คิดถึง…สมเด็จย่า ในความคิด..คำนึง – เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี
บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และศูนย์การค้าสยาม พารากอน ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23
ภายใต้ชื่องาน “In Her Thoughts” หรือ “ในความคิด…คำนึง” ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2563 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
โดยได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมา ทรงเป็นประธานเปิดงานในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น.

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงกล่าวว่า นิทรรศการ “คิดถึง …สมเด็จย่า” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช 2539 และจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 23 ในวาระพิเศษครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ 10 รอบปีชวดนักษัตร และ 25 ปี วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จย่า จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “In Her Thoughts” หรือ “ในความคิด…คำนึง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและย้อนรำลึกถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระจริยวัตร ที่ทรงเรียนรู้ทั้งจากบุคคลที่ทรงใกล้ชิด สังคมที่ทรงดำรงพระชนม์ชีพ รวมทั้งอิทธิพลจากนักคิด นักปรัชญา และตำราวิชาการต่างๆ ที่มีส่วนหล่อหลอมจนกลายเป็นทักษะชีวิต ทักษะทางอารมณ์และสังคม มาตลอดพระชนม์ชีพ นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอในรูปแบบเส้นเวลา (Timeline) นับตั้งแต่ปีแรกที่ประสูติจนกระทั่งสวรรคต และพระราชปณิธานที่มีผู้สานต่อผ่านมูลนิธิหรือองค์กรต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ดังนี้

ช่วงที่ 1 พ.ศ. 2443-2460 ชีวิตในวัยเยาว์ เรียนรู้ เติบโตในชุมชนเล็กๆใกล้วัดอนงคาราม ได้เป็นข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า วไลยอลงกรณ์ (กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร) กระทั่งได้ร่ำเรียนในฐานะนักเรียนพยาบาล โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราชและมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาวิชาพยาบาล ไปศึกษาต่อ ณ สหรัฐอเมริกา
ช่วงที่ 2 พ.ศ. 2460-2466 ชีวิตการเป็นนักเรียนทุนในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ ตลอดทั้งเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม และฝึกทักษะด้านภาษา และจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตนักเรียนทุนพยาบาล ณ สหรัฐอเมริกา คือการได้พบและอภิเษกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และสร้าง “ครอบครัวมหิดล”
ช่วงที่ 3 พ.ศ. 2467-2475 ชีวิตครอบครัวเริ่มได้ไม่นานก็ประสบกับความสูญเสีย สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์สิ้นพระชนม์ นับจากนั้น แม้การอภิบาล พระโอรสธิดาจะดำเนินไปท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมและประเทศ แต่เจ้านายเล็กๆ ก็เติบโตอย่างมีสุขอนามัยที่สมบูรณ์ ณ วังสระปทุม
ช่วงที่ 4 พ.ศ. 2476-2514 ช่วงเวลาที่ได้ปฏิบัติพระราชภารกิจยิ่งใหญ่ในการถวายพระอภิบาลและอบรมพระโอรสธิดา และทุกพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อต่างประเทศ นอกจากนั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ทรงใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งวิชาปรัชญา ภาษาสันสกฤต และบาลี อย่างจริงจัง นำเสนอผ่านสมุดเล็กเชอร์ลายพระหัตถ์ และตำราวิชาต่างๆ ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงสนพระราชหฤทัย
ช่วงที่ 5 พ.ศ. 2515-2538 นอกจากพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติด้วยความเมตตากรุณา ส่งไปถึงอาณาประชาราษฎร์ทุกหมู่เหล่าแล้ว ในยามที่ทรงว่างหรือภายหลังการทรงงาน จะทรงพักพระอิริยาบถทรงงานอดิเรกที่โปรด ด้วยทรงตระหนักว่า “เวลาเป็นของมีค่า” ทั้งเรื่องงานปั้น งานปักผ้า งานดอกไม้แห้ง งานวาดรูปบนเครื่องกระเบื้องเซรามิก และความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับดาราศาสตร์ โปรดให้ตกแต่งเพดานพระตำหนักดอยตุงเป็นภาพสุริยจักรวาล กลุ่มดาวจักรราศี และกลุ่มดาวฤกษ์สำคัญ ซึ่งจำลองมาให้ชมภายในนิทรรศการครั้งนี้ ตราบจนถึงวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ เมื่อเสด็จสวรรคต ทรงเป็น “สมเด็จย่า” ที่ชาวไทยเคารพ เทิดทูน ผูกพันมาจนตราบทุกวันนี้
ช่วงที่ 6 พ.ศ. 2539 ปัจจุบัน พระราชปณิธานยังคงได้รับการสืบสานผ่านหน่วยงานและองค์กรต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน เช่น มูลนิธิแม่ฟ้า หลวงฯ และโครงการพัฒนาดอยตุงฯ รวมทั้งการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ภายในนิทรรศการยังจัดจำหน่ายสินค้าจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ Doi Tung Cafe และผลิตภัณฑ์จาก Doi Tung Lifestyle รวมถึงจำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์