ฟ้าใส-แคทรีโอนา สองสาวนักสู้สู่มง

ฟ้าใส-แคทรีโอนา – ไม่เพียงสร้างสีสันให้เวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ในค่ำคืนวันที่ 29 มิ.ย.

แคทรีโอนา เกรย์ สาวงามจากฟิลิปปินส์ ผู้คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2018 ในการประกวดเมื่อปีก่อนที่ประเทศไทย ยังทำหน้าที่สวมมงให้ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 “ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น”

ฟ้าใส-แคทรีโอนา

เธอกลับมาพร้อมรอยยิ้มสดใส ไหว้ไทยสวยงาม และเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์อีกครั้งเมื่อทักทายแฟนคลับชาวไทยว่า “สวัสดีไทยแลนด์ คิดถึงประเทศไทยและแฟนคลับทุกคน”

วันรุ่งขึ้นแคทรีโอนาควงคู่ฟ้าใสให้สัมภาษณ์เปิดใจในบรรยากาศเป็นกันเองที่เซ็นทรัลเวิลด์

“มีความสุขมากที่ได้มาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 6 แล้ว และได้มาเห็นเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ซึ่งทางทีพีเอ็นจัดได้สวยงามยิ่งใหญ่มาก ฉันจึงเชื่อมั่นในเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์และเชื่อมั่นในตัวฟ้าใสมากๆ” แคทรีโอนากล่าว

ด้านฟ้าใสเล่าว่า เธอกับแคทรู้จักกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่เวทีมิสเอิร์ธปี 2017 แคทรีโอนา น่ารักมาก ในมิสยูนิเวิร์สของเราจะเหมือนเป็นแฟมิลี่กัน ได้พูดคุยกันตลอด

ฟ้าใส-แคทรีโอนา

ต่อข้อถามว่าคิดว่ายังมีอะไรที่เป็นปัญหาของผู้หญิงในตอนนี้ แคทรีโอนามองว่าแต่ละประเทศมีปัญหาแตกต่างกันไป เธอคิดว่าปัญหาเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ หากเรามีโอกาสช่วยเหลือเด็กๆ ให้ได้รับการศึกษาตั้งแต่ต้นก็จะมีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงถ้ามีการศึกษาจะสามารถรวมตัวกันทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

ฟ้าใสเสริมว่า “ตอนนี้ฟ้าใสรู้สึกสนใจที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีประเด็นว่าผู้หญิงลุกขึ้นมาบอกว่าการทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราใส่ส้นสูงหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งใจมากแค่ไหน และตอนนี้ฟ้าใสก็มีแคมเปญที่เกิดขึ้นแล้วที่แคนาดา เด็กๆ ได้รับการสนับสนุน ทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจ มีแรงที่จะไปทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แน่นอนว่าการช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ต้องใช้เงิน และการมาอยู่ตรงนี้สามารถช่วยเหลือได้มากกว่า”

ฟ้าใส-แคทรีโอนา

ทั้งฟ้าใสและแคทรีโอนามีสิ่งที่เหมือนกันคือเป็นนางงามนักสู้ ประกวดมาหลายเวที ในเรื่องนี้ฟ้าใสกล่าวว่า “หนูประกวดมาหลายเวทีมาก แต่ความฝันของหนูคือมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

เพราะเป็นเวทีที่เป็นที่สุดที่ดึงความสามารถและศักยภาพของผู้หญิงในด้านต่างๆ ออกมา เป็นเวทีใหญ่ที่จะให้ฟ้าใสทำความฝันและความคิดต่างๆ ให้เป็นจริงได้มากขึ้น ตอนที่ประกวดครั้งแรกแล้วไม่ได้มันก็เฟลเหมือนกัน ก็กลับมาคิดว่าเรายังดีไม่พอหรือ ยังตามความฝันได้ไม่ดีพอหรือ ก่อนจะกลับมาเราต้องค้นหาตัวเองว่าอะไรที่เป็นจุดแข็งของเรา

อะไรที่เราคิดว่าเราสามารถจะขึ้นประกวดครั้งนี้แล้วบอกว่านี่แหละคือสิ่งที่ฉันเป็น ถ้าเราดึงจุดเด่นของเราออกมาได้ก็สามารถยืนอยู่ตรงนี้ได้โดยไม่กดดันว่ามีแต่คนสวย คนเก่ง แต่เราต้องรู้ว่าเราเป็นแบบไหน มาที่นี่เพื่ออะไร น้องๆ ที่อยากมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ต้องกล้าลงมือทำ มุ่งมั่นต่อเป้าหมาย เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จแบบฟ้าใสในตอนนี้”

ด้วยความเป็นลูกครึ่งแคนาดาเค้าโครงหน้าของเธอจึงสวยในแบบสาวลูกครึ่งที่อาจทำเอาหลายคนดูขัดกับตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

“ใครจะคิดอย่างไรก็ได้ แต่ตราบใดที่ฟ้าใสรู้ว่าฟ้าใสเป็นคนไทย ฟ้าใสพูดภาษาไทย รู้ว่าตัวเองมีความเป็นไทยอยู่ในหัวใจ หัวใจของฟ้าใสเป็นไทย ดังนั้นสิ่งใดที่ฟ้าใสทำฟ้าใสรู้ว่าสามารถเป็นตัวแทนของประเทศไทยและของคนไทยไปทำสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดบนเวทีระดับโลก เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยได้อย่างแน่นอน”

ฟ้าใส ปวีณสุดา กล่าวทิ้งท้าย

++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ฟ้าใส ปวีณสุดา คว้าฝันสำเร็จ!! ซิวมงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน