แมวบำบัด
คอลัมน์ แมวสำคัญของโลก
โดย…ขึ้นหนึ่งค่ำ
แมวบำบัด – การที่ชาวออฟฟิศ ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น Work from home ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อลดการระบาดของเชื้อไวรัส Covid -19 ในช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา อาจทำให้หลายคนเกิดความเครียดสะสม แต่หลายคนก็ได้ค้นพบว่า ตัวเองมีทักษะบางอย่างที่สามารถใช้งานได้ดีและเพิ่งเคยได้นำออกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร เขียนหนังสือ หรือทำคลิปวิดิโอสนุกๆ
คอลัมน์แมวสำคัญของโลกวันนี้ เราจะมาพูดถึงบทบาทที่สำคัญในการช่วยลดความเครียดและเศร้าหมองของน้องเหมียวแสนรักที่มีต่อเจ้าของของมันในช่วงเวลาแบบนี้กันค่ะ

แมวบำบัด
เป็นที่ทราบกันมานานมากแล้วว่า การได้เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่ได้ใกล้ชิด คลุกคลีสนิทสนม และมีปฏิสัมพันธ์กันเป็นอย่างดีอย่างสม่ำเสมอจะช่วยบำบัดจิตใจของผู้ที่มีอาการเศร้าหมองหรือผู้ที่มีอากรป่วยด้วยโรคบางชนิดได้
สัตว์บำบัดโดยเฉพาะหมาและแมว เป็นที่นิยมกันมานานแล้วในบ้านพักคนชรา และสถานที่ที่ต้องดูแลคนป่วยโรคเรื้อรัง การได้ลูบขนแมวที่นุ่ม เรียบ ลื่น และสะอาดสะอ้าน ทำให้ความดันในเลือดลดลง คลื่นสมองสม่ำเสมอ
เมื่อราวปี 2000 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น คุณ Hidenobu Fukuda เจ้าของบริษัทไอทีชื่อ Ferray เคยได้รับคำขออนุญาตให้เลี้ยงแมวในออฟฟิศ ซึ่งพอเขามาพิจารณาดูแล้ว คิดว่า บางทีการได้มีแมวอยู่ในออฟฟิศอาจช่วยให้พนักงานผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ขึ้นชื่อกันว่าคนทำงานมีความจริงจัง และมีความเครียดจากการทำงานสูง
ดังนั้นเขาจึงอนุญาต และไม่ใช่แค่อนุญาตอย่างเดียว ยังสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงแมวในออฟฟิศให้อีกด้วย ในราวตัวละ 5000 เยนต่อเดือน(ราว 1520 บาท) โดยรับแมวมาเลี้ยงในออฟฟิศทั้งหมด 9 ตัว ไม่มีกฎกติกาอะไรทั้งสิ้นสำหรับพนักงานเหมียวเหล่านี้ พวกมันสามารถ เดิน วิ่ง เล่น นอน ตรงไหนเมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีใครห้าม หิวเมื่อไหร่ก็ลุกไปกิน ได้ ที่เด็ดคือ สำหรับพนักงานของบริษัทนี้คือ ใครเครียดหรือเกิดอยากเล่นกับแมวตัวไหนขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็สามารถลุกไปเล่นไปคุยกับแมวได้ตลอดเวลาเช่นกัน

ใส่ใจความรู้สึกพนักงานของบริษัทนี้ส่งผลดีต่อพนักงานและบรรดาแมวๆที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์ที่พวกมันรัก (ไม่ว่ามันจะคิดว่าคนเหล่านั้นเป็นเจ้านาย เพื่อน หรือทาสของมันก็เถอะ) ตั้งแต่มีแมวเข้ามาร่วมในชีวิตการทำงานด้วยแล้ว ดูเหมือนพนักงานจะพากันอารมณ์ดีขึ้น สุขภาพจิตดี
พนักงานหญิงคนหนึ่งกล่าวว่า บางครั้ง แม้แมวไม่ต้องทำอะไรตลกๆ หรือลุกไปเล่นกับแมว แต่ระหว่างวันที่กำลังนั่งทำงานเครียดๆแค่มีแมวสักตัวมานั่งหลับในท่าทางสบายใจอยู่ข้างๆให้เห็น ก็ช่วยทำให้เธอรู้สึกว่าบรรยากาศในที่ทำงานผ่อนคลายขึ้นได้มากแล้ว
ส่วนเจ้าของบริษัทกล่าวว่า แม้จะมีข้อดีในเรื่องที่ช่วยให้พนักงานอารมณ์ดีขึ้น บรรยากาศที่ทำงานดีขึ้น แต่ข้อเสียก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะด้วยความรักอิสระ เสรีเสียเหลือเกินของบรรดาน้องเหมียว ทำให้พวกมันมักจะเดินไปถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ที่พนักงานกำลังทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ เดินไปเหยียบแป้นวางสายโทรศัพท์ที่กำลังคุยอยู่ นอนทับสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าสำนักงานทำให้เครื่องดับอยู่เป็นประจำ (แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนักหรอกสำหรับคนรักแมวน่ะเนอะ)

ยังมีงานวิจัยและการเก็บสถิติ ที่ระบุว่า แมวสามารถช่วยให้อาการของผู้ที่มีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวลให้ดีขึ้นได้ โดยการได้ใกล้ชิด ดูแลแมวที่มีลักษณะนิสัย สบาย ชิลล์ ไม่กระโตกกระตาก ไม่คึกคะนองเกินไป จะช่วยให้ใจของคนกำลังว้าวุ่นสงบลง ออกมาจากโลกส่วนตัวของตัวเอง และเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้มากขึ้นด้วย

กลับมาเข้าเรื่องการทำงานที่บ้าน ผู้เลี้ยงแมวหลายคนพูดตรงกันว่า การมีแมวที่รักอยู่ใกล้ๆเวลาที่นั่งทำงาน ทำบ้านบ้านไม่ได้เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวมากเกินไปนัก เราสามารถพักแบ่งเวลาไปเล่นและดูแลแมว ใช้เวลาร่วมกันได้มากขึ้นในตอนที่เบื่อหรือเหงา แมวน่ารักที่ชอบเข้ามาออดอ้อนคลอเคลียเจ้าของทำให้เรารู้สึกว่าเรายังมีค่า มีตัวตน และเป็นที่รักไม่แพ้ตอนที่เราอยู่กับเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ (คอยระวังอย่าให้มันถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ก็พอ)
และบางหน หากเรารู้สึกเครียด เหนื่อยล้ากับการงานที่เคร่งเครียด เจ้าเหมียวที่เอาแต่นอนอุตุอยู่ใกล้ๆเรามาทั้งวันก็อาจจะเงยหัวขึ้นมาสบตาเราสักครั้งด้วยท่าทางสบายๆราวกับว่าโลกทั้งใบถล่มลงมามันก็จะไม่สน ไม่แคร์ บอกเราด้วยสายตาว่า “เครียดอะไรกันนักหนาล่ะมนุษย์ มองออกไปนอกหน้าต่าง ดูนกอย่างที่ฉันทำสิ หรือไม่ก็นอนสักงีบสิ โลกไม่แตกเพราะนายงีบหรอก แล้วตื่นมาทุกอย่างก็จะดีเองแหละ เหมือนฉันนี่ไง”
ภาพ : Pixabay //shutter stock
ที่มา : www.japantimes.co.jp // people.com