“สมเด็จพระวันรัต”ปีติพระราชจริยาวัตร”ในหลวง”ขณะทรงผนวชเมื่อปี ๒๔๙๙

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ต.ค. ที่อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พรหมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เปิดเผยเกี่ยวกับการเชิญชวนประชาชนร่วมถวายความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตามมติมหาเถรสมาคม(มส.) พร้อมเผยความรู้สึกขณะใกล้ชิดพระองค์ในช่วงที่ทรงผนวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดบวรนิเวศฯ ว่า ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงผนวชเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคมถึง 5 พฤศจิกายน 2499 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ทรงได้รับฉายาว่า “ภูมิพโลภิกขุ”

2007120423396

“จากนั้นเสด็จฯมาประทับจำพรรษา ที่พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศฯ ขณะนั้นอาตมายังเป็นสามเณรและได้อุปสมบทพร้อมพระองค์ ได้เห็นพระจริยวัตรของพระองค์ขณะที่เป็นพระสงฆ์ แม้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ แต่พระองค์ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัยยิ่งกว่าสามัญชน ทรงมีขันติมาก ที่กล่าวว่าพระองค์ทรงมีขันตินั้น เห็นได้จากเหตุการณ์ที่พระองค์เสด็จฯไปยังพระอุโบสถเพื่อทำวัตร เมื่อหันพระพักตร์ไปหน้าพระประธาน ทิศตะวันตกจะเป็นพระสงฆ์ที่มีพรรษามากกว่าพระองค์

2007120423398

ส่วนทิศตะวันออกนั้นจะเป็นพระใหม่ที่บวชตามพระองค์ พระองค์ประทับนั่งหันพระบาทไปทางทิศตะวันออก และไม่เคยหันพระบาทไปทิศตะวันตกเลยเพราะพระองค์ทรงให้เกียรติพระสงฆ์ที่มีพรรษามากว่า ซึ่งถ้าเป็นพระใหม่รูปอื่นไม่น่าจะทำได้ที่จะนั่งท่าเดียวโดยไม่สลับท่านั่ง นับได้ว่าพระองค์ทรงปฏิบัติเคร่งครัดในศาสนกิจทุกประการอย่างดี”

2007120423395

สมเด็จพระวันรัต กล่าวต่อว่า สิ่งที่อาตมาประทับใจขณะสนทนาธรรมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เป็นเหตุการณ์ที่อาตมาเทศน์ในงานพระราชพิธีสำคัญพิธีหนึ่ง พระองค์ทรงรับสั่งว่าอาตมาเทศน์ดี แต่คนจะฟังรู้เรื่องหรือ พระองค์ทรงรับสั่งว่า “เทศน์เกี่ยวกับธรรมะดีอย่างไรคนก็ไม่ฟัง” พระองค์ทรงรับสั่งอีกว่า “น่าจะนำนิทานชาดกมาเทศน์แฝงธรรมะ คนถึงจะสนใจฟัง” จากนั้นมาอาตมาจึงทำตามรับสั่งพระองค์มาโดยตลอด

2007120423393

“สำหรับอนุสรณ์ที่พระองค์ทรงสร้างไว้ให้กับวัดบวรนิเวศฯ คือ การปลูกต้นสัก ที่พระตำหนัก วัดบวรนิเวศฯ ในปี 2499 ส่วนวัตถุมงคลนั้น พระองค์ทรงประกอบพิธีเททองพระกริ่งในปี 2499 ในโอกาสที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มีพระชมมายุ 84 พรรษา เพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่วัดบวรนิเวศฯ” สมเด็จพระวันรัต กล่าว

2007120423391

พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธัมมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ กล่าวว่า ทางวัดบวรนิเวศฯ มีพระบรมฉายาลักษณ์ขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรวงผนวช จึงได้เปิดให้ประชาชนร่วมแสดงอาลัย ทั้งนี้ขอเชิญประชาชนร่วมถวายความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ขณะทรงผนวช พ.ศ.2499 และร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. เป็นเวลา 1 เดือน ในเวลา 20.00 น. ณ พระอุโบสถ และเพิ่มรอบวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 15.00 น. ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศฯ

บทความก่อนหน้านี้ชัยนาทอุทธรณ์ถูกปรับตกชั้น-เตรียมพึ่งศาลและฟ้องฟีฟ่า
บทความถัดไปซีพีแรมร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช