แอ่วเชียงรายหน้าฝน – มีโอกาสไปแอ่วเมืองเชียงราย หลังจากดูงานกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ(จร.) กระทรวงพาณิชย์ เมื่อเร็วๆ นี้ แม้จะอยู่ในช่วงหน้าฝน แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับ ขาเที่ยวอย่างเรา

เริ่มจาก “สิงห์ปาร์ค” 99 หมู่ 1 ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย ที่นี่ถือเป็นหนึ่งไฮไลต์ของการมาท่องเที่ยวเชียงราย เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่กว่า 8,000 ไร่อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายราว 16 ก.ม.

เมื่อเข้าไปในพื้นที่จะสัมผัสได้ถึงความสดชื่น เพราะรายล้อมด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่ขึ้นเต็มเนินเขา และสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ เช่น รถเดียวเที่ยวทั่วกับฟาร์มทัวร์สิงห์ปาร์ค ชมสัตว์สายพันธุ์แอฟริกา ปั่นจักรยานชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด กิจกรรม ผจญภัยท้าทายคนใจเด็ด การแข่งขันกีฬาตลอดทั้งปี และอื่นๆ อีกมากมาย

กิจกรรมที่เราชื่นชอบที่สุดเห็นจะเป็นการนั่งรถเดียวเที่ยวทั่วฟาร์ม หรือฟาร์มทัวร์ เพราะสะดวกสบาย เพียงซื้อตั๋วเสร็จกระโดดขึ้นรถราง (shutter bus) ที่ทางไร่ได้จัดเตรียมไว้ โดยรถจะออกทุก 15 นาที พาไปชมจุดต่างๆ เช่น จุดชมวิวไร่ชา จุดชมชีวิตสัตว์ จุดชมทุ่งคลัสเตอร์ เป็นต้น

จุดชมทุ่งคลัสเตอร์เป็นจุดที่เราประทับใจและว้าวที่สุด ถึงกับตะลึงกับทุ่งดอกไม้สวยๆ จนต้องกดถ่ายภาพแบบรัวๆ เลยทีเดียว อีกจุดที่ตกหลุมรักไม่แพ้กันคือ จุดให้อาหารสัตว์ เช่น ยีราฟและม้าลาย ถ้าใครไปกับเด็กๆ เชื่อว่าเด็กๆ ต้องวิ่งเข้าหาพี่ๆ ม้าลาย และพี่ๆ ยีราฟ กันทุกคน

ที่ไม่ควรพลาดคือ ร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารไทย อาหารอิตาเลียน ฯลฯ วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นผลผลิตสดๆ จากไร่

ร้านที่เราฝากท้องมื้อเที่ยงคือ ภูภิรมย์ ร้านอาหารไทยนานาชาติส่วนใครที่ชอบนั่งชมวิวเอาต์ดอร์แนะนำ Cargo Bar-B-Q ร้านอาหารปิ้งย่าง สไตล์บาร์บีคิว ท่ามกลางขุนเขา หรือจะมานั่งชิล จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ริมทะเลสาบได้ทุกวัน บริเวณด้านข้าง AIRPLANE FOOD TRUCK (SILVER BIRD)

นอกจากนี้ ยังมีร้านขายของที่ระลึก ของฝาก และบริเวณที่นั่งพักผ่อนหรือถ่ายรูปหลายจุด เรียกได้ว่ามาที่เดียวเที่ยวจนคุ้มจริงๆ

ผู้สนใจไปเที่ยวสอบถามข้อมูลได้ทางเฟซบุ๊ก Singhapark Chiangrai, www.singhapark.com โทรศัพท์ 09-1576-0374

หลังออกจากสิงห์ปาร์คเสร็จ เราเข้าพักที่ “ภูใจใส เมาน์เทน รีสอร์ท แอนด์ สปา” 142 หมู่ 8 บ้านแม่สลองนอก แม่จัน เชียงราย

ที่นี่บอกเลยว่าเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสงบเงียบ เป็นส่วนตัว เพราะจะได้ใช้ชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สวยงาม แต่ก็สะดวกสบาย บ้านพักมีให้เลือกหลายแบบ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0-5391-0500

พอตื่นเช้ามาก็ได้ไปเยือน “ไร่ชาฉุยฟง” อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งไม่ไกลจากโรงแรมที่พักนัก

เชื่อว่าชื่อนี้คงคุ้นเคยกันดีกับความอลังการของไร่ชาอันเป็นฉากเด่นในละครดังหลายๆ เรื่อง โฆษณาผลิตภัณฑ์ชาเขียวหลายๆ ตัว ที่มีฉากหลังอันเขียวชอุ่มปกคลุมไปด้วยทิวแถวของยอดใบชา ที่เรียงตัวลดหลั่นสลับซับซ้อนกันไปตามทิวเขาเทือกแล้วเทือกเล่า ตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใส คือภาพแห่งความประทับใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไร่ชา “ฉุยฟง” ที่แปลว่า “ยอดเขาสีเขียว” กันอย่างไม่ขาดสาย

นอกจากความสวยงามของไร่ชากว่า 600 ไร่สุดลูกหูลูกตาแล้ว Choui Fong Tea Cafe 1 & Chouifong Tea Cafe 2 เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของไร่นี้ เพราะทั้งสองร้านออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้วัสดุให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ทั้งสองคาเฟ่ยังได้รับรางวัลมากมายจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ (USA, Berlin, Japan, Italy) ในด้านการออกแบบยอดเยี่ยมอีกด้วย

ก่อนกลับก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชาสารพัดสินค้า ที่รอให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อไปฝากญาติสนิทมิตรสหาย

ไร่ชาฉุยฟงเปิดให้บริการทุกวัน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เพจ ไร่ชาฉุยฟง

อีกสถานที่ท่องเที่ยวที่เราได้ไปเยือนคือ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน”

ประวัติความเป็นมาของศูนย์แห่งนี้ คือ ในปี พ.ศ.2547 สมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการศึกษาและทดลองปลูกต้นชาน้ำมันสายพันธุ์ Camellia oleifera จากสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพื่อผลิตน้ำมันเมล็ดชาในประเทศไทย

หลังจากนั้นทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันขึ้นและเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ก.พ.2554 เพื่อเป็นโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาและพืชน้ำมัน ซึ่งศูนย์วิจัยชาน้ำมันจะผลิตน้ำมันคุณภาพสูงสำหรับการบริโภคและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง เป็นต้น

น้ำมันเมล็ดชาเป็นที่รู้จักในประเทศจีนมานานกว่า 1,000 ปี มีประโยชน์มากมายจนได้ชื่อว่าเป็นน้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก เนื่องจากองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายไม่ด้อย ไปกว่าน้ำมันมะกอกและไม่มีกรดไขมันทรานส์ จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ ดี อี และเค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่นี่ยังเป็นโรงงานต้นแบบที่สามารถเข้าชมได้ทุกจุดของการดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งปี มีขั้นตอนที่เข้าใจง่าย และคำนึงถึงระบบเสียงแบบธรรมชาติ มีระบบควบคุมการใช้พลังงานและรูปแบบที่ทันสมัยสวยงามมีสีสัน

รับรองได้ว่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนศูนย์แห่งนี้จะไม่ผิดหวัง ได้ทั้งความรู้เกี่ยวกับการผลิตชาน้ำมัน พืชน้ำมันที่อาจไม่เคยได้รู้จากที่ไหนมาก่อน แล้วยังเพลิดเพลินกับความเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่ บนพื้นที่กว่า 150 ไร่ บวกกับอาหารที่อร่อยได้คุณค่าจากร้านเมล็ดชา ช็อปปิ้งในร้านจำหน่ายสินค้าของศูนย์ เรียกได้ว่าคุ้มค่าต่อการแวะเที่ยวชมอย่างแน่นอน

ถ้าไม่เชื่อก็ต้องลองไปพิสูจน์กัน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน มูลนิธิชัยพัฒนา เลขที่ 888 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พื้นที่ติดถนนใหญ่ มีความสะดวกด้านการคมนาคม โทรศัพท์ 0-5373-4140, 0-5373-4440

หากใครมาแอ่วเชียงราย คงประทับใจไม่รู้ลืม

โดย วรนุช มูลมานัส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน