เปิดอาชีพใหม่ในญี่ปุ่น! กูรูตั้งครรภ์ มีเพศสัมพันธ์ฟรี เพื่อบริจาคอสุจิ โดนจวก-ใช้เป็นข้ออ้าง แต่ไม่ยอมรับผิดชอบ
อัตราการเกิดเป็นปัญหาทั่วไปทั่วโลกและเป็นปัญหาร้ายแรงโดยเฉพาะในญี่ปุ่น ปัจจุบัน มีทารกประมาณ 32,000 คนเกิดโดยใช้การบริจาคอสุจิและไข่ ทำเด็กหลอดแก้วทุกปี อย่างไรก็ตาม การให้บริการศูนย์การเจริญพันธุ์รักษาผู้มีลูกยากมีราคาแพง ให้ชาวญี่ปุ่นเกิดไอเดียบรรเจิดจัดตั้งบริษัท Pregnancy Tutor ที่เป็นกูรูด้านการตั้งครรภ์ นอกเหนือจากรูปแบบการบริจาคอสุจิแบบไม่สัมผัสร่างกายแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีบริการเพศสัมพันธ์โดยตรงได้อีกด้วย
ตามสื่อญี่ปุ่น ABEMA คู่รักหลายคู่ในญี่ปุ่นประสบปัญหามีบุตรยาก บางคู่เป็นผู้ชายที่เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ ไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ รวมถึงเป็นหมัน หลายคู่ที่ต้องการมีบุตรไว้สืบสกุลจึงเริ่มมองหาหนทางในการมีลูก ทั้งผู้บริจาคชายในท้องถิ่น รวมไปถึงใช้บริการใหม่อย่างกูรูด้านการตั้งครรภ์
กูรูด้านการตั้งครรภ์ จะให้น้ำอสุจิฟรีเพื่อช่วยให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้รับสามารถเลือกรูปแบบกระป๋องที่ทั้งสองฝ่ายไม่แตะต้อง หากมีข้อพิจารณาทางศาสนาหรืออื่น ๆ พวกเขายังสามารถเลือกโหมดการบริจาคอสุจิในรูปแบบอื่น หรือมีเพศสัมพันธ์กับกูรูด้านการตั้งครรภ์ ซึ่งเหล่ากูรูไม่ได้รับอนุญาตให้ล่วงเกินลูกค้าและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ รวมถึงค่าเลี้ยงดูบบุตร อาจกล่าวได้ว่าเป็นธนาคารบริจาคเท่านั้น
เคียวเฮ หนุ่มวัย 31 ปีทำงานเป็นกูรูด้านการตั้งครรภ์มาประมาณหนึ่งปี ในตอนแรก เขาเคยอ่านเรื่องราวของคู่รักที่สามีมีบุตรยาก ภรรยาจึงตั้งครรภ์รับบริจาคอสุจิบนแพลตฟอร์มโซเชียล ด้วยวิธีนี้เคียวเฮถึงกับเปิดประตูใหม่ความคิดใหม่ ๆ และเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็น “ครูสอนการตั้งครรภ์”
กูรูด้านการตั้งครรภ์อีกคนเผยว่า ตนเองกลายเป็นผู้บริจาคสเปิร์มเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2020 เพราะการฝากฝังของเพื่อน ต่อมา เขาบริจาคสเปิร์มให้กับ 12 คน โดย 7 คนตั้งครรภ์ตามธรรมชาติผ่านพฤติกรรมทางเพศ ยกเว้นหญิงที่แต่งงานแล้ว เช่นเดียวกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและเลสเบี้ยน ต่างก็ตั้งครรภ์ตามที่พวกเขาต้องการด้วยความช่วยเหลือของเขา ซึ่งหนุ่มยังยอมรับด้วยว่าเขารู้สึกตื่นเต้นกับการครรภ์ พร้อมกล่าวว่า “หากยังคงมีการมีเพศสัมพันธ์ร่วมกันอยู่ในขณะนี้ เด็กจะต้องเกิดมาอย่างแน่นอน”
แม้ว่าสิ่งที่เรียกว่ากูรูด้านการตั้งครรภ์ได้ทำให้บางคนตระหนักถึงความฝันที่จะเป็นพ่อแม่แล้วจริง แต่ชาวเน็ตญี่ปุ่นก็ยังรับไม่ได้กับพฤติกรรมการบริจาคค่ารักษาพยาบาลอย่างไม่เป็นทางการดังกล่าว โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ค่านิยมที่ผิดเพี้ยน” “ข้ออ้างที่อยากมีเพศสัมพันธ์แต่ไม่อยากมีความรับผิดชอบ”, “ในอนาคตจะบอกลูกอย่างไรดี” “การมีภาวะ Azoospermia หรือไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ คุณต้องสวมบทเมียมีชู้เพื่อเลี้ยงลูก” แต่บางคนคิดว่าผู้ใหญ่สามารถรับผิดชอบต่อการเลือกของตนเองได้
ขอบคุณที่มาจาก Ettoday

