เด็กไทยย้อนรอยจีน ท่องยุคจิ๋นซีฮ่องเต้

เด็กไทยย้อนรอยจีน ท่องยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ 

คอลัมน์ สดจากเยาวชน

เด็กไทยย้อนรอยจีน ท่องยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ :  ด้านหน้าพระที่นั่งศิวโมกพิมาน พิพิธ ภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ยามนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาต่อแถวเข้าชมสมบัติล้ำค่าอายุกว่า 2,200 ปี จากเมืองจีนในนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา”

ห้องจัดนิทรรศการปรับอุณหภูมิเย็นฉ่ำทำให้เดินดูโบราณวัตถุและอ่านป้ายได้ เพลินๆ เริ่มจากพัฒนาการก่อนการรวมชาติจนมาถึงยุครุ่งเรืองในสมัยที่จิ๋นซีฮ่องเต้ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีนและทรงดำริให้สร้างสุสานเมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษา ใช้เวลาก่อสร้างสุสานนานเกือบ 40 ปี แต่พระองค์สิ้นพระชนม์ขณะ 49 พรรษา

ชาวจีนสมัยโบราณเชื่อว่าเมื่อเสียชีวิตบนโลกมนุษย์แล้วจะไปอยู่ในโลกหลังความตายใต้พิภพ คนจีนสมัยก่อนจึงสร้างสุสานใหญ่โต มีข้าวของเครื่องใช้ครบครัน รวมทั้งหุ่นข้าทาสบริวารและทหารมากมาย

ตุ๊กตาของที่ระลึก

สุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้ซ่อนอยู่ใต้ดินอย่างลี้ลับมานานกว่า 2,000 ปี จนกระทั่ง หยาง จื้อฟา ชาวนาในนครซีอาน ขุดดินทำบ่อน้ำและจอบไปกระทบหุ่นทหารดินเผาโดยบังเอิญ เมื่อปี 2517 นำไปสู่การขุดค้นและเปิดประตูสู่การค้นพบทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนและของโลกในศตวรรษที่ 20 นักโบราณคดีขุดค้นสุสานพบหุ่นทหารดินเผามากมายราว 8,000 ตัว รวมถึงโบราณวัตถุจำนวนมาก

รถม้าจำลอง

นิทรรศการที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ได้รับโบราณวัตถุจำนวน 86 รายการ รวม 133 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์ 14 แห่งในจีนให้ยืมมาจัดแสดง แม้สิ่งของที่นำมาจัดแสดงนับเป็นส่วนน้อย แต่เป็นไฮไลต์ทั้งสิ้น!!

ห้องจัดแสดงสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี มหาอาณาจักรใต้พิภพ ดึงดูดใจมากที่สุด เพราะมีรถม้า (จำลอง) อยู่กลางห้อง แต่ต้องระวังไม่ให้ก้าวล้ำเส้นสีแดงที่ขีดไว้โดยรอบ เพราะสัญญาณเตือนจะดังขึ้นทันที

 

ส่วนหุ่นทหารดินเผา 3 ตัว พลธนู นายทหารและแม่ทัพได้รับความสนใจล้นหลามไม่แพ้กัน มีคนถ่ายรูปเยอะมาก แต่ถ้าอยากถ่ายรูปแบบใกล้ชิดโดยไม่ติดตู้กระจก แนะนำให้ไปถ่ายกับหุ่นจำลองทั้ง 3 ตัวก่อนถึงทางออก และยังมีหุ่นจำลองขนาดเล็กกว่ายืนอยู่ด้านหน้าพระที่นั่งศิวโมกพิมานให้ถ่ายรูปกันอย่างจุใจ

น้องเพลงทึ่งภาชนะ ‘หู’

ขณะที่โบราณวัตถุอื่นๆ มีให้ดูเต็มตา เช่น “หู” ภาชนะบรรจุของเหลว ทำจากสำริด ฝาประดับด้วยรูปนกในอุดมคติจีน ที่น่าตื่นเต้นคือแม้ผ่านกาลเวลามากว่า 2,000 ปี แต่ยังมีของเหลวสีเขียวรสชาติคล้ายไวน์หลงเหลืออยู่ภายในภาชนะ

นอกจากนี้ เครื่องปั้นดินเผาสมัยราชวงศ์ฮั่นนานาชนิดก็น่าตื่นตา เช่น ตุ๊กตาหญิงรับใช้ที่ทำให้คนรุ่นหลังเรียนรู้การแต่งกายในราชสำนักสมัยก่อน

ทหารด้านหน้าพิพิธภัณฑ์

น้องเพลง ด.ญ.คีตาภัทร จันทรกุล อายุ 13 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนหอวัง บอกเล่าว่า ประทับใจภาชนะที่เรียกว่า “หู” ที่ยังเก็บของเหลวสีเขียวมาได้จนทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงการเก็บรักษาที่ดี การได้ชมโบราณวัตถุของจริงทำให้เข้าใจอารยธรรมและวัฒนธรรมจีนได้ดีขึ้น เพราะเคยเรียนแหล่งอารยธรรมโบราณลุ่มแม่น้ำ หวางเหอในจีนจากในห้องเรียนเกี่ยวกับอารยธรรมและวิทยาการในสมัยจักรพรรดิจิ๋นซีและ ราชวงศ์อื่นๆ

น้องเพลงเสนอว่าถ้าจำลอง สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ให้เด็กๆ สมมติบทบาทเป็นนักโบราณคดีจะทำให้เด็กๆ สนุกและเข้าใจการทำงานของนักโบราณคดีได้ดี ยิ่งขึ้น

หมิง ผิงผิง และเอวา

ด้าน น้องหมิง ด.ช.ปารย์วริศ สิริอธิพงศ์ อายุ 12 ปี ชั้น ม.1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) บอกว่า ชอบหุ่นทหารดินเผาของจริงและตื่นเต้นกับป้ายที่มีชื่อ “ราชวงศ์หมิง” เพราะตรงกับชื่อเล่นจึงไปยืนถ่ายรูปด้วยคุณแม่ของหมิงซึ่งจบการศึกษาเอกภาษาจีน อธิบายให้ฟังว่าอักษรจีนคำว่า “หมิง” ประกอบด้วยคำว่าพระอาทิตย์และพระจันทร์หมายถึง “แสงสว่าง”

หมิงเล่าว่า คุณแม่ชี้ให้ดูภาพถ่ายนักโบราณคดีในสุสานซึ่งสังเกตว่าขนาดหุ่นทหารดินเผาใหญ่กว่าคนจริงๆ และเสื้อเกราะที่นำมาจัดแสดงก็มีขนาดใหญ่กว่าคนในสมัยนี้ แสดงว่าคนสมัยก่อนตัวใหญ่กว่าคนยุคปัจจุบัน

ส่วนน้องสาว ผิงผิง ด.ญ.จิรปรียา สิริอธิพงศ์ อายุ 10 ขวบ ชั้น ป.5 โรงเรียนเซนต์โยเซฟ ทิพวัล ไม่ชอบหุ่นทหารเหมือนพี่ชายเพราะดูน่ากลัว แต่ชอบโปสเตอร์บอกเล่าที่มาการสร้างกำแพงเมืองจีน เพราะเคยเรียนประวัติศาสตร์จีนกับครูสอนพิเศษเป็นภาษาอังกฤษ ผิงผิงยังชอบชุดเกราะหินที่ดูสวย “แต่ถ้ามีคนใส่เกราะ จริงๆ ผิงผิง ก็กลัวนะคะ”

ขณะที่ น้องเอวา ด.ญ.อรณัชชา กมลปภาพันธ์ อายุ 4 ขวบ โรงเรียนอนุบาลบ้านสานฝัน ฉุดมือคุณพ่อคุณแม่ให้รีบเดินเพราะกลัวความมืด

คุณพ่อสุชาติ กมลปภาพันธ์ บอกว่า นิทรรศการน่าจะเหมาะกับเด็กระดับชั้นประถมปลายขึ้นไปถึงจะดูรู้ เรื่องพร้อมเตือนว่าเด็กเล็กบางคนอาจกลัวความมืดเพราะในห้องจัดแสดงมีเพียงแสงส่องสว่างที่ตู้โชว์ “เอวาชอบตุ๊กตาดินเผาตัวย่อมๆ อย่างรูปแกะ รูปหมู เพราะดูน่ารัก และยังซื้อตุ๊กตาดินเผาจำลองจากเมืองจีนเป็นที่ระลึกด้วย”

นิทรรศการจัดแสดงวันนี้ถึงวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ค่าเข้าชม คนไทย 30 บาท นักเรียนนักศึกษาชมฟรี

ของดีมีให้ดูใกล้ๆ ไม่ต้องไปถึงเมืองจีน

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้ใช้โดรนบินโปรยปูนขาวใส่ ซากช้าง สร้างตาข่ายดัก ก่อนถูกน้ำซัดลงเขื่อนขุนด่านฯ
บทความถัดไปวอนช่วย สองตาหลาน ชีวิตสุดข้นแค้น อดมื้อกินมื้อ บ้านพัง ไม่มีไฟฟ้าใช้ โรครุมเร้า