มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ-ชาวสวน ปลื้มโครงการทุเรียนคุณภาพ3จังหวัดชายแดนใต้ ประสบผลสำเร็จยกปีนี้ปีทองรอบ30ปี ราคาทะลุ100บาทต่อกิโล เจ้าหน้าที่แนะเร่งปรับราคาหมอนทอง-เหตุจีนย่องถึงสวนชาวบ้าน
ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดชายแดนใต้ ยังคงประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ซึ่งถือเป็นเหตุปัจจัยที่ส่งผลกระทบเชื่อมโยงต่อทุกภาคส่วน ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ ประชาชนได้รับผลสะท้อนโดยตรงทั้งการดำเนินชีวิต และการดำรงชีพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่มีอาชีพเกษตรกรรม

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการสร้างต้นแบบการพัฒนาที่เหมาะสมและเป็นไปตามความต้องการของราษฎร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพ ตามศาสตร์พระราชา ในจังหวัดชายแดนใต้ (โครงการทุเรียนคุณภาพจากสามจังหวัดชายแดนใต้)

โดยเริ่มกระบวนการตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต ต่อยอดพัฒนาอาชีพเดิม และเดินหน้าส่งเสริมอาชีพใหม่ และหนึ่งในโครงการที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ดำเนินการคือ การร่วมกับจังหวัดยะลาพัฒนาโครงการทุเรียนซิตี้ ส่งเสริมให้เกษตรกรทำทุเรียนคุณภาพ ในท้องที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อปี 2561

ด้วยความสำเร็จจากโครงการนำร่องในปี 2561 ทำให้มีการขยายการดำเนินงานครอบคลุม ทั้ง จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี รวม 3 จังหวัด 13 อำเภอ 36 ตำบล โดยใช้ชื่อว่า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ทุเรียนคุณภาพ)

ปัจจุบัน ปี 2563 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 645 คน จำนวนต้น 29,201 ต้น ผลผลิต 2,040 ตัน รายได้ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2563 คาดว่าน่าจะได้จำนวน 60 ล้านบาท
ล่าสุด มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ จัดกิจกรรมสื่อสวลชนสัญจรศึกษาดูงานชุมชนเข้มแข็งสืบสานแนวพระราชดำริภาคใต้ ที่ ต.กาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ที่แปลงทุกเรียนของเกษตรที่เข้าร่วมโครงการทุเรียนคุณภาพของ นายเอกพล เพ็ชรพวง หรือ “พี่อุ้ย” อายุ 34 ปี อาสาทุเรียนคุณภาพ ในฐานะรองประธานกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่

ทั้งนี้มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ พร้อมด้วย นายเอกพล พาคณะสื่อมวลชนเข้าชมพื้นที่สันเขาที่เป็นแปลงปลูกทุเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งทุเรียนทุกต้นที่เกษตรกรในโครงการฯ ได้รับการดูแลอย่างดี มีผลผลิตที่สมบูรณ์ ซึ่งผ่านการเอาใจใส่ตามแนวทางของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ อย่างใกล้ชิด

นายเอกพล เปิดเผยว่า ตนจบสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลา ก่อนไปเป็นอาจารย์สอน ที่ จ.ภูเก็ต 1 ปี และกลับมาสอนที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส 3 ปี ก่อนผันชีวิตตนเองมาเป็นเกษตรกรแบบคุณพ่อ (นายประพันธ์ เพ็ชรพวง หรือ ลุงอ๊อด อายุ 58 ปี ) ที่สำคัญมาช่วยสานต่อไร่ของพ่อ ซึ่งคุณพ่อเริ่มมีอายุมาก จึงอยากเข้ามาช่วยแบ่งเบางานด้านการเกษตร

โดยช่วงแรกยอมรับว่ามีเหนื่อยบ้าง ต้องปรับตัวพอสมควร แต่ด้วยความตั้งใจบวกกับความพยายาม จึงอดทนเพื่อความสำเร็จของตนและคนในครอบครัว ตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่เข้าสวนทุเรียน เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และที่สำคัญก่อนเข้าโครงการฯ และหลังเข้าโครงการฯ ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากๆ โดยเฉพาะเรื่องผลผลิตทุเรียนสมบูรณ์ ได้มีราคาดี

“หากเทียบปีแรกที่เข้ามาดูแลสวนทุเรียน ใส่ปุ๋ยรดน้ำ ได้ผลผลิต 3 ตัน ราคาทุเรียนกิโลกรัมละ 35 บาท ไม่ท้อ ปีที่สอง ตัดกิ่ง ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ได้ผลผลิต 5 ตัน ราคาทุเรียน ก.ก. 50 บาท กระทั่งตัดสินใจเข้าร่วมกับโครงการฯ ซึ่งถือเป็นปีแรก ได้ผลผลิตทั้งสิ้น 10 ตัน ราคาทุเรียนก.ก. 80 บาท และปีนี้ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆ ด้าน ทำให้ราคาทุเรียนก.ก.เกินกว่า 100 บาท และปีนี้ถือเป็นปีทองของชาวสวนทุเรียนใต้ในรอบกว่า 30 ปี ที่ราคาเกิน 100 บาท ส่วนหนึ่งเพราะชาวสวนใส่ใจดูแลผลผลิต”

ตลอดระยะเวลาที่เข้าโครงการฯ ตนได้เรียนรู้ ทั้งได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิปิดทองฯ ซึ่งให้คำแนะนำ ทั้งพาไปอบรม เข้าไปศึกษาข้อมูลจากแหล่งองค์ความรู้จากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่จริง ทั้ง จ.ระยอง จันทบุรี ตราด ก่อนนำมาปรับใช้ให้เข้ากับพื้นที่จริง ทำตามคำแนะนำอย่างเป็นระบบทุกขั้นตอน ทำให้ผลผลิตและคุณภาพทุเรียนสวนเราดีและสมบูรณ์ ซึ่งสวนเราเข้าโครงการทั้งสิ้น 65 ต้น เป็นหมอนทองทั้งหมด ได้ผลผลิตกว่า 3,000 ลูก ตกลูกละ 300 บาท คาดว่าขั้นต่ำน่าจะได้แล้วประมาณ 900,000 บาท แตกดูจากภาพรวมความเสี่ยงด้านต่างๆ และมั่นใจว่าไม่มีหนอนทุเรียน ประมาณว่าปีนี้น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท

สำหรับขั้นตอนการดูแลทุเรียนสวนแห่งนี้ ตนเข้าไปดูแลเอง และตัดกิ่ง แต่ดอกแต่ผลเอง โดยตัดทั้งสิ้น 3 ครั้ง หรือภาษาถิ่นเรียก 3 มีด เริ่มตั้งแต่ตัดลูกอ่อนลูกเบี้ยวไม่สมบูรณ์ คุมจำนวนผลผลิตต่อกิ่งต่อต้น คัดทุเรียนที่ขนาดที่ต้องการ ทั้ง AB และ C เพื่อความสมบูรณ์ของลูกและของต้นทุเรียนในอนาคต
ส่วนปัญหาที่ชาวสวนทุเรียนประสบปัญหาคือ เรื่องของหนอนทุเรียนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จุดนี้วิธีป้องกันคือการเอาใจใส่ดูแลและมั่นสังเกต ซึ่งก็อาจจะมีผ่านตาไปบ้างเช่นกัน แต่ปัญหาหลักๆ คือ ขาดแรงงานในการเก็บผลผลิตที่มีจำนวนน้อย และคนเก็บทุเรียนขาดประสบการณ์
อีกทั้งปีนี้ความต้องการทุเรียนจากจีนมีมาก ทั้งพ่อค้าจีนให้ราคาสูงมากๆ ดังนั้นสิ่งที่ชาวสวนที่เข้าร่วมโครงการฯ ต้องยึดถือคือความซื่อสัตย์ ที่จะอยู่ติดเราไปแบบยั่งยืน
ทั้งนี้ นอกจากสวนที่ตนเองนำเข้าโครงการฯ ในอนาคตเตรียมซื้อที่เพื่อปลูกทุเรียนเข้าโครงการฯ เพิ่มขึ้น อีกทั้งในส่วนของสวนทุกเรียนแปลงหลังบ้านนั้น จะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้กินทุเรียนที่ดีมีคุณภาพราคาไม่แพง ซึ่งสามารถสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซค์ ทุเรียนคุณภาพไร่เพ็ชรนิชา

ด้าน “พี่ปอ” ศรัณย์ สุขประวิทย์ หัวหน้าโครงการทุเรียนคุณภาพ บอกเล่าเผยว่า โครงการทุเรียนคุณภาพ ปี 2561-2563 โดยปีแรกมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 18 คน มี 335 ต้น จำนวนผลผลิต 48 ตัน วงเงินรับซื้อ 2.4 ล้านบาท ปีที่สอง มีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งสิ้น 664 คน มี 22,508 ต้น จำนวนผลผลิต 1,699 ตัน วงเงินรับซื้อ 80 ล้านบาท และปีนี้มีเกษตรกรเข้าร่วม 645 คน มี 29,201 ต้น จำนวนผลผลิต 2,040 ตัน วงเงินรับซื้อขณะนี้อยู่ที่ 60 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ นับเป็นปีทองของทุเรียนสามจังหวัดชายแดนใต้ เพราะเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เข้าใจวิธีการดูแลสวนทุเรียน ทำให้มีผลผลิตดีคุณภาพต่อลูกสมบูรณ์ และที่ผ่านมาเราให้เกษตรกรดำเนินงานตามขั้นตอน ตั้งแต่อบรมเชิงปฏิบัติ ปรับปรุงระบบน้ำในแปลงเกษตร ตามด้วยการปรับปรุงสภาพดินและปุ๋ย คัดดอกที่สมบูรณ์จำนวนที่เหมาะสม ช่วยผสมเกสร ป้องกัน กำจัดหนอนเจาะผลทุเรียน ตัดแต่งผลทุเรียน จากนั้นจะได้ทุเรียนที่ผลสมบูรณ์ จุดนี้สัมผัสผลผลิตทุเรียนได้จริง

ทั้งนี้เราแบ่งทุเรียนทรงสวย เกรด AB มี 3 พู 1 เม็ดขึ้นไป เกรด C ทรงไม่บิดเบี้ยว มี 2 พู 1 เม็ด ขึ้นไป และตกไซส์ ทรงบิดเบี้ยว น้อยกว่า 2 พู 1 เม็ด ซึ่งราคาปีนี้ เกรAB อยู่ที่ 115 บาท เกรอ C 110 บาท และตกไซส์ ราคา 105 บาท และตลาดทุเรียนมาลายูอยู่ที่ 105 บาท ประกอบกับประเทศจีนช่วงนี้มีความต้องการผลผลิตสูง จึงส่งคนลงมาดูทุเรียนในพื้นที่ด้วยตนเอง ทำให้ราคาปรับสูงขึ้น เพราะเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จะมีผลผลิตที่ดีสมบูรณ์ เพราะดูแลเอาใจใส่ต่อผลผลิต ดังนั้นจึงไม่ต้องเสี่ยงกับราคาจายเหมาสวน ที่ต้องผจญแบบรับทั้งปัจจัยเรื่องแรงลม พายุฝน กระรอกเจาะทุเรียน หรือขโมย

หากพิจารณาหลักการของโครงการฯ ที่เราเข้ามาดูแลเกษตรกรสวนทุเรียนให้เข้าใจหลักการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพ ตามศาสตร์พระราชา ดังนั้นช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ เกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เรียนรู้ได้ดี แล้วนำไปปรับใช้ในพื้นที่จนทำให้ได้ผลผลิตที่ดีระดับหนึ่ง ซึ่งโครงการฯ เราจะช่วยส่งเสริมต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี เพื่อดูความสำเร็จในภาพรวมของโครงการฯ ส่วนเรื่องข้อตกลงระหว่างโครงการฯ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และชาวสวนทุเรียนนั้น มีตามหลักเกณฑ์ รวมถึงเรื่องของสัญญาใจระหว่างกันและกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่ดี

แต่เหตุปัจจัยในเรื่องของราคาผลผลิตทุเรียนในแต่ละปี ต้องยอมรับว่ามีความแตกต่างกัน ดังนั้นเรื่องราคาที่เรารับซื้อกับราคาตลาดต่างประเทศต้องการ จึงต้องมีการปรับให้เกิดความราคาสมดุล เพื่อไม่ให้ราคาแตกต่างกันมาก ตรงจุดนี้เกษตรจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการขายทุเรียน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานแบบคู่ขนานกันไป

และที่สำคัญคือเราหวังให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองได้อย่างมั่นคง ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของโครงการฯ และแนวทางของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ส่วนปี 2564 การรับสมาชิกใหม่นั้น อยู่ในขั้นตอนของการเก็บรวบรวมข้อมูล คาดว่าน่าจะเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว
สำหรับช่วงการระบาดไวรัสโควิด-19 นั้น จากการสอบถามและติดตามเก็บข้อมูลชาวสวน ทราบว่าไม่กระทบต่อการดูแลสวนทุเรียน และช่วงนี้ไม่มีการระบาดในประเทศเพิ่มขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดีของชาวสวนทุเรียน ที่จะนำผลผลิตวางจำหน่ายในท้องตลาดได้ตามปกติ

โครงการทุเรียนคุณภาพจากสามจังหวัดชายแดนใต้
ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีที่มีส่วนช่วยคืนความสุขเล็กๆ น้อยๆ
ให้กับพี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้