BoostUp @rayong รวมพลัง อึด ฮึดสู้ – การแพร่ระบาดของ โควิด-19 นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยแล้ว ยังเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้ประชาชนคนไทยเกิดความเครียดวิตกกังวล

แม้ว่าตอนนี้ประเทศไทยยังมีความปลอดภัยสูง แต่กรณีทหารอียิปต์ติดโควิดแวะมายังจังหวัดระยองสะท้อนว่า โรคนี้มีผลกระทบทางจิตใจอยู่มาก

เพื่อให้ประชาชน ครอบครัว ชุมชน ปลอดภัยจากผลกระทบด้านสุขภาพจิตในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 กรมสุขภาพจิตจึงต้องรับบทบาทหน้าที่หลักในการปลุกพลังในจิตใจให้ประชาชนพร้อมลุกขึ้นมาใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขเหมือนเดิมในรูปแบบของวิถีชีวิตใหม่ พร้อมให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ผู้ป่วย

นพ.จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การจัดการในเรื่องของสุขภาพจิตคนไทยตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงแรกๆ มีการสื่อสารออกไปทุกช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์

“กรมสุขภาพจิตมีหน้าที่ลดความตื่นตระหนกของสังคมไทย โดยจัดแบ่งกลุ่มคนที่ต้องสื่อสารทุกช่วงวัย ตั้งแต่กลุ่มของ เด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียน ให้คำแนะนำกับ พ่อแม่ผู้ปกครองว่าจะต้องมีวิธีจัดการดูแลลูกหลานอย่างไร ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องทำให้ เขามีความเข้มแข็งในจิตใจ แต่ต้องไม่ไปคลายเครียดด้วยวิธีผิดๆ อย่างการใช้ สุราหรือยาเสพติด ถ้าเป็นภาพรวมของครอบครัว ก็จัดทำวัคซีนครอบครัว ให้ทุกคนมีความยืดหยุ่น สร้างพลังใจและความร่วมมือในเชิงบวกว่าทุกคนจะต้องผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน”

“ถ้าเป็นผู้สูงอายุก็จะมีให้คำแนะนำถึงการปฏิบัติตัว หรือครอบครัวที่มีผู้สูงอายุก็จะต้องจัดพื้นที่ให้มีความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เครียด สำหรับคนวัยทำงานซึ่งค่อนข้างได้รับผลกระทบในแง่เศรษฐกิจก็จะมีการประเมินสุขภาพจิตง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต มีแอพพลิเคชั่น ‘Mental Health Check Up’ เพื่อประเมิน ตัวเองในเบื้องต้นว่ามีอาการเครียดอย่างไร ถ้าเล็กน้อยถึงปานกลางจะมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร แต่ถ้ามีมากก็ต้องไปพบแพทย์”

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตยังกล่าวสรุปถึงแนวทางการจัดการในเรื่องสุขภาพจิตคนไทยช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นลำดับขั้นตอนว่า หนึ่ง-ให้ความรู้ สอง-หากมีปัญหาให้ตรวจสอบด้วยตัวเอง สาม-ถ้าคิดว่าดูแลด้วยตัวเองไม่ได้ ยกหูไปที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รอรับตลอด 24 ชั่วโมงให้คำแนะนำได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายเป็นต้นว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กระจายอยู่ ทั่วประเทศคอยสำรวจสุขภาพจิตประชาชนทุกครัวเรือน โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ส่งมาทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งจะแจ้งว่ามีประชาชนที่เครียด จำนวนเท่าไร ซึมเศร้าหรือมีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายเท่าไรโดยมอนิเตอร์ตลอดเวลา

นพ.จุมภฎยังกล่าวถึงทหารอียิปต์ ด้วยว่าทันทีที่มีข่าวก็ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกไปทั่ว ทาง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิตในตอนนั้น มอบหมายให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ลงพื้นที่เยียวยาดูแลสุขภาพจิตของพี่น้องชาวระยอง มีรถโมบายคลายเครียดไปตั้งที่โรงแรมกับห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นต้นตอของเคส ช่วยให้คนในพื้นที่คลายกังวล ตื่นตระหนกน้อยลง ความเครียดก็ลดลงเป็นลำดับ

“สำหรับเคสนี้ เราอยากแสดงความชื่นชมตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จนถึงผู้นำในทุกระดับ ที่ฝ่าวิกฤตจนทำให้พี่น้องชาวระยองกลับมาใช้ชีวิตปกติอย่างรวดเร็ว ศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 จึงร่วมกับ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา โรงพยาบาลยุวประสาท ไวทโยปถัมภ์และ โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต จัดคอนเสิร์ต “Boost Up @rayong รวมพลัง อึด ฮึด สู้” สร้างวัคซีนใจให้เกิดภูมิคุ้มกันความเข้มแข็งทางจิตใจแก่พี่น้องชาวระยอง” คุณหมอจุมภฎกล่าว

สำหรับธีมในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ “พลังอึดฮึดสู้” นัยของคำว่า “อึด” คือให้เรารู้ว่ามีจุดแข็งกับจุดอ่อนอย่างไร ในส่วนที่เป็นจุดแข็งต้องดึงมาใช้ประโยชน์ “ฮึด” อยากให้รู้ว่า เรายังมีคนรอบข้างอยู่ ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว มีญาติพี่น้อง มีผู้นำชุมชนที่จะคอยช่วยเหลือ จากฮึดก็จะส่งผลให้เกิดแรง “สู้” เพื่อผ่านอุปสรรคไปให้ได้”

นอกจาก 5 สุดยอดร็อกเกอร์เมืองไทย นำโดย โป่ง หิน เหล็ก ไฟ, อี๊ด วงฟลาย, ปู แบล็กเฮด, เจี๊ยบ ร็อกอำพัน, เหน่ง วายน็อตเซเว่น และนักร้องเสียงใสขวัญใจมหาชน “พั้นช์-วรกาญจน์” ที่จะมาขึ้น เวทีสร้างความสุขสร้างพลังใจให้แก่ชาวระยองแล้ว ในงานนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตทั่วไป เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและจิตใจ ช่วยปลุกพลังใจในการต่อสู้กับวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะป็นเรื่องของเศรษฐกิจ หน้าที่ การงาน หรือการปรับตัวต่างๆ

จึงเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวระยองร่วมกันปลุกพลังใจ สู้ภัยโควิด-19 ในงานคอนเสิร์ต Boost Up @rayong รวมพลัง อึด ฮึด สู้ ทั้งที่สถานที่จัดคอนเสิร์ตก็คือสตาร์ไอทีเซ็นเตอร์ หรือจะรับชมผ่าน Live สดที่เฟซบุ๊กข่าวสด วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 2 ทุ่ม เพื่อให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง

 

สัมภาษณ์ – สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข

สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข – “ความสำเร็จของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องของโควิด-19 เห็นได้อย่างชัดเจนจากตัวชี้วัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรนานาชาติที่จัดลำดับการฟื้นฟูสถานการณ์โรคให้ไทยเป็นอันดับสองของโลก แม้แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เป็นศูนย์ หรือตัวเลขผู้เสียชีวิตก็มีจำนวนน้อยมาก

หากเทียบกับผู้ที่ติดเชื้อ กระทรวงสาธารณสุขมีทีมของศูนย์ EOC รับผิดชอบเรื่องก่อนการรักษาด้วยการเตรียมเตียงในทุกโรงพยาบาลทุกสังกัด ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือโรงเรียนแพทย์ แต่ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่าการขับเคลื่อนโดยกระทรวงสาธารณสุขมาจากพี่น้องประชาชนคนไทยที่ให้ความร่วมมือและเชื่อมั่นในมาตรการต่างๆ ทำให้ผลที่ปรากฏนั้นได้รับการประเมินอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยมีความสำเร็จไปด้วยกันภายใต้การควบคุมโรคและมาตรการต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับกรมสุขภาพจิตนั้นมีทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) แต่ละพื้นที่จะมีบุคลากรและจิตอาสา มีการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงพร้อมกับให้คำปรึกษา พิจารณาว่ามีความเครียดระดับไหน ถ้าเครียดมาก็ต้องพบแพทย์เพื่อรับยา อย่างที่ระยองพบว่าประชาชนมีความเครียดประมาณ 9.83% ระดับเส้นสีแดง เท่ากับช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดแรกๆ ดังนั้น การลงไปในพื้นที่ระยองของกรมสุขภาพจิตจะมีการประเมินและคัดกรอง เมื่อได้ตัวเลขมาแล้ว ก็จัดส่งทีม MCATT เข้าไปพบ ผู้ที่มีความเครียดสูง ให้ทั้งคำปรึกษาและยา ให้พูดคุยกับแพทย์

นอกจากการไปตรวจคัดกรองคนไทยที่เครียดกับภาวะโควิด-19 บวกกับภาวะเศรษฐกิจ ล่าสุดก็เครียดมากขึ้นจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เพราะฉะนั้น ทีม MCATT จะต้องลงพื้นที่ทุกจังหวัด ไปดูว่ากลุ่มเสี่ยงมีความเครียดระดับไหน แล้วก็คัดผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเข้าไปให้คำปรึกษาและให้ยา เป้าหมายคือถ้าเราทำให้ประชาชนลดความเครียดลง โดยเฉพาะสามารถลดความเครียดของคน ที่อยู่ในระดับซึมเศร้าและมีโอกาสฆ่าตัวตายได้ในแต่ละปีแต่ละสถานการณ์ ถือว่าเป็นความสำเร็จของกรมสุขภาพจิต

การจัดคอนเสิร์ต “Boost Up @rayong รวมพลัง อึด ฮึด สู้” ที่จังหวัดระยอง ถือเป็นอีกช่องทางในการช่วยลดความ เครียด เพราะมีการประเมินกลุ่มเสี่ยงแล้วพบว่าเป็น ผู้ประกอบการร้านค้าในตลาด เนื่องจากเมื่อโรงแรมถูกยกเลิกการเข้าพัก โรงเรียนไม่ได้เปิดเรียนในช่วงที่เกิดเคสทหารอียีปต์ ทำให้ร้านค้าขายของไม่ได้ จึงเกิดความเครียดสูง ที่บอกว่าตัวเลข 9.83 ก็มาจากผู้ประกอบการร้านค้าในตลาด เราจึงได้จัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้น เพื่อนำดนตรีมาบำบัด ลดความเครียด นอกจากนี้ก็ยังจะมีทีมของกรมสุขภาพจิตไปประชาสัมพันธ์เรื่องแอพพลิเคชั่นที่เป็นตัวประเมินและให้คำปรึกษาอย่างเต็มรูปแบบ

“ขอเชิญชวนพี่น้องชาวระยองทั้งที่อยู่ในบริเวณโรงแรมสตาร์ ตลาดสดสตาร์ หรือใกล้เคียง มาฟังดนตรีเพื่อ ลดความเครียด เราเพิ่งเผชิญกับความเครียดเคสทหารอียิปต์มาไม่นาน ก็ขอให้ทุกคนมาร่วมสนุกร่วมฟังเพลงกัน ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจในสถานการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและจะผ่านไปได้ วันนี้ระยองเคลียร์ คลีน และโอเคแล้ว ขอให้ทุกคนมารีแล็กซ์สบายๆ กับคอนเสิร์ตในวันที่ 22 นี้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน