กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ และนักออกแบบชาวอเมริกันได้พัฒนาแนวคิดสำหรับชุดสเต็กที่ปลูกเองโดยใช้เซลล์ และเลือดของมนุษย์ เพื่อตั้งคำถามถึงจริยธรรมของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ที่ถูกเพาะเลี้ยงสำหรับเป็นอาหารของมนุษย์

Ouroboros หรือ ‘สเต็กเนื้อตัวเอง’ อาจจะเป็นสเต็กหนึ่งในอาหารมื้อเย็นของคุณ ที่เกิดขึ้นจากการปลูกในห้องทดลอง โดยนำเซลล์ที่ได้มาจากกระพุ้งแก้มของตัวเอง ผสมกับเซรั่มที่ได้รับจากเลือดมนุษย์ที่ถูกบริจาคแต่หมดอายุแล้ว

ชิ้นเนื้อมนุษย์ขนาดพอดีคำนี้ปัจจุบันถูกจัดแสดงเป็นชิ้นงานต้นแบบในนิทรรศการ Beazley Designs of the Year ซึ่งขั้นตอนกว่าจะเป็นสเต็กชิ้นนี้นั้นไม่มีการเบียดเบียนสัตว์เลยสักเล็กน้อย เพื่อให้ผู้คนเห็นว่าสามารถทำได้โดยไม่ได้พึ่งพาเนื้อสัตว์ หรือเอาสเต็มเซลล์ของสัตว์มาใช้เหมือนเนื้อที่ปลูกจากห้องแล็บ

เนื่องจากช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทางอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ได้ประสบความสำเร็จจากการปลูกเนื้อสัตว์ขึ้นในห้องทดลองโดยอ้างว่าเป็นทางเลือกที่ยั่งยืน และปราศจากความโหดร้าย ต่างจากการทำฟาร์มสัตว์ก่อนจะส่งพวกมันเข้าสู่โรงงานเพื่อทำการแปรรูป แต่ทว่ากระบวนการดังกล่าวยังคงใช้ Fetal bovine serum (FBS) เพื่อส่วนประกอบสำคัญในการเจริญเติบโตสำหรับการเพาะเลี้ยงเซลล์สัตว์

เซรั่ม FBS นี้ มีราคาสูงถึงลิตรละสามหมื่นบาทในการผลิต เซรั่มดังกล่าวถูกสกัดมาจากเลือดของลูกวัวที่ยังอยู่ในครรภ์ และแม่วัวเหล่านั้นถูกฆ่าในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์หรือนม ดังนั้นการปลูกเนื้อสัตว์ดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งผลผลิตที่ได้มาจากการทรมานสัตว์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิต ซึ่งไม่ต่างจากการทำอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์แบบปกติ

Ouroboros Steak ตั้งชื่อตามสัญลักษณ์โบราณของงูที่กินหางของมันเอง เพื่อช่วยลดความต้องการอยากกินสัตว์ชนิดอื่น ๆ ทั้งยังเป็นแนวคิดเรื่องความเป็นนิรันดร์ และวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด สเต็กเนื้อคน เวอร์ชันที่จัดแสดงที่ Design Museum ในลอนดอน สร้างขึ้นโดยใช้วัฒนธรรมของเซลล์มนุษย์ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เพื่อการวิจัย และพัฒนาจาก American Tissue Culture Collection (ATCC)

โดยหนึ่งในทีมงานได้เก็บเซลล์ดังกล่าวด้วยการสำลี ก่อนวางไว้ในจานปลูกที่ทำจากไมซีเลียมเห็ด ประมาณสามเดือนสิ่งเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น เช่นเตาอบอุณหภูมิต่ำ และเลี้ยงด้วยเซรั่มของมนุษย์จนกว่าสเต็กจะโตเต็มที่ เมื่อได้สเต็กขนาดพอดีคำ มันจะถูกเก็บรักษาไว้ในเรซินวางบนจาน ผ้ารอง และเครื่องเงิน

“เลือดมนุษย์ที่หมดอายุแล้วเป็นวัสดุเหลือใช้ในระบบการแพทย์ มีราคาถูก และยั่งยืนกว่า FBS แต่ไม่ค่อยได้รับการยอมรับทางวัฒนธรรม เพราะผู้คนคิดว่าการกินตัวเอง ก็ไม่ต่างจากการกินเนื้อคน ซึ่งในทางเทคนิคแล้วสิ่งนี้มันไม่ใช่” หนึ่งในทีมงานกล่าว

“เราไม่ได้ส่งเสริมให้ ‘กินมนุษย์’ เป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาความต้องการโปรตีนในมนุษย์ แต่เราอยากให้ตั้งคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรทำ เพื่อจะได้สามารถบริโภคเนื้อสัตว์ได้อย่างต่อเนื่อง และในอนาคตใครจะสามารถซื้อเนื้อสัตว์ได้ หรือใครบ้างที่อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเพาะเลี้ยงเนื้อสัตว์เอง” ทีมงานกล่าว

แม้ว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเนื้อสัตว์ที่ปลูกในห้องแล็บได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายสักเท่าไหร่นัก แต่ตลาดดังกล่าวคาดว่าจะมีมูลค่า 206 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6.1พันล้านบาทไทย และคาดว่าจะเติบโตเป็น 572 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาทไทย ภายในปี 2568 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม และจริยธรรมที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเลี้ยงปศุสัตว์ เพื่อการบริโภคของมนุษย์

ที่มา : dezeen

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน