เป็นแม่ไม่ง่าย – “เขารักยายเหมือนแม่ รักยิ่งกว่าแม่ เรียกแม่ทุกคำ พอยายตายเขาก็ซึมไปเลย”

เรากับแฟนทำงานบริษัททั้งคู่ ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ตอนที่เราเริ่มท้องก็คุยกันว่าหลังคลอดคงกลับมาทำงาน เพราะรายได้สามีคนเดียวน่าจะไม่ไหว เลยปรึกษากันว่า น่าจะต้องให้แม่สามีหรือไม่ก็แม่เรา ช่วยมาอยู่ด้วยที่บ้านเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน

หลังคลอดแรกๆคนที่มาช่วยคือแม่สามี คุณย่ากับหลานอยู่กันดี สนุกสนานมาก หลังเราเลี้ยงลูกได้สามเดือนตามกำหนดลาคลอด เราก็คอยปั๊มนมใส่ตู้เย็นไว้ให้ย่าป้อนหลาน ลูกเราก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เลี้ยงง่ายมาก กินดี นอนดี อึดี และไม่เคยป่วยเลยพัฒนาการดีมาตลอด

จนกระทั่ง แม่สามีเราเริ่มมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ หน้ามืด วูบ ขา แขน อ่อนแรงครึ่งซีก ตอนนั้นลูกเราอายุใกล้ครบขวบ แต่แม่สามีต้องพักไปรักษาตัว เราก็เลยตามแม่เรามาช่วยดูหลาน ซึ่งงแม่เราก็ยินดีมาก เราลาพักร้อนมาดูลูกอยู่พักหนึ่งเพื่อช่วยบอกแม่ว่าอะไรอยู่ตรงไหนทำยังไงบ้าง

แม่เราเป็นคนแก่ใจดี รักหลานมาก และชอบทำอาหาร มาช่วยเราดูลูกแล้วอารมณ์ดีกันทั้งยายทั้งหลาน เรากับแฟนก็พลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วยเพราะกลับบ้านมามื้อเย็นไม่ต้องหาแล้ว แม่จัดการหมด บ้านช่องก็สะอาดเรียบร้อยเพราะพอลูกเราหลับแม่เราก็จัดการหมด

จากทีแรกที่ตั้งใจว่า แค่ให้แม่มาช่วยดูช่วงก่อนลูกเข้าเนอร์สเซอรี่ แต่พอเลี้ยงไปมา แม่เราก็บอกว่า แม่ยังช่วยเลี้ยงอยู่บ้านได้ ก็อย่าเอาลูกไปฝากใครก็ไม่รู้เลี้ยงเลย ทั้งเชื้อโรค ทั้งคนใจร้าย เอาไว้สักเข้าอนุบาลค่อยไปก็ได้ สักสามสี่ขวบ

ในที่สุด แม่เราก็อยู่มายาวไปเรื่อยๆ โดยที่ทุกคนแฮปปี้ดี จนลูกเข้าอนุบาล เข้าประถม แม่เราลุกทำกับข้าวเช้าห่อให้หลานไปโรงเรียน ตอนเช้าก็ไปส่งขึ้นรถโรงเรียนตอนเย็นก็รอรับจากรถ พาไปเดินเล่นสวนสาธารณะ ซื้อขนม

ลูกติดยายมาก เรียกยายจ๋าตลอด เพราะยายได้อยู่กับเขานานกว่าพ่อมีอีก มีอะไรก็หายาย เชื่อฟังยายตลอดเรากับแฟนก็ไม่น้อยใจนะ เพราะเขาก็เลี้ยงหลานดีมากจริงๆ เรื่องการเรียนก็ไม่เสีย ลูกมีมารยาท สุภาพเรียบร้อย ป.3 หัดทำกับข้าวหัดทำงานบ้านได้หลายอย่างเลย มีความรับผิดชอบดีมาก

ปัญหามาเกิดตอนที่เราพาแม่ไปตรวจแล้วพบว่าแม่เป็นมะเร็งมดลูกขั้นท้ายๆแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่มีอาการอะไรเลย วันนั้นที่ไปตรวจคือเราคะยั้นคะยอให้เขาไปตรวจสุขภาพเองแล้วเจอเข้าโดยบังเอิญ

