เด็กน้อย 1 ปี ร้องไห้บ่อย หาหมอช็อก เป็นมะเร็งเนื้อเยื่อประสาท เตือนเด็กเล็กเป็นมะเร็งได้ แนะควรตรวจความผิดปกติด้วยการสแกนอย่างสม่ำเสมอ

อีทีทูเดย์รายงาน เด็กน้อยอายุต่ำกว่า 2 ขวบในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง มีอาการร้องไห้บ่อย ๆ ทำให้ครอบครัวเกิดความสงสัยจนพาไปพบแพทย์แผนกกุมารเวชศาสตร์ของโรงพยาบาลเด็กซึ่งแพทย์แนะนำให้เอกซเรย์ตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ปรากฏว่ามีรอยโรคในสมองและในขั้นต้นได้รับวินิจฉันว่าเป็นมะเร็งนิวโรบลาสโตมา (Neuroblastoma) หรือโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อประสาท

แพทย์เปิดเผยว่าเมื่อเด็กเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ศีรษะไม่ใช่รอยโรคหลัก เพราะพบรอยโรคหลักในต่อมหมวกไตด้านขวาของเด็ก แถมกระดูกกะโหลกศีรษะถูกกัดเซาะและได้รับความเสียหาย เป็นรูปหนอนและรูปรวงผึ้ง
เมื่อได้รับผลวินิจฉัย ครอบครัวถึงกับรับความจริงไม่ได้อย่างแรง “เด็กน้อยจะมีเนื้องอกร้ายได้อย่างไร!” แพทย์พิจารณาว่าเนื้องอกมีขนาดใหญ่และแพร่กระจายไปแล้ว ทำลายกระดูก ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงตัดสินใจให้เด็กน้อยทำเคมีบำบัดก่อน หลังจากอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แพทย์จะดำเนินการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวยังคงสงสัยว่าทำไมเด็กอายุน้อยถึงได้รับเนื้องอกร้าย แพทย์อธิบายว่า เนื้อร้ายเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม ความผิดปกติแต่กำเนิด อิทธิพลของสิ่งแวดล้อม และอาหาร ในระหว่างการพัฒนาของตัวอ่อน หากมีการกลายพันธุ์ของยีนหรือได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ไม่พึงประสงค์ จนทำให้เซลล์ปกติเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นเท่าตัวเหนือการควบคุมของร่างกายและกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
แพทย์กล่าวว่าเนื้อเยื่อที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งของทารกนั้นกระจุกตัวอยู่ในระบบเม็ดเลือด ระบบประสาทส่วนกลาง เนื้อเยื่ออ่อน และต่อมหมวกไต ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกในเอ็มบริโอและซาร์โคมา อาการเริ่มแรกของเนื้องอกในเด็กส่วนใหญ่จะเป็นไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมน้ำเหลืองบวม แขนขาอ่อนแรง ใต้ตาเขียวคล้ำ มวลในช่องท้อง และมีรอยช้ำตามร่างกายเกิดขึ้น เป็นต้น อาการไม่ปกติและไม่ชัดเจน นอกจากนี้ เด็กยังไม่สามารถพูดได้ เป็นเหตุให้ครอบครัวอาจมองข้ามเนื้องอกได้ง่าย และมักพบในระยะกลางและปลาย

แพทย์กล่าวว่า เมื่อเทียบกับมะเร็งในผู้ใหญ่ เด็กมีความไวต่อยาเคมีบำบัดมาก และมีเด็กจำนวนมากที่สามารถรักษาให้หายได้หลังจากการแพร่กระจาย เด็กในระยะเริ่มต้นสามารถฟื้นตัวและออกจากโรงพยาบาลได้ด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวและไม่ต้องทำเคมีบำบัด ดังนั้น การตรวจหาและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญมาก

แม้ว่าจะเป็นโรคที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่มักเกิดในทารกและเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนในเด็กที่อายุ 10 ปีขึ้นไปจะพบได้ค่อนข้างยาก แพทย์แนะนำว่าอุบัติการณ์ของมะเร็งในวัยเด็กเป็นเรื่องปกติ พร้อมเตือนว่าหลังจากที่เด็กเกิด ก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล และก่อนไปโรงเรียนประถม ให้พาเด็กไปอัลตราซาวนด์ และหากมีเนื้องอกร้าย ก็สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ขอบคุณที่มาจาก Ettoday

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน