มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีอันตรายจากแสงยูวีในแดด : รายงานพิเศษ

มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีอันตรายจากแสงยูวีในแดด : รายงานพิเศษ

มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี – มะเร็งเป็นโรคร้ายที่ผู้คนหวาดกลัวมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ แต่หลายคนกลับมองข้ามปัจจัยเสี่ยง และละเลยที่จะป้องกันตนเอง โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนังชนิด เม็ดสี ที่อาจไม่ทันฉุกคิดว่าแสงแดดจะนำอันตรายอะไรมาสู่ผิวหนังเราได้

มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี

ผศ.พญ.สุธินี รัตนิน จากสาขาวิชา โรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่าถึงแม้มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี หรือเมลาโนมา (Melanoma) จะเป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อย แต่ก็เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดร้ายแรงที่สุด ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นที่มีความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของเซลล์เม็ดสีที่สามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีได้ และพบการเกิดของมะเร็งชนิดนี้ในประเทศไทยมากถึง 500 รายต่อปี

มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี

ไฝและมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีนั้น บางครั้งแยกออกจากกันได้ยากโดยเฉพาะมะเร็งเม็ดสีระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ป่วยหลายคนเผลอมองข้ามไม่ทันระวัง และปล่อยให้ลุกลามจนเป็นอันตรายต่อชีวิต เพื่อความปลอดภัยควรหมั่นตรวจเช็กร่างกายอยู่เสมอ

การตรวจสอบด้วยตนเองสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ เช่น ไฝโตเร็วกว่าปกติ สีเปลี่ยนแปลง มีเลือดออก หรือเป็นแผลเรื้อรังรักษาไม่หาย พิจารณาประกอบกับประวัติโรคมะเร็งผิวหนังของคนในครอบครัว การมีไฝเป็นจำนวนมาก หรือเคยถูกแสงแดดไหม้บ่อยครั้งในวัยเด็ก

ทั้งนี้ การตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อดูลักษณะของไฝว่าผิดปกติหรือไม่สามารถทำได้โดยสังเกตว่าไฝมีรูปร่างสมมาตรหรือ ไม่ มีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ขอบเขต สี และขนาดของไฝ ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ที่เรียกว่า ABCDE ดังนี้ :

มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี
ตัวอย่างภาพแสดงความแตกต่างระหว่างไฝและมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี

A-Asymmetry คือลักษณะที่ไฝมีรูปร่างไม่สมมาตร

B-Border Irregularity คือลักษณะที่ไฝมีเส้นขอบไม่เรียบ

C-Color Variation คือการที่ไฝมีสีไม่สม่ำเสมอตั้งแต่ 2 สีขึ้นไป

D-Diameter ไฝที่มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี มักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 6 ..

E- Evolution มีการเปลี่ยนแปลงของไฝอย่างรวดเร็ว เช่น โตขึ้น แตกเป็นแผล เป็นต้น

นพ.ธัชกล่าวด้วยว่า หากตรวจสอบด้วยตนเองแล้วสงสัยว่าอาจเข้าข่ายอาการของโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยด้วยการตัดชิ้นเนื้อทางผิวหนังส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง ซึ่งเป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยที่ยืนยันได้ดีที่สุด

อาการเริ่มแรกของมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีจะมีลักษณะคล้ายไฝ แต่จะเปลี่ยนแปลงขนาด สี รูปร่าง และขอบเขตอย่างรวดเร็ว มีการแตกเป็นแผล และสามารถลุกลามแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ปอด กระดูก และสมอง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี ได้แก่ การสัมผัสกับแสงยูวีบ่อยๆ หรือการทำงานกลางแสงแดด เชื้อชาติ โดยคนผิวขาวและผมสีบลอนด์จะมีโอกาสเสี่ยงสูง เพราะมีเม็ดสีที่ผิวหนังน้อยทำให้ความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวหนังจากแสงยูวีน้อยกว่าคนผิวคล้ำ, การเข้ารับการรักษาด้วยรังสีบำบัดและการมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน

สำหรับการรักษานั้น ในระยะเริ่มต้นจะใช้การผ่าตัดผิวหนังบริเวณที่มีก้อนร่วมกับ การตัดต่อมน้ำเหลืองในบริเวณข้างเคียง แต่เนื่องจากมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีสามารถ กลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายและมีโอกาสแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ แพทย์จึงอาจใช้การฉายรังสีหรือให้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือยารักษาแบบมุ่งเป้าร่วมด้วย ป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

ส่วนการรักษาในผู้ป่วยระยะลุกลาม แพทย์ยังสามารถเลือกใช้ยาทั้งสองชนิดดังกล่าวซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่ายาเคมีบำบัดและมีผลข้างเคียงน้อยกว่า แต่อาจมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับรังสียูวี และไปพบแพทย์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติของผิวหนัง ที่สำคัญอย่ามองข้ามความเคยชินหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกาย หมั่นตรวจเช็กและดูแลตนเองอยู่เสมอ

เพื่อรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง

บทความก่อนหน้านี้พระสมเด็จ พิมพ์อกครุฑ วัดบางขุนพรหม : คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง
บทความถัดไป‘ลิล แนส เอ็กซ์’ประกาศพักงาน : คอลัมน์บันเทิงต่างประเทศ