วันนั้นเราเสียใจมาก เครียดมาก เพราะหมอบอกว่ามันลุกลามยึดไปทั่วท้องด้านล่าง ยึดกระเพาะปัสสาวะ ยึดลำไส้ใหญ่ ผ่าตัดก็หมอไม่รับรองผลเพราะมันเยอะมาก และคนไข้จะเจ็บแผลทรมานมาก คีโมก็น่าจะยากเพราะแม่เราเคยเห็นญาติเราที่เป็นมะเร็งรับคีโมแล้วทรมานมาก และในที่สุดก็เหมือนร่างกายรับไม่ไหว ตายเพราะคีโมเลยไม่เอาเลย

เวลาที่เหลือของแม่ไม่กี่เดือนตอนนั้น แม่เราพยายามมีอารมณ์ขัน ไม่เครียด เพราะไม่อยากให้ทุกคนเครียด แต่ขอร้องว่าอย่าเพิ่งบอกหลาน ยังไงวันนึงก็ต้องรู้ ขอใช้เวลาที่เหลือด้วยกันอย่างมีความสุขที่สุดก่อน ระหว่างนั้นแม่เราก็พาหลานไปวัดทุกวัน สอนเรื่องวัฏสงสาร สอนเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เราแอบนอนร้องไห้ทุกคืน แม่ก็เข้ามากอด บอกว่าเราดูแลเขามาดีที่สุดตลอดแล้ว เขาภูมิใจในตัวเรามาก และอยากให้ดูแลหลานให้ดี อยากให้เราเข้มแข็ง

เขาจัดการทุกอย่างเองหมด แม่เข้มแข็งมาก เตรียมกระทั่งเรื่องโลง เรื่องวัด มีแต่เราเองนี่แหละ ทำใจไม่ได้

ตอนแม่อาการกำเริบ นอนรพ. ลูกเราก็ตกใจ แต่อาการไปไวมาก พอเข้ารพ.ก็อาการหนัก และพูดสื่อสารอะไรไม่ได้แล้ว นอกรพ.ไม่กี่วันแม่เราก็เสีย

ลูกสาวเราที่ติดยายมากก็เหมือนช็อกไปเลย เขากลายเป็นนิ่ง ซึม ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย แต่ก็ไม่คุยกับใคร กินข้าวไม่ลง นอนไม่ได้ ระหว่างงานศพเจ็ดวันลูกเราช่วยงานศพทุกอย่างแต่ซึมกะทือมาก เป็นการพรากจากคนที่รักเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา ในอายุ เก้าขวบ เราคิดว่าคงหนักหนามากเพราะยายคือคนที่น่าจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดในชีวิตเขาเลย

เราเองก็แย่ เพราะเราก็เสียแม่ของเราเหมือนกัน คนที่คอยประคับประคองทั้งเราทั้งลูกคือสามีของเราคนเดียว เวลาผ่านไปหลายเดือน บ้านก็ยังอยู่ในบรรยากาศที่เงียบเหงา แต่แล้ววันหนึ่งลูกเราก็ถือขนมทับทิมกรอบโรงเรียนเอามาให้เรา แล้วเล่าเรื่องเคล็ดลับการทำทับทิมกรอบให้แป้งเกาะแห้ว สีสวยเหมือนอัญมณี โดยคงความกรอบไว้ได้อย่างไรบ้าง และบอกว่ายายเป็นคนสอน

ตอนนี้เขาเริ่มทำใจได้แล้ว เพราะเขาเข้าใจว่า แม้ตัวยายจะไม่อยู่ แต่สิ่งที่ยายสอน ก็ซึมซับอยู่ในตัวเขาแล้ว เราก็กอดลูกร้องไห้ แล้วก็บอกว่า เราเชื่อว่ายายจะไม่มีวันจากเราไปไหน และสิ่งที่ยายสอนให้ลูกเป้นคนดีจะปกป้องคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยเสมอ

ขึ้นหนึ่งค่ำ

เรื่อง คุณแม่ท่านหนึ่ง กรุงเทพมหานคร
ภาพ Pixabay

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน