น้าชาติ ประชาชื่น

[email protected]

รูปใบหน้าที่ปราสาทนครธม หน้าใครบ้างครับ

นายน้อย

ตอบ นายน้อย

“นครธม” เมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรแขมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของนครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ

นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความ ซับซ้อนทั้งในแง่โครงสร้างและความหมาย ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาและความเชื่อมาตั้งแต่คราวนับถือเทพเจ้าฮินดู และพุทธศาสนา อาคารมีลักษณะพิเศษ ทรงปรางค์ ส่วนยอดสลักเป็นรูปหน้าหันสี่ทิศ จำนวน 49 ปรางค์ ปัจจุบันคงเหลือเพียง 37 หอ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี 4 หน้า แต่บางหออาจมี 3 หรือ 2 ขณะที่บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มอาคารจะมีมากกว่า 200 ดวงหน้า

นอกจากใบหน้าขนาดมหึมามากมาย ยังมีจุดเด่นที่ประตูทางเข้าด้านใต้ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าประตูอื่นๆ อีก 3 ด้าน มีลักษณะเป็นซุ้มประตู 4 หน้า โดยก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ เป็นสะพานข้ามคูเมือง ราวสะพานมีแถวของยักษ์ (อสูร) เรียงทางด้านขวา แถวของเทวดาเรียงทางด้านซ้าย ทั้งสองฝ่ายกำลังยุดนาคตามคติความเชื่อเรื่องการกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤต

ฐานข้อมูลศิลปกรรมเอเชียอาคเนย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ว่าด้วยปราสาทบายน และพระพักตร์บนยอดของปราสาทบายน มีรายละเอียดว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเมืองพระนครหลวง (นครธม) ขึ้นเพื่อเป็นเมืองหลวงใหม่ โดยซ้อนทับเมืองพระนครเดิมของพระเจ้ายโศวรมัน เมืองใหม่ของพระองค์เป็นเมืองที่กำหนดให้ปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางเมือง เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินด้านละ 3 กิโลเมตร ทั้ง 4 ด้านเป็นที่ตั้งของประตูเมือง เมืองพระนครหลวงใหม่นี้คงสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดมงคลต่อเมืองพระนครที่ ถูกกองทัพจามบุกเข้าทำลายก่อนหน้ารัชกาลของพระองค์

ในส่วนของปราสาทบายน สร้างขึ้นเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นหลังสุดท้าย อุทิศให้กับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เอง ในฐานะอวตารของพระพุทธเจ้าฝ่ายมหายาน ทรงสร้างปราสาทที่ประกอบด้วยพระพักตร์จำนวนมากซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกัน อยู่ว่าควรจะเป็นพระพักตร์ของทิพยบุคคลองค์ใด บางท่านเห็นว่าอาจเป็นพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เอง

บางท่านเห็นว่าพระพักตร์ดังกล่าวอาจหมายถึงพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรอันเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความกรุณาในพุทธศาสนามหายาน บางท่านเห็นว่าอาจเป็นสุนัตกุมารพรหมอันเป็นพระพรหมในพุทธศาสนามหายานก็ได้ และบางท่านเสนอว่าการที่ปราสาทบายนมีส่วนยอดเป็นรูปใบหน้าบุคคลจำนวนมาก อาจจะหมายถึงสถานที่ชุมนุมเหล่าเทวดาหรืออินทรสภา ซึ่งมีพรหมสุนัตกุมารเป็นประธานก็เป็นได้

จัดเป็นศิลปะขอม-บายน อายุอยู่ในช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าพระพักตร์เหล่านี้ล้วนแต่มีการแสดงอารมณ์แบบเดียวกัน คือ ค่อนข้างลึกลับ ตาปิด ยิ้มมุมปาก เรียกกันโดยเฉพาะว่า “ยิ้มแบบบายน”

ฉบับพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) พบกับ 4 ดวงหน้า ณ ซุ้มประตู พร้อมเหล่าเทวดาและอสูร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน