ด้วยความเชื่อในพลังและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ นำมาสู่โครงการตำบลต้นแบบสร้างการเรียนรู้ด้านการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชน ภายใต้การสนับสนุนของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับ มูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อส่งเสริมกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ผ่านพื้นที่สร้างสรรค์ จนสามารถขยายเป็นตำบลต้นแบบด้านสภาเด็กและเยาวชนได้ถึง 30 แห่งทั่วประเทศ

เพื่อแสดงให้สาธารณชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง จึงได้มีการสานพลังภาคีจัดงานใหญ่ ‘มหกรรม FUTURE IS NOW : ท้องถิ่นของคนรุ่นใหม่’ ยก 30 ผลงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะ ‘ตำบลต้นแบบ’ มาจัดแสดงที่อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นเวลา 3 วัน ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ในงานนี้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นต้นแบบ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วม โดยในวันสุดท้าย ทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติท้องถิ่น 30 แห่งที่ยกระดับเป็นตำบลต้นแบบสร้างการเรียนรู้ด้านการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชน อีกทั้งยังมีภาคีเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชนในประเทศไทยกว่า 20 องค์กร มามอบรางวัลพร้อมคำแนะนำดีๆ ให้น้องๆ เยาวชน

ความเป็น FUTURE IS NOW ไม่ต้องรอให้ถึงอนาคต แต่เด็กและเยาวชนคืออนาคตของท้องถิ่น ยังสะท้อนผ่าน 5 โซนนิทรรศการให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วม เป็นต้นว่า ‘ระบบสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชนท้องถิ่น’ แสดงให้เห็นถึงกลไกการทำงานระหว่างท้องถิ่นกับคนรุ่นใหม่ ‘สายลมแห่งนโยบาย’ ร่วมกันเสนอแนะเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน และ ‘How are You (th)’ รับรู้ความฝันและความหวังของคนรุ่นใหม่ ด้วยข้อมูลและมุมมองใหม่ๆ

ไฮไลท์ในช่วงค่ำคืน เป็นการนำเสนอประสบการณ์และแนวคิดการทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ผ่านบทเพลง หรือ MUSIC TALK จากผู้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนตำบลต่างๆ นักพัฒนาชุมชน ตลอดจนนักการเมืองท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ย้ำถึงท้องถิ่นเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่เปิดกว้างให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา

หนึ่งในแม่งานคนสำคัญ ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชน และครอบครัว สสส. อธิบายความเป็นมาและความสำคัญของโครงการนี้ว่า เริ่มมาจากการให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อยู่ในท้องถิ่น จากนั้นจึงมาคิดต่อว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้คุณภาพชีวิตหรือสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นได้รับการดูแลรอบด้าน และเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็ควรจะได้มีโอกาสร่วมพัฒนาท้องถิ่น

“เมื่อมีการศึกษาวิจัยจึงได้พบว่า หากท้องถิ่นมีบทบาทในการหนุนเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีแนวคิดในการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก ก็จะช่วยส่งเสริมศักยภาพวัยรุ่นและเยาวชนได้ จากจุดนั้นนำมาสู่การพัฒนาโครงการตำบลต้นแบบสร้างการเรียนรู้ด้านการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชน และการพัฒนาหลักสูตรต่างๆ มีการจัดฝึกอบรมเพื่อให้บุคลากรส่วนท้องถิ่นเกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถจัดกิจกรรมในลักษณะการพัฒนาเยาวชนเชิงบวกได้”

“สสส.ลงมือทำมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถพัฒนาในลักษณะของพื้นที่ต้นแบบ ในเวลาต่อมากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินภารกิจเกี่ยวกับการดูแลสภาเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่น พอดีกับตัวหลักสูตรต่างๆ และพื้นที่ต้นแบบที่ สสส. พัฒนา ได้เข้ามาตอบโจทย์ในการที่จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ท้องถิ่นต่างๆ ได้เข้ามาเรียนรู้ว่า ในการส่งเสริมสภาเด็กและเยาวชน หากต้องการทำให้เห็นศักยภาพและพลังของเยาวชนที่จะเข้ามาช่วยชุมชนท้องถิ่นนั้นจะต้องทำอย่างไร จึงเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กับ สสส. และมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม”

แม้ว่าภารกิจสภาเด็กและเยาวชนระดับท้องถิ่นเพิ่งเริ่มต้น และเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่การที่ สสส. ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทำมาก่อนหน้านี้ ถือได้ว่า เป็นการส่งมอบทุนในการทำงาน ณัฐยาบอกว่า นับจากนี้คงได้เห็นการขยายผลจากตำบลต้นแบบจำนวน 30 แห่งกระจายออกไปสู่ตำบลอื่นๆ เปรียบเสมือนกับดอกไม้บาน ตำบลต้นแบบเป็นเหมือนเกสรที่อยู่ใจกลาง ส่วนตำบลรอบๆ ก็เป็นกลีบดอกไม้ที่ค่อยๆ แย้มออกมา

“สสส. คาดหวังว่า ในอนาคตจะมีท้องถิ่นที่เข้าใจวิธีพัฒนาเยาวชนเชิงบวกเพิ่มมากขึ้น น้องๆ จะรับรู้ว่า เขาต้องไปโรงเรียนวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่นอกเวลาเรียน เช่น วันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือช่วงปิดเทอม จะมีโอกาสได้มาเรียนรู้กิจกรรมผ่านสภาเด็กและเยาวชน ซึ่งช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ได้เรียนรู้ถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่ต้องอาศัยการยืดหยุ่นและปรับตัวเพื่ออยู่กับความหลากหลายทางความคิด อยู่กับโลกยุคใหม่ที่มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดฝัน เป็นกิจกรรมในลักษณะพัฒนาเยาวชนเชิงบวก”

“นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สสส. และมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม อยู่ระหว่างพัฒนาเว็บไซต์ coach for change ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ส่งเสริมความเข้าใจเรื่องการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ในการสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน โดยมีเด็กและเยาวชนจำนวน 20-25 คนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมแล้วเกือบ 200,000 คน ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่เข้าถึงเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน