รักต้องห้าม! พี่น้องร่วมประเวณี ไม่แคร์คำคน แม้ลูกพิการ-ติดคุกก็ไม่สน ลั่นรักของเราไม่ผิด ขอฝืนกฎหมายอยู่ด้วยกัน พร้อมเรียกร้องให้รักในเครือญาติเป็นเรื่องถูก
การแต่งงานในเครือญาติส่งผลให้ลักษณะด้อยของโรคทางพันธุกรรมและสติปัญญาปรากฏออกมาได้ง่าย ดังนั้น ในหลายประเทศความสัมพันธ์กันในพี่น้องและเครือญาติจึงเป็นสิ่งต้องห้ามและผิดกฎหมาย
เดลีเมล รายงาน เรื่องรักที่ไม่เป็นความลับของแพทริก สตูบิง ชายชาวเยอรมันที่มีความรักกับน้องสาวที่พลัดพรากจากกันนานกว่า 20 ปี เมื่อทั้งคู่รู้ว่าใจตรงกัน พวกเขาก็ตัดสินใจเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามีสายเลือดเดียวกัน พร้อมอ้างว่าการห้ามร่วมประเวณีระหว่างพี่น้องเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหวังว่ากฎหมายจะสามารถแก้ไขได้เพื่อให้พี่น้องสามารถสมรสกันได้ตามกฎหมาย
แพทริกกล่าวว่า เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน มีบุตรทั้งหมด 8 คน และเขาอยู่ในอันดับที่ 3 พ่อที่เสียชีวิต ทำให้เขาถูกครอบครัวของพ่อแม่บุญธรรมรับมาเลี้ยงตั้งแต่อายุยังน้อยและไม่เคยพบมารดาผู้ให้กำเนิดจนกระทั่งอายุ 20 ปีจึงมีปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะตามหาแม่จนได้พบกันและย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของแม่ในที่สุด

ก่อนจะรู้ว่ามีน้องสาวอีกคนชื่อว่า ซูซาน ที่มีวัยเด็กน่าสงสาร ถูกลิดรอนสิทธิในการศึกษา อ่านหนังสือไม่ออก เพราะแม่มักจะทิ้งเธอไว้ที่บ้านตามลำพังหรือในบางครั้งก็ระเริงรักกับชายหนุ่มต่อหน้าเธอ บางครั้งซูซานชอบพูดน้อยเนื้อต่ำใจว่าเธอเป็นภาระของแม่
ในขณะที่พี่น้องบางคนเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยเนื่องจากความพิการตามธรรมชาติและบางคนเสียชีวิตไปแล้ว วันแรกที่แพทริกเจอกับซูซาน คาโรลิวสกี แม่ก็อนุญาตให้เขาแชร์ห้องนอนกับน้องสาว ซึ่งทั้งคู่นอนคุยกันทั้งคืนและคุยกันเรื่องความหวังและความฝัน
ในอีกหกเดือนต่อมา แม่เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายและน้องชายอีกคนก็ตายจากไป แพทริกและซูซานก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นพร้อมสานสัมพันธ์แบบโรแมนติก แพทริกกล่าวว่าเขาไม่ละอายที่จะร่วมประเวณีระหว่างพี่น้อง เขาและน้องสาวช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

“เมื่อแม่ของเราเสียชีวิต ความไว้เนื้อเชื่อใจกลายเป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่ง ผมกลายเป็นหัวหน้าครอบครัว และผมต้องปกป้องน้องสาว” ซึ่งทั้งสองได้ให้กำเนิดบุตร 4 คน โดยมีบุตร 2 คนเป็นบุคคลทุพพลภาพขั้นรุนแรงระหว่างปี 2544 ถึง 2548
แม้แพทริกไม่คิดว่าความรักระหว่างตัวเองกับน้องสาวเป็นปัญหา สังคมกลับไม่คิดเช่นนั้น แพทริกถูกศาลท้องถิ่นในเมืองไลพ์ซิกตัดสินจำคุก 10 เดือนและ 2 ปี 6 เดือน ในชั้นศาลแพทริกยอมรับว่าเขาแทบไม่ใช้ถุงยางอนามัยเลย พร้อมย้ำว่าไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย
“เมื่อเราเริ่มนอนด้วยกัน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราทำอะไรผิด ไม่มีความผิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่รู้ว่านอนด้วยกันผิดกฎหมาย และเราต้องการให้ยกเลิกกฎหมายที่ทำให้การร่วมประเวณีระหว่างพี่น้องเป็นอาชญากร” ซูซานกล่าวว่า “ตอนเด็ก ๆ เราไม่รู้จักกัน สำหรับเราก็เหมือนผู้ใหญ่ธรรมดา ๆ ที่ตกหลุมรัก ความรักของเรามีจริง เป็นไปตามสัญชาตญาณและหัวใจ”

นอกจากนี้ แพกทริกยังได้รับการทำหมัน เพื่อป้องกันไม่ให้เขามีลูกกับซูซานอีก แม้ว่าลูก ๆ ที่เกิดมาจะมีความพิการหลายคน แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะปฏิเสธความพิการของลูก แม้จะมีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญก็ตาม “ลูกของเราสองคนพิการ แต่นั่นไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับความจริงที่ว่าเราเป็นพี่น้องกัน ในครอบครัวของเรามีคนพิการคนอื่น ๆ เรามีพี่น้องหกคนที่ไม่รอดชีวิตจากความพิการนั้นด้วยซ้ำ”
ทั้งนี้ แพทริกและซูซานยังคงพยายามจะต่อสู้เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ถูกจัดเป็นอาชญากรรมอีกต่อไป โดยทั้งคู่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสิทธิมนุษยชนในปี 2555 คดีนี้นำไปสู่การเรียกร้องให้เยอรมนีเข้าร่วมประเทศต่าง ๆ เช่น ฝรั่งเศส, ตุรกี, ญี่ปุ่น และบราซิล ในการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างญาติอย่างถูกกฎหมาย
แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่สำเร็จ ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปในเมืองสตราสบูร์ก ฝรั่งเศส ปกครองเยอรมนีมีสิทธิไม่อนุญาตและห้ามการร่วมประเวณีระหว่างพี่น้อง เช่นเดียวกับประเทศสมาชิกสภายุโรปทั้ง 47 ประเทศ ห้ามกิจกรรมทางเพศโดยสมัครใจระหว่างพี่น้อง