ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต

คอลัมน์ สดจากเยาวชน

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต – ในโลกที่มีความผันผวนตลอดเวลา การเตรียมชีวิตให้พร้อมรับสถานการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ การมีทักษะชีวิตในหลายๆ ด้านจะเป็นแต้มต่ออย่างยิ่งในโลกการทำงานและการใช้ชีวิต

ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) จึงดำเนินกิจกรรมทักษะชีวิตกับโรงเรียนพระดาบสภายใต้แนวคิดเติมใจสร้างอนาคต ด้วยทักษะชีวิตดีๆกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ UOB Heartbeat โครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มธนาคารยูโอบีที่มุ่งเน้นใน 3 ด้าน

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต
คริสโตเฟอร์ ไรท์ สอนภาษาอังกฤษ

คือ ศิลปะ การศึกษา และเยาวชน ผ่านการดำเนินงาน 3 แนวทาง ได้แก่ การดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และการมีส่วนร่วมของพนักงาน

สำหรับกิจกรรมทักษะชีวิตกับโรงเรียนพระดาบสปี 2 มีวิทยากรที่เชี่ยวชาญมาร่วมเป็นจิตอาสาถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนครอบคลุมทั้งหมด 6 ทักษะ ได้แก่ ทักษะภาษาอังกฤษกับชีวิตประจำวัน ทักษะการใช้สื่อดิจิตอลเพื่อการตลาด ทักษะการออมเงินและการลงทุนเบื้องต้น ทักษะการสร้างแบรนด์ ทักษะศิลปะเพื่อการสร้างสรรค์ และทักษะการทำอาหาร

 

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต
เชฟแอนสอนน้องๆ

หนึ่งในวิทยากรของกิจกรรมนี้คือ เชฟแอน ภาวิตา แซ่เจ้า เชฟหญิงผู้คร่ำหวอดในวงการอาหาร และเป็นเชฟผู้ช่วยคนสำคัญของ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย แห่ง IronChef Thailand ซึ่งมาสอนนักเรียนทำอาหารพร้อมจัดกิจกรรมแข่งขันสร้างสรรค์สลัดโรล เชฟแอนบอกว่า อาชีพเชฟอยู่ในเทรนด์ ของอาชีพที่น่าสนใจ

เพราะธุรกิจอาหารในไทยกำลังเติบโตอย่างมาก และไม่สามารถมี AI เข้ามาทำงานทดแทนได้ อาชีพเชฟจึงเป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกอาชีพในอนาคตให้เด็กๆ เพราะเมื่ออยู่ในวิชาชีพนี้ไปนานๆ จะทำให้ยิ่งมากประสบการณ์ สามารถสร้างเส้นทางชีวิตที่ดีและสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเอง

แม้ตอนนี้พวกเขาอาจไม่ได้คิดจะทำอาชีพเชฟ แต่เมื่อถึงวันที่เด็กๆ ออกไปใช้ชีวิตเอง พวกเขาอาจเริ่มคิดออกว่าเคยเรียนหรือมีความสุขกับการทำอาหารมาก่อน ตอนนั้นเขาก็อาจนำความรู้จากกิจกรรมครั้งนี้ไปทำเป็นอาชีพได้ เหมือนเราปูทางอาชีพให้พวกเขาด้วยความสุข การใช้ความสุขเป็นตัวนำจะทำให้งานออกมาดีเชฟแอนกล่าว

 

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต
จ๋า ประภาภัทร

จ๋า ประภาภัทร ขาวคง นักเรียนโรงเรียนพระดาบส หนึ่งในนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม เล่าว่า เข้าร่วมเวิร์กช็อปภาษาอังกฤษและการทำอาหาร ชอบทั้งสองกิจกรรม การเรียนภาษาอังกฤษสนุก ไม่เครียด และไม่เหมือนกับที่เรียนมา ทำให้ตัวเองมีทัศนคติที่ดีขึ้น จากเดิมที่มองว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก รวมถึงทำให้กล้าแสดงออกและกล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น

ส่วนการเรียนทำอาหารที่ได้ฝึกทำสลัดโรล มองว่าสามารถนำสูตรที่ได้เรียนรู้ไปทำเองได้เลย หรืออาจดัดแปลงสูตรใหม่ ส่วนตัววางไว้ว่าจะทำเป็นอาชีพเสริม เพราะเราเรียนด้านวิชาการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ต้องมีการเข้าเวร เมื่อเราว่างหรือออกจากเวรแล้วก็ทำสลัดโรลไปขายได้ เพิ่มเติมรายได้อีกทางหนึ่ง

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต
ดุจฤทัย คงคาเจริญ สอนสื่อดิจิตอล
ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต
ฝึกการนำเสนอ

ขณะที่ ม่อน ภัทรพงษ์ วัฒนวงศ์ เล่าว่า ชอบเวิร์กช็อปการใช้สื่อดิจิตอลเพื่อการตลาด ได้เรียนรู้การขายของออนไลน์ สามารถนำไปพัฒนาเป็นอาชีพเสริมที่เป็นเจ้านายตัวเองได้ การเข้าเวิร์กช็อปการทำอาหารที่มีกิจกรรมกลุ่มทำให้รู้จักเพื่อนมากขึ้น ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงสร้างความสามัคคีของกลุ่มนักเรียน

กิจกรรมนี้ตอบโจทย์ชีวิตผมหลายด้าน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผมอยากก้าวไปทำอาชีพอื่นนอกเหนือจากอาชีพที่ตรงกับสายงานที่เรียนมา การเรียนวิชาต่างๆ ช่วยให้ผมพัฒนาตัวเองและชีวิตให้เติบโตไปอีกขั้น เพราะสิ่งที่ผมไม่เคยทำก็กล้าที่จะลองทำ จะกลายเป็นทักษะชีวิตที่ติดตัวผมไปตลอดและนำไปต่อยอดกับการทำงานในอนาคตได้ม่อนกล่าว

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต
ตั้งใจ
ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต
สนุกเรียนรู้การทำสลัดโรล

ติดปีกเด็กไทยเติมทักษะชีวิต

 

การจัดกิจกรรมทักษะชีวิตกับโรงเรียนพระดาบสในครั้งนี้มีจิตอาสายูโอบีกว่า 20 คนร่วมกิจกรรม ณาตยา วงศ์เจริญสถิตย์ หนึ่งในจิตอาสายูโอบี เผยว่าชอบบรรยากาศของเด็กๆ ที่มีความสุขกับการทำกิจกรรม กิจกรรมนี้ช่วยเสริมทักษะชีวิตให้เด็กๆ มาก นอกจากความรู้ด้านวิชาชีพแล้ว พวกเขายังได้ฝึกทักษะด้านอื่น อย่างเช่นการทำกิจกรรมที่ต้องนำเสนอผลงาน

น้องหลายคนทำได้ดีแม้จะเป็นครั้งแรก เหมือนพวกเขาก้าวข้ามความท้าทายหรือสิ่งที่เป็นครั้งแรกของเขา เชื่อว่าพวกเขาจะนำทักษะหรือประสบการณ์จากการทำกิจกรรมไปต่อยอดได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาชีพ การเข้าสังคม หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น เสริมสร้างให้พวกเขาเป็นคนคุณภาพร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยต่อไป

บทความก่อนหน้านี้RIDE YOUR WAVE
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” บินด่วนดูไบ! เคลียร์ใจพบแม้ว “ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.” ทั้งน้ำตา…