การเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 ทำให้รัฐบาลแนะนำประชาชนให้อยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการสัมผัสร่างกายกับบุคคลอื่น ส่งผลให้ผู้คนต่างจับจ้องไปที่โทรศัพท์ ทีวี และคอมพิวเตอร์มากกว่าที่เคยเป็นมา
อีกทั้งวิธีการแพร่กระจายของไวรัสโควิดยังสามารถแพร่เชื้อผ่านเยื่อบุตาและเปลือกตาที่เปียกชื้น จากข้อมูลของ American Academy of Ophthalmology (AAO) เยื่อบุตาอักเสบเกิดขึ้นได้เพียงประมาณ 1% – 3%
ดังนั้น การดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดีทุกวันในระหว่างการระบาดของโคโรนาไวรัสเป็นสิ่งสำคัญ ทางทีมข่าวสดขอเสนอเคล็ดลับ 8 วิธีการดูแลสุขภาพดวงตาในช่วงทำงานที่บ้าน ดังนี้

1. รับแสงแดดบ้าง หลาย ๆ คนอาจทราบอยู่แล้วว่าแสงแดดมีค่าเท่ากับวิตามินดี การวิจัยพบว่าการขาดวิตามินดีเรื้อรังสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพตามอายุ (AMD) หรือโรคเบาหวาน
ตาม American Optometric Association แม้ว่าโรคเบาหวานไม่ได้หมายถึงโรคตาโดยอัตโนมัติ แต่ก็สามารถนำไปสู่สภาวะที่อาจทำลายการมองเห็น ซึ่งเรียกว่าภาวะเบาหวานขึ้นจอตาได้
อย่างไรก็ตาม การรับ แสงแดดมากเกินไปเมื่อเวลาผ่านไปอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจกและโรคตาอักเสบจากแสงแดด ที่ทำให้เกิดอาการปวด ตาแดง และไวต่อแสงได้ชั่วคราว
ดังนั้น หากกำลังทำงานที่บ้านในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิดครั้งใหญ่ เราขอแนะนำให้พยายามหยุดพักระหว่างวัน เพื่อออกไปข้างนอก ยืดเส้นยืดสาย ไปเดินเล่นหรือทำสวน พร้อมทั้งสวมใส่แว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UVA/UVB ได้ 100%

2. ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพตา
วิตามินเอ จากผักและผลไม้ต่าง ๆ เช่น แครอท มันเทศ บัตเตอร์นัตสควอช บร็อคโคลี และผักโขม
โอเมก้า 3 EPA และ DHA สามารถได้รับจากปลาแซลมอน ปลาเฮอริง ปลาแมคเคอเรล และปลาทูน่า
วิตามินอี สามารถได้รับจากซีเรียลโฮลเกรน อัลมอนด์ เฮเซลนัท หรือผักโขม
สารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ เช่น ดาร์กช็อกโกแลต (ยิ่งปริมาณโกโก้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี) อาร์ติโชค และบลูเบอร์รี
3. ตรวจตาเป็นประจำ ดวงตาเป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่ซับซ้อน การตรวจสอบดวงตาโดยจักษุแพทย์เป็นประจำจะช่วยตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นและสามารถค้นหาปัญหาสุขภาพที่สำคัญ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคภูมิต้านตนเอง แม้แต่มะเร็งบางชนิด (อ่านเพิ่มเติม วิธีสังเกต10 โรคผ่านดวงตา)

4. ห้ามสูบบุหรี่ มีหลายสาเหตุที่การสูบบุหรี่ไม่ดีต่อดวงตา ไม่ว่าจะเพิ่มความเสี่ยงของการพัฒนาหรือทำให้ความผิดปกติที่คุกคามการมองเห็นแย่ลง เช่น ถุงลมอักเสบ จอประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก ตาแห้ง และเบาหวาน
การสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกแรกเกิดมีอาการตาเหล่หรือประสาทตาที่ด้อยพัฒนา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการตาบอดในเด็ก
5. ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะส่งผลต่อการมองเห็นและการฉีกขาดชั่วคราวระหว่างการบริโภคแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวและเพิ่มความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพของเม็ดสี
American Optometric Association อธิบายถึงผลการศึกษาในวารสาร Nutrients แสดงให้เห็นว่าการดื่มหนักสามารถนำไปสู่การขาดวิตามินเอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการร้ายแรงหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับดวงตาได้

6. รักษาความสะอาดของคอนแทคเลนส์ให้ดี หากไม่ใช่เลนส์รายวันหรือเลนส์ที่ใช้แล้วทิ้งทุกวัน จะต้องล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกวันเพื่อให้ปราศจากเชื้อโรค
7. จำกฎ 20-20-20 การใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไปอาจทำให้ปวดตาชั่วคราว มองเห็นภาพซ้อน และตาแห้งได้ นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่การพัฒนาสายตาสั้น ซึ่งกฎ 20-20-20 จะช่วยให้ลดการอ่อนล้าของดวงดายิ่งขึ้น
โดยพักสายตาจากหน้าจอทุก 20 นาที จากนั้นหันไปมองวัตถุที่อยู่ห่างออกไปอย่างน้อย 20 ฟุตเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที อีกทั้งการมองออกไปในระยะไกลในช่วงเวลาสั้นๆ ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อนอกดวงตา
8. สวมแว่นกันแสงสีฟ้า นอกจาการสวมแว่นตาที่มีเลนส์พิเศษกรองแสงจะช่วยป้องกันอาการตาล้าและความเสี่ยงในการนอนหลับยากแล้ว ยังช่วยปกป้องดวงตาจากการสัมผัสกับละอองทางเดินหายใจอีกด้วย
ขอบคุณที่มาจาก Allaboutvision