เจ้าของเงิบ ผู้เช่ามหาภัยทำบ้านสะอาดกริบ ถอดแอร์-ตู้เย็น ขนของไปเกลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่เคาน์เตอร์ครัว สุดท้ายคดีพลิก ผู้เช่าคนนี้ไม่ได้ขโมย

สำนักข่าวไต้หวันรายงานเรื่องราวสุดปวดหัวของผู้เช่ามหาภัยที่ย้ายออกไป โดยนำข้าวของและเครื่องใช้ต่าง ๆ ติดตัวไปด้วย แม้ว่าจะไม่มีคราบหมักหมมหรือขยะเกลื่อนห้อง แต่ห้องกลับสะอาดเกลี้ยงไปหมด ไม่เหลือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ทำเอาเจ้าของห้องถึงกับทรุด

เจ้าบานพักรายหนึ่งโพสต์ระบายความในใจผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก โดยบ่นว่ามีผู้เช่าบางรายวางแผนที่จะออกจากสัญญาเช่าเร็ว ๆ นี้โดยนัดส่งมอบบ้านตอนปลายเดือนสิงหาคม แต่เพื่อนบ้านคนหนึ่งหวังดีแจ้งว่าเห็นผู้เช่าย้ายเฟอร์นิเจอร์จำนวนมากออกไป

ภาพจาก 爆怨公社

ซึ่งได้ฟังครั้งแรกเธอก็ไม่ค่อยสนใจอะไรมาก เพราะสัญญาเช่ากำลังจะหมดลง ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้เช่าจะขนย้ายของ แต่แม่ของเจ้าของห้องนั้นวิตกกังวลและไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เธอจึงต้องพาแม่ไปตรวจที่บ้านเช่า เมื่อเจ้าของห้องลองเข้าไปเช็กก็พบว่าประตูถูกล็อกและมีขยะอยู่หลายกองอยู่ที่ประตู กดกริ่งประตูก็ไม่มีใครตอบจึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ

โดยไม่คาดคิด นายหน้าอสังหาริมทรัพย์แจ้งในวันรุ่งขึ้นว่า ห้องพักดังกล่าวมีการถอดเครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง, ตู้เย็น 1 เครื่อง, เครื่องซักผ้า และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ หายไป แม้แต่เคาน์เตอร์ในครัวก็หายไปด้วย เมื่อเจ้าของห้องได้ยินก็ตะลึงและแม่แทบเป็นลม พร้อมรีบแจ้งตำรวจให้จัดการทันที “นี่เป็นครั้งแรกที่สิ่งผี ๆ นั้นเกิดขึ้นในบ้านเช่า”

ภาพจาก 爆怨公社

ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ช่วยติดต่อผู้เช่า แต่อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าเขาไม่ได้กลับบ้านเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ของใช้ต่าง ๆ อาจถูกคนเข้าขโมยก็เป็นได้ เพื่อค้นหาความจริงเจ้าของห้องและแม่จึงไปขอดูกล้องวงจรปิดเพื่อนบ้านชั้นล่างและพบว่ามีการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ในวันต่าง ๆ

หลังจากนั้น พวกเขาก็ตามล่าหาบริษัทขนย้ายและรู้ว่าชายคนหนึ่งชื่อหวางเป็นคนขายเฟอร์นิเจอร์ พร้อมใหขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ไปไถจง ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ถูกรื้อและขายไปทั้งหมด 9,000 หยวน (ราว 47,504 บาท) แต่ทางผู้เช่าซื้อมาประมาณ 50,000 หยวน (ราว 263,916 บาท) และเพิ่งซื้อมาปีกว่า ๆ เท่านั้นถึงกับเสียดายว่า ของสวย ๆ ถูกขายในราคาถูกนัก

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังเช่าจาก 爆怨公社

ผู้เช่าอธิบายในเวลาต่อมาว่า จริง ๆ แล้วเขาขอให้เพื่อนมาอาศัยอยู่กับเขาสักระยะหนึ่ง แต่อีกฝ่ายไม่คืนกุญแจหลังจากออกจากบ้าน และเมื่อเขากลับบ้านในวันที่ 12 เขาก็พบว่าคอมพิวเตอร์ถูกขโมยไปด้วยและรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจทันที เจ้าของห้องตกใจทันทีที่เขาได้ยินมัน พร้อมกล่าวว่า “ถึงแม้เขาไม่ได้ขโมยมัน มันไร้สาระจริง ๆ ที่ให้กุญแจบ้านเช่าแก่คนอื่นโดยไม่เอาคืน”

นอกจากนี้ แม้ว่าผู้เช่ายังติดต่อเพื่อนไม่ได้จึงยอมรับผิดชอบค่าเสียหาย แต่พวกเขาบอกว่าไม่มีเงินจ่ายและขอให้ยื่นฟ้องแทนหากต้องการ ทำให้เธอและแม่ของเธอรู้สึกลำบากใจมาก “เรากำลังวางแผนที่จะยื่นฟ้องต่อกฎหมายแต่เราไม่รู้ว่าใครเป็นคนขโมย นี่เป็นคนแรก ที่เราเคยเจอมาแบบนี้ เราควรเริ่มอย่างไรดี”

นับตั้งแต่เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ก็กลายเป็นกระแสไวรัลที่ชวนอึ้ง “ผมสนับสนุนให้ฟ้องจริง ๆ ไอ้ผู้เช่าอุกอาจ” “ยังไงก็จะฟ้องผู้เช่าแล้วขอให้เขาชดใช้ราคาเดิมหรือคืนสภาพเดิม คืออะไร มีปัญหากับเพื่อนของเขา และเขาเป็นเจ้าของบ้านเหรอ เป็นแค่ผู้เช่า ถ้าไม่มีเงิน เจอกันที่ศาล”

“แจ้งตำรวจโดยตรงไม่มีความเห็นอกเห็นใจหรือใจเย็นทั้งสิ้น อะไรคือการให้กุญแจสำคัญไว้กับเพื่อน นี่มันผู้สมรู้ร่วมคิดชัด ๆ รีบฟ้องเร็วอย่ารอช้า ยิ่งช้า ยิ่งรับมือยาก” “บางทีพวกเขาอาจเป็นผู้กระทำผิดทั้งคู่ก็ได้นะ”

ขอบคุณที่มาจาก Ettoday EBC

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน