การพัฒนาสภาพแวดล้อมเมืองเพื่อคนทุกกลุ่ม เป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง แต่การขับเคลื่อนดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์ทุกคนได้ โดยปัญหาเมืองที่มักพบบ่อย อาทิ ถนนกว้างแต่ทางเท้าแคบ มีสิ่งกีดขวางบนทางเท้า ไม่มีสัญญาณคนข้ามและทางข้ามถนนที่ปลอดภัย ซึ่งนอกจากโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพแล้ว การเข้าถึงบริการโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ครอบคลุมอีกด้วย

และเพื่อให้การพัฒนาเมืองตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม จึงได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในประเด็น การพัฒนา ‘เมืองที่ไม่ทิ้งใคร’ ในงานประชุมวิชาการ ‘เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ ครั้งที่ 2’ ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A) เพื่อผลักดันการปรับปรุงและออกแบบเมืองให้เหมาะสมกับคนพิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงทุกคนที่ใช้ถนนและอาคาร ทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

นายกฤษนะ ละไล

นายกฤษนะ ละไล

นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้วมวล ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘Friendly Design : อารยสถาปัตย์เพื่อทุกคน’ โดยเล่าว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และคาดว่าในปี 2574 จะกลายเป็นสังคมสูงวัยในระดับที่สุดยอด อีกทั้งภาวะการขยายตัวของจำนวนผู้สูงอายุ ประกอบกับจำนวนคนพิการที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะทำให้ขาดแคลนพื้นที่บริการสาธารณะที่เป็นมิตรกับกลุ่มประชากรดังกล่าว จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพในการใช้ชีวิตประจำวันได้

“การประยุกต์ใช้และการขับเคลื่อนแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคนในทางปฏิบัติ ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องกระทำ เพื่อใช้รองรับสถานการณ์สังคมสูงวัยและรองรับการใช้ชีวิตของคนพิการ ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะขยายตัวเพิ่มในอนาคต” ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้วมวล กล่าว

ขณะเดียวกันยังได้สะท้อนปัญหาการใช้บริการสนามบินของคนพิการ ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางโดยเครื่องบินของมนุษย์ล้อ ซึ่งเป็นทูตอารยสถาปัตย์ ทั้ง 4 ภูมิภาค ที่ถือเป็นตัวแทนของผู้ใช้บริการสนามบินทุกคน มาเรียกร้องให้สนามบินในจังหวัดต่างๆ นำทางลาดออกมาใช้งาน เพื่อความสะดวกต่อการขึ้นเครื่องบินของผู้โดยสาร เนื่องจากคนพิการมักจะถูกแบกหามขึ้นเครื่อง หากมีทางเดินเป็นบันไดก็มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกายได้ และในบางครั้งรู้สึกว่าร่างกายถูกคุกคามอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงอยากฝากข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1. ต้องช่วยกันผลักดันให้กรมท่าอากาศยาน สนามบินต่างๆ นำทางลาดออกมาใช้อำนวยความสะดวกแก่ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะแค่คนพิการ 2. ขอให้นักออกแบบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของสถานที่ต่างๆ ช่วยออกแบบให้เป็นอารยสถาปัตย์ ซึ่งต้องมีทางลาดอยู่ด้านหน้าอาคาร และ 3. ปฏิวัติการออกแบบสถานที่ที่ไม่มีทางลาด โดยมีเป้าหมายจะเดินขบวนทั่ว กทม. รวมถึงเรียกร้องให้นักออกแบบ ปรับทัศนคติเพื่อให้ประเทศมีอารยสถาปัตย์

นายสว่าง ศรีสม

นายสว่าง ศรีสม

ด้าน นายสว่าง ศรีสม ประธานฝ่ายโครงการและแผนงานภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A) กล่าวว่า ประเทศไทยมีนโยบายและกลไกขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองหลายระดับ แต่ยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ ส่งผลให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและขนส่งสาธารณะไม่ครอบคลุมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ของคนทั้งมวล

“สภาพแวดล้อมบริเวณต่างๆ ในพื้นที่เมืองไม่เอื้อให้ประชากรกลุ่มเฉพาะใช้งานได้อย่างสะดวก ซึ่งแต่เดิมการออกแบบเมืองไม่ได้ออกแบบให้รองรับการใช้งานสำหรับประชากรเฉพาะกลุ่ม รวมทั้งไม่ได้ออกแบบตามหลักคิดการออกแบบเพื่อทุกคน ส่งผลให้พื้นที่สาธารณะหลายแห่งสร้างอุปสรรคในการใช้งานและการสัญจรต่างๆ อาทิ ทางเท้าที่ชำรุด หรือมีขนาดแคบต่อการสัญจร”

อีกทั้งองค์กรและบุคลากรของรัฐก็ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงทักษะในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองตามแนวคิดการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใคร (Inclusive Development) ทำให้ไม่เห็นความสำคัญ หรือไม่สามารถเชื่อมโยงแนวคิดดังกล่าวเข้ากับงานของตนเองได้ มองกลุ่มเปราะบางเป็นเพียงประชาชนที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ มากกว่าจะคำนึงถึงการเข้าถึงบริการและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกับคนทั่วไป

ขณะที่ นายดำรงฤทธิ์ พรหมณีวัฒน์ ผู้อำนวยการทางส่วนวิศวกรรมทาง 2 สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เผยว่า กทม. ได้ปรับปรุงทางเท้าให้โล่ง สะอาด เป็นระเบียบ สร้างทางเท้าที่มีคุณภาพ คงทน พัฒนาทางเลียบคลองให้เดินไป ปั่นปลอดภัย ปัจจุบันปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้าพระรามที่ 1 เพื่อเป็นทางเท้าต้นแบบ ส่วนอุโมงค์ทางลอดถนนมหาราชและถนนหน้าพระลานซึ่งเปิดใช้งานบางส่วน ก็มีลิฟต์สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ

“สำหรับความคืบหน้าการปรับปรุงสถานที่ราชการให้สอดคล้องตามหลักอารยสถาปัตย์ ขณะนี้ปรับปรุงแล้ว 30 เขต อีก 20 เขต ยังไม่ได้ปรับปรุง ทั้งยังได้ปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดอีก 28 แห่ง เพื่อการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนอย่างครบวงจร

“ส่วนศูนย์เยาวชน สำนักงานต่างๆ รวมทั้งโรงพยาบาลในสังกัด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและวางแนวทางออกแบบเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการได้ เพื่อให้เมืองกรุงเทพฯ ในอนาคต สะดวกแก่การใช้งานของผู้สูงอายุและคนพิการมากขึ้น ทั้งนี้ ยังต้องพัฒนานวัตกรรมออกแบบและปรับปรุงก่อสร้างต่างๆ ให้เหมาะกับทุกคนในสังคมต่อไป”

นอกจากนี้ ข้อเสนอเชิงนโยบายจากการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนหน่วยงาน อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำแผนบูรณาการเพื่อพัฒนาเมืองน่าอยู่และไม่ทิ้งใคร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เมืองและพื้นที่สาธารณะและการเดินทาง โดยอาศัยแนวคิดการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล และแนวคิดเมืองอัจฉริยะ เพื่อเป็นก้าวแรกสู่ถนนที่สมบูรณ์ของทุกคน และพัฒนาเมืองวิถีใหม่ ที่เน้นการเดิน ปั่นจักรยาน และขนส่งสาธารณะที่มีความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเมือง

อย่างไรก็ตาม แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคนนั้น ไม่ได้เป็นการออกแบบเพื่อประชากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากแต่เป็นการออกแบบที่เป็นมิตรต่อทุกกลุ่มประชากร ตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน ดังนั้น จึงไม่เป็นประโยชน์กับประชากรผู้สูงอายุและคนพิการเท่านั้น แต่จะเป็นประโยชน์กับการดำรงชีวิตกับประชากรทุกกลุ่มต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน