ส่องเทรนด์ผมปี 2561.. หน้าม้ามาแรง โอปป้ายังอยู่ บ๊ายบายวินเทจ

เรื่องทรงผมสำหรับคนไทยแล้วสำคัญไม่น้อยกว่าแฟชั่นการแต่งตัว ปี 2018 สาวๆ นิยมทรงไหน สีอะไรมาแรง ส่วนหนุ่มๆ สไตล์โอปป้า กับ อันเดอร์คัตถึงเวลาต้องไปหรือยัง

กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา หรือ ก้อง ไฮฟ์ ซาลอน กล่าวว่า เทรนด์ผมปี 2018 จะเน้นความเบาสบายมากขึ้น สำหรับผู้หญิงเรื่อง สีผมตั้งแต่ต้นปีถึงท้ายปีจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้สามารถทำสีผมได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะสีที่เป็นประกายพาสเทลยังคงฮิตอยู่ เนื่องจากทำให้ผมงดงาม สุขภาพดีกว่าสีที่เป็นประกาย อื่นๆ ทั่วไป

นอกจากนี้ ประกายหม่น หรือสีประกายอื่นๆ ที่ก่อนหน้านี้คนไทยนิยม ไม่ว่า จะเป็นทองประกายหม่น น้ำตาลประกายหม่น จะถูกพัฒนาให้ดีขึ้น สีก็จะอยู่คงทนมากขึ้น จากประกายเฉยๆ อาจเปลี่ยนเป็นเทาอมม่วง ฟ้า น้ำตาล หรือแม้กระทั่งเป็นเทาพาสเทล

ทรงผมสำหรับผู้หญิงแนะนำว่าควรอยู่เหนือไหปลาร้า ส่วนผู้ชายจะมีความยาวมากขึ้น อันเดอร์คัตก็จะหมดความนิยมเพราะจะมีการนำเทคนิคเก่าๆ กลับมาใช้ รวมทั้งเทกเจอร์ผมด้านบนก็จะเน้นความสบายมากขึ้น ไม่ต้องเซ็ตผมมาก หากเป็นลอนหยักก็จะเน้นความหยิกมากขึ้น

เทรนด์เกาหลียังมาแรงอยู่ เนื่องจากคนไทยยังให้ความสนใจเกาหลีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น เพลง หนัง 

 


ปฏิวัติ บารมีอนันต์ นายกสมาคมช่างผมมืออาชีพแห่งประเทศไทย มองว่า ทรงผมแนววินเทจไม่ว่าจะเป็นอันเดอร์คัต เปิดข้าง และอื่นๆ จะเริ่มลดความนิยมลงไป แต่จะเริ่มไว้ผมข้างบนยาว ดัดให้นุ่มๆ มีวอลุ่ม ปล่อยปิดหน้าเล็กน้อย แต่ยังเปิดข้างไถเกลี้ยงเหมือนแนววินเทจเช่นเดิม

หรือพูดง่ายๆว่า ยังตัดแนววินเทจ แต่ไม่ได้เซ็ตผมแนววินเทจ เนื่องจากทรงผมแนววินเทจมีข้อจำกัดคือต้องเซ็ตผมถึงจะดูดี ถ้าไม่เซ็ตก็ต้องรัดจุก แต่สภาพภูมิอากาศร้อนทำให้ผู้ชายไม่ค่อยอยากเซ็ตผม


ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่ยังไว้ผมยาว แต่จะเปลี่ยนจากการดัด ทำสี และม้วนโรล มาเป็นผมทรงฟาราห์ ไว้ผมหนามีลอนสวยๆ สีออกหวานๆ ส่วนผมสั้นจะเป็นผมบ๊อบทรงอมตะนิรันดร์กาล 

ที่จะมาแรงในปีนี้ คือ ผมบ๊อบทรงหน้าม้า และผมบ๊อบแบบหนา สไลซ์ช่วงปลายผม เช็ตจัดทรงได้ง่าย

ส่วนสีผม ผู้หญิงนิยมทำผมสีน้ำตาลแซมด้วยประกายสีต่างๆ เช่น ประกายทอง ม่วง มะฮอกกานี ครอบคลุมบุคลิกภาพและหน้าที่การทำงานของคน ส่วนใหญ่

การทำไฮไลต์จะกลับมานิยมอีกครั้ง สีที่จะมาแรงคือ ฟ้าคราม น้ำเงิน และเขียวอ่อน เทาควันบุหรี่จะเริ่มหมดความนิยมลง 

 

สมศักดิ์ ชลาชล ประธานกรรมการบริษัท ชลาชล จำกัด, เอเชีย แปซิฟิก แฮร์ ฮีโร และไทย รีจัลนัล แอมบาสซาเดอร์ ของชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล เผยว่า ปี 2018 ดีไซเนอร์ และช่างทำผมจะกลับไปสู่วัฒนธรรมเดิมๆ แต่เพิ่มเติมนวัตกรรมเข้าไป

มี 3 เทรนด์ด้วยกัน 1.Random Rebel วัฒนธรรมกลุ่มใต้ดินจะกลับมา เสื้อผ้าเน้นโลหะเลื่อมๆ สีสันชัดเจน มีเสื้อผ้าถักเป็นฝอยๆ ปุยๆ กระโปรงครุย เป็นปัจเจกชน สุดโต่ง ช่างตัดผมมองเสื้อผ้ามาสู่ทรงผม ทำให้มีทรงผมที่ เทกเจอร์ เลเยอร์ สีสันที่เบอร์ กันดี้ อย่างม่วง ส้ม

2.Real Me การแสดงออก ถึงตัวตนที่แท้จริง ช่างต้องดึงจิตวิญญาณของลูกค้าออกมาว่ามีไลฟ์สไตล์อย่างไร ทำงานอะไรเพื่อกำหนดทรงผม

สีผมจะแมตชิ่งกับสีผิวแต่ต้องออกมาดูดี เสื้อผ้าเป็นผ้าซาติน-ไหม ดูเบาๆ หรูหรา สีเนื้อ พาสเทล ทำให้สีผมเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นผมม้า เล่นสีด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น ดิพดายแฮร์ หรือจุ่มสีให้ปลายผม การเพนต์ทำให้ผมมีมิติ รวมถึงเครื่องมือการทำผมที่ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้ผมดูฝอยๆ เกิดเป็นเทกเจอร์สละสลวย

3.Beyond Borders สะท้อนแฟชั่นข้ามวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายอย่างมาก งานผมเน้นมีเทกเจอร์มากๆ เสื้อผ้าเนื้อหนานุ่ม มีงานถัก และที่ชัดเจนคือเล่นลายหมากรุก

เป็นความมั่วที่กลมกลืน ใช้ลวดลายต่างๆ รวมกัน ทรงผมย้อนยุค มีสีเลอะๆ เหมือน สาดสีที่ฝาผนัง ด้วยเทคนิคการใช้ฟอยล์ขยี้ให้เป็นศิลปะ