอยู่โดยที่ไม่ได้รักสามีแล้ว ฟ้าใสตอบเป็นภาษาอังกฤษแปลความได้ว่า “มันเศร้ามากที่ผู้หญิงพวกนั้นต้องผ่านความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ไม่มีใครที่จะพูดคุยและช่วยเหลือพวกเขาจากสถานการณ์เหล่านั้นได้เลย ดิฉันเชื่อว่าการตั้งองค์กรเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน และใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ จะได้มีความสุขและมีอิสระ ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น” เรียกเสียงปรบมือ ดังกึกก้อง

สำหรับความมั่นใจในการประกวด ฟ้าใสบอกว่าไม่ได้มั่นใจมาตลอด มีพลิกได้ ปีนี้ไม่มีการล็อกมง ไม่มีคะแนนจากแฟนคลับ ทำเต็มที่ในทุกวัน บอกตัวเองให้สนุกในทุกวันและทุกกิจกรรม มีกำลังใจตั้งแต่การประกวดรอบพรีลิม ช่วงซ้อมอาจไม่ดีเท่าวันจริง ได้พลังโหวตเยอะมากจากแฟนๆ ขอบคุณทุกแรงเชียร์และทุกพลังโหวตที่สนับสนุน การมาประกวดไม่ได้มองว่าแข่งกับใคร แต่ทำเพื่อตัวเองและทำทุกวันให้ดีที่สุด สร้างรอยยิ้ม แฮปปี้กับเพื่อนมากในทุกวัน

ปัจจุบัน ฟ้าใส ปวีณสุดา อายุ 25 ปี ส่วนสูง 180 ซ.ม. จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว University of Calgary ประเทศแคนาดา เธอเล่าถึงโครงการที่ทำตอนเรียนที่แคนาดาว่า “หนูเรียนสาขาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว เป็นอาสาสมัครเพื่อเยาวชนพิการ ปรับเปลี่ยนกฎ กติกาและชนิดกีฬาของคนพิการ อยากนำโครงการนี้มาทำที่ไทย เพราะเวลาที่เด็กๆ กลุ่มนี้ได้ทำกิจกรรมและได้เล่นกีฬาที่ต้องการ เขาจะมั่นใจ กล้าตัดสินใจและมีรอยยิ้มหนูเองก็เป็นนักกีฬา ดีใจที่จะได้แบ่งความสุขให้เขา”

สำหรับสิ่งที่ต้องปรับปรุงหลังจากนี้ ฟ้าใสกล่าวว่าขออนุญาตไปถามคุณครูก่อน น่าจะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมือง ส่วนข้อดีของเราที่จะไปสู้กับหลายประเทศคือความพยายามของเราและการมีเป้าหมายที่ชัดเจน

“ไม่ว่าจะเจออะไรหนูไม่เคยยอมแพ้ และมีความหวังเสมอ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ ฟ้าใสมาถึงวันนี้ ขอบคุณพ่อแม่ที่สนับสนุน มีชุดสวยๆ ในการประกวดเพราะมีทีมอยู่เบื้องหลัง ขอบคุณแฟนๆ และพี่นักข่าวที่คอยทำข่าว ขอบคุณทีพีเอ็นที่ให้โอกาส และพี่ๆ ที่อยู่เบื้องหลังโปรดักชันส์ ขอบคุณแฟนๆทุกคนมีป้ายชื่อ คอยเรียก คอยโบกมือ เป็นอะไรที่ทำให้หนู ดีใจมากๆ ขอบคุณมากๆ”

ด้านคุณพ่อมิเชล ดรูอิ้น ที่มาให้กำลังใจลูกสาวพร้อมคุณแม่พรวณิชย์ แซ่ตั่น และ พี่สาว อุษณีย์ แซ่ตั่น เผยว่า “ผมมีความสุข ภูมิใจในตัวลูกมาก มีรอยยิ้มในหัวใจ” ขณะที่คุณแม่พรวณิชย์บอกว่าดีใจและภูมิใจมาก น้องพยายามเต็มที่แล้ว ได้ผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจ เราคอยให้กำลังใจเขา อะไรที่เราทำให้เขาได้ก็จะทำ คอยดูแลอยู่เบื้องหลัง แต่ส่วนใหญ่เขาจะทำเอง

มงกุฎมิสยูนิเวิร์สที่ 3 ของคนไทยรอมานานมากแล้ว ผู้สื่อข่าวอดไม่ได้ที่จะถามถึงความมั่นใจ

“แน่นอน มงสามมาแน่ ต้องมีการเตรียมตัวฝึกฝนเพิ่มเติม ขอให้เฝ้าดูพัฒนาการ ของฟ้าใส สัญญาจะทำให้ดีที่สุดถ้าเห็นพัฒนาการของหนูจากปี 2017 จนถึงวันนี้ คงเห็นแล้ว ไม่ต้องอธิบายมากมาย หนูสัญญาว่าจากวันนี้จนถึงวันที่บินไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส หนูสัญญาเลยว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้ทรงกรม (ตอนแรก)
บทความถัดไปปวดเมื่อยจากช็อปปิ้ง เดินมาก-ซื้อมาก-เจ็บมาก