วงการแพทย์ฮือฮา นักวิทย์พบผึ้งน้ำหวานรับรู้กลิ่นมะเร็งปอดในมนุษย์ได้

วงการแพทย์ฮือฮา – วันที่ 27 มิ.ย. ไซแอนส์นิวส์รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบผึ้งน้ำหวานสามารถรับรู้กลิ่นมะเร็งปอดจากลมหายใจของมนุษย์ได้ เปิดประตูความเป็นไปได้สู้การตรวจหามะเร็งปอดแบบใหม่ทางห้องปฏิบัติการ

การค้นพบดังกล่าวเป็นฝีมือของนายเทพจิต ซาฮา วิศวกรระบบประสาท มหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เมืองอีสต์ แลนซิง นำสมองของผึ้งน้ำหวานมาเชื่อมต่อกับขั้วไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดรูปแบบของกราฟคลื่นสมองที่เกิดจากการกระตุ้นผ่านการรับรู้กลิ่นสารเคมี

การทดสอบเผยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของกราฟคลื่นสมองรูปแบบต่างๆ จากการตอบสนองต่อกลิ่นที่แตกต่างกันไป โดยกราฟคลื่นสมองมีลักษณะเป็นเอกอักษณ์ไปตามสารเคมีชนิดต่างๆ ได้รับการเผยแพร่ทางวารสารการแพทย์ Biosensors and Bioelectronics เมื่อ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา

นายเทพจิต กล่าวว่า เครื่องตรวจวัดกลิ่นนั้นมีใช้อยู่แล้วในปัจจุบัน แต่เทียบไม่ได้กับขีดความสามารถของสมองผึ้งน้ำหวาน เพราะเครื่องตรวจวัดชีวภาพมีความสามารถในการจำแนกสารที่มีโมเลกุลใกล้เคียงกันได้ ซึ่งยังไม่มีเครื่องมือทางวิศวกรรมใดๆ จะทัดเทียมได้

นางฟลอรา กุแซร์ นักนิเวศวิทยาเคมี จากสถาบันวิจัยแห่งชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของฝรั่งเศส กล่าวว่า กลิ่นถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่เหล่าแมลงใช้ในการสื่อสาร หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นภาษาของเหล่าแมลงก็ย่อมได้

นางกุแซร์ ระบุว่า การที่สัตว์สามารถรับรู้กลิ่นของโรคต่างๆ ในมนุษย์ได้นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีรายงานการค้นพบมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ สุนัขสายพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี่ และโดเบอร์แมน รับรู้ถึงกลิ่นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาได้เมื่อปี 2532

รวมถึงรายงานการค้นพบว่าสุนัขหลายสายพันธุ์สามารถรับรู้ถึงภาวะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 หรือโควิด-19 ได้จากกลิ่นเหงื่อของผู้ป่วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผึ้งน้ำหวานจะมีความสามารถการรับรู้กลิ่นของโรคภัยไข้เจ็บ เพียงแต่ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการทดสอบที่ชัดเจน

รายงานระบุว่า การนำมันสมองของผึ้งน้ำหวานมาเชื่อมต่อโดยตรงกับขั้วไฟฟ้าเพื่อสร้างเครื่องตรวจวัดจะช่วยให้ประหยัดเวลาเพราะไม่ต้องมีการฝึกฝนสัตว์เพื่อดมกลิ่น เช่น สุนัขดมกลิ่น ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถนำไปใช้ตรวจวัดได้ทันที

สำหรับลักษณะของเครื่องตรวจวัดนั้นเป็นเพียงแท่นพลาสติกที่ผ่านการผลิตจากเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยผู้เชี่ยวชาญจะผ่าหัวของผึ้งแล้วนำขั้วไฟฟ้าเชื่อมต่อโดยตรงกับสมองส่วนที่รับรู้กลิ่นขณะที่ผึ้งถูกตรึงไว้กับแท่นพลาสติกดังกล่าว แล้วนำไปใช้ตรวจวัดกลิ่นต่างๆ

วงการแพทย์ฮือฮา

ScienceNews

กลิ่น อาทิ ลมหายใจของมนุษย์ ซึ่งหากป่วยเป็นมะเร็งปอดนั้นจะมีสารปะปนออกมาแต่ไม่สามารถรับรู้ได้โดยประสาทรับรู้กลิ่นของมนุษย์ โดยการทดสอบพบว่า ผึ้งน้ำหวานสามารถตรวจพบมะเร็งปอดได้ถูกต้องถึงร้อยละ 93

อีกหนึ่งการทดสอบเป็นการนำผึ้งหลวงที่ประกอบกับเครื่องตรวจวัดแล้วไปทดสอบกับตัวอย่างชิ้นเนื้อปกติกับชิ้นเนื้อที่มีมะเร็งปอดในห้องปฏิบัติการ พบว่า สามารถแยกแยะได้ชัดเจนทั้งแบบชนิดเซลล์เล็ก (แพร่เร็ว) และไม่ใช่เซลล์เล็ก (แพร่ช้า)

นอกเหนือไปจากประโยชน์การตรวจหามะเร็งปอดในผู้ป่วยแล้ว นายเทพจิตยังพบว่า สามารถนำไปใช้ตรวจหาสารเพอร์ฟลูออโรอัลคิลและโพลีฟลูออโรอัลคิล (PFAS) สารเคมีอันตรายที่ได้รับขนานนามว่า สารเคมีตลอดกาล เพราะใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะสลายตัวใช้แพร่หลายในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม อาทิ บรรจุภัณฑ์อาหาร และเสื้อผ้า

อาจก่อปัญหาสุขภาพได้หลายแง่มุม ทั้งระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง โรคมะเร็ง ระดับคลอเรสเตอรอลที่สูงขึ้น ความดันโลหิตสูงในสตรีมีครรภ์ การทำลายตับ ภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดลง ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมไทลอยด์เพิ่มขึ้น

PFAS สามารถปนเปื้อนในน้ำดื่มและอาหาร รวมถึงสะสมในร่างกายมนุษย์ สามารถส่งต่อให้เด็กทารกได้ผ่านน้ำนมมารดา เป็นอันตรายต่อพัฒนาการเด็กอ่อน ในหลายมลรัฐของสหรัฐเริ่มมีเทศบัญญัติห้ามใช้สารชนิดดังกล่าวแล้ว

นายเทพจิต ระบุว่า ประโยชน์ต่อการตรวจหาสาร PFAS ทำให้ตนตื่นเต้นตกใจมาก เพราะสาร PFAS ในสิ่งแวดล้อมนั้นถือว่าตรวจหาได้ยากอย่างยิ่ง

สำหรับการทดสอบต่อไป นายเทพจิตและคณะผู้วิจัยจะเดินหน้าทดสอบเครื่องตรวจวัดชนิดนี้กับลมหายใจของบรรดาผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่อไป

อย่างไรก็ดี เครื่องมือชนิดนี้มีข้อด้อยตรงระยะเวลาของสมองผึ้งน้ำหวานที่จะเริ่มตายลงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ผลตรวจวัดที่ออกมามีความไม่แน่นอนสูงขึ้น

ทว่า นายเทพจิต ยืนยันว่า เครื่องมือตรวจวัดมีความสะดวกรวดเร็วในการใช้งานสามารถตรวจวัดสิ่งส่งตรวจได้กว่า 100 ชิ้น โดยใช้ผึ้งน้ำหวาน (สังเวย) เพียงตัวเดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน