ฉีดยาเข้าวุ้นตา 1 ในวิธีรักษาจอตา

ฉีดยาเข้าวุ้นตา – การฉีดยาเข้าวุ้นตา (Intravitreous Injection) เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรคที่เกี่ยวกับจอตา เพื่อเข้าไปยับยั้งการเติบโตของหลอดเลือดที่ผิดปกติ ลดการบวมของจอตา

และช่วยเพิ่มโอกาสให้มองเห็นภาพชัดขึ้น อาการตามัว มองเห็นภาพบิดเบี้ยว เห็นสีผิดเพี้ยนไป มีจุดมืดในบางบริเวณของภาพ อาการเหล่านี้ส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ตาบอดได้

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า การฉีดยาเข้าวุ้นตา คือ การฉีดยาในกลุ่มที่มีชื่อว่า Anti-VEGF เข้าไปภายในวุ้นตา ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาโรคทางจอตาหลายโรค

ได้แก่ โรคจอตาเสื่อมชนิดเปียก จุดภาพชัดบวมจากเบาหวาน จุดภาพชัดบวมจากหลอดเลือดดำที่จอตาอุดตันและภาวะเส้นเลือดตางอกใหม่ที่ผิดปกติ ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติ

การฉีดยาเข้าวุ้นตานั้นมีหลายชนิด ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ ที่ทำให้ประสิทธิภาพของการรักษาโรคตาดีขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก สามารถใช้รักษาภาวะหลากหลายของโรคจอตา โดยยากลุ่มนี้จะไปยับยั้งการเติบโตของหลอดเลือดผิดปกติและช่วยลดการรั่วซึมของหลอดเลือด ลดการบวมของจุดภาพชัดของจอตา

ฉีดยาเข้าวุ้นตา

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

พญ.สายจินต์ อิสีประดิฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการตามัว มองเห็นภาพบิดเบี้ยว เห็นสีผิดเพี้ยนไป มีจุดมืดในบางบริเวณของภาพ อาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติที่จุดรับภาพชัด ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ตาบอดได้

สาเหตุของโรคตาที่สามารถทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดงอกผิดปกติใต้จุดรับภาพชัด ได้แก่ ภาวะสายตาสั้นมาก จอตาเสื่อมชนิดเปียก การได้รับอุบัติเหตุที่ตา เป็นต้น ภาวะจุดรับภาพบวมสามารถพบในโรคเส้นเลือดดำของจอตาอุดตัน เบาหวานขึ้นตา เป็นต้น

ฉีดยาเข้าวุ้นตา

พญ.สายจินต์ อิสีประดิฐ

ซึ่งการฉีดยาเข้าวุ้นตาโดยการฉีดยาในกลุ่มที่มีชื่อว่า Anti-VEGF ช่วยรักษาได้

การเตรียมตัวก่อนและหลังการฉีดยาเข้าวุ้นตา ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาที่ทานอยู่ประจำ เช่น ยาลดความดัน ยาละลายลิ่มเลือดได้ตามปกติ ไม่ควรหยุดยา ควรนำยาที่ทานประจำมาด้วยทุกครั้งในวันที่ต้องได้รับการฉีดยาเข้าวุ้นตา ควรแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่พยาบาลให้ทราบก่อนหากมีอาการผิดปกติเช่นมีไข้ ไอ มีขี้ตาหรือตาแดง เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

หลังจากได้รับการยืนยันว่าสามารถได้รับการฉีดยาเข้าวุ้นตาแล้วจักษุแพทย์จะเป็นผู้ฉีดยาโดยวิธีปราศเชื้อ โดยฉีดผ่านบริเวณตาขาว หลังฉีดยาอาจมีการประเมินการมองเห็นและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้หลังจากฉีดยาแล้วควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำจากพยาบาลอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและไม่ให้น้ำหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตาข้างที่ฉีดยา ทำความสะอาดใบหน้าโดยใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด เช็ดหน้าแทนการล้างหน้า สามารถอาบน้ำและแปรงฟันได้ตามปกติ แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าตาเป็นเวลา 3-5 วัน ตามที่แพทย์แนะนำ

พญ.สายจินต์กล่าวด้วยว่า หลังฉีดยาเข้าวุ้นตาอาจเกิดอาการแทรกซ้อนบ้างแต่ไม่เป็นอันตราย เช่น มองเห็นจุดสีดำหรือฟองอากาศลักษณะกลมลอยไปมาในลานสายตาข้างที่ฉีดยาซึ่งสามารถหายเองได้ภายใน 2-3 วัน เลือดออกที่เยื่อบุตาขาว ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 7-14 วัน

หากมีอาการปวดตาให้รับประทานยาพาราเซตามอลขนาด 500 ม.ก. ครั้งละ 1 เม็ด ห่างกันประมาณ 4-6 ช.ม. หากรับประทานยาพาราเซตามอลแล้วประมาณ 2 ครั้ง อาการปวดไม่ทุเลาและมีอาการปวดร้าวมาที่ท้ายทอย คลื่นไส้ อาเจียน หรือหากตาข้างที่ได้รีบการฉีดยามีขี้ตาสีเขียว บวมแดง ปวดตามาก การมองเห็นแย่ลงกว่าก่อนฉีดยา หรือมีอาการแพ้แสง ควรรีบมาพบจักษุแพทย์ทันที และควรมาตรวจตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามผลการรักษา

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์จอตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) โทร.0-3438-8712-4 ต่อ 9014 เฉพาะในเวลาราชการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน