ถ้าพูดถึง “ชันโรง” หลายคนอาจจะไม่รู้จัก ชันโรง หรือ “ผึ้งจิ๋ว” เป็นแมลงช่วยผสมเกสรในสวนผลไม้และพืชผักเกือบทุกชนิด บินออกหาอาหารในรัศมีประมาณ 300 เมตร ไม่มีพฤติกรรมทิ้งรังไม่เลือกตอมดอก ทำให้ผสมเกสรพืชได้ดีกว่าผึ้ง

เกษตรกรนิยมเลี้ยงชันโรงในสวนไม้ผล เพราะช่วยให้ผลผลิตติดดอกออกผลดี ได้ผลรูปทรงสวยงามและมีคุณภาพดี นอกจากนี้ ชันโรงยังเป็นแมลงชี้วัดความปลอดภัยจากสารเคมีในผลผลิตอีกด้วย

หลากหลาย

พีรพันธ์ คอทอง

 

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมการเลี้ยงแมลงผสมเกสร โดยเฉพาะชันโรง ซึ่งเป็นวิธีทางธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมวิธีหนึ่งในการช่วยเพิ่มผลผลิตพืช

เพราะถึงแม้พืชเจริญเติบโตดี แข็งแรง ออกดอกเต็มต้นแต่หากไม่มีแมลงช่วยผสมเกสรผลผลิตก็จะน้อย หรือหากพืชมีการผสมเกสรไม่เต็มที่ผลผลิตที่ได้ก็จะบิดเบี้ยวไม่สมบูรณ์ ไม่มีคุณภาพ

การเลี้ยงชันโรงสามารถเลี้ยงได้ทั้งรูปแบบอยู่กับที่ หรือเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งอาหาร

หลากหลาย

นิยมเลี้ยงในกระบอกไผ่ ในกล่อง หรือลังไม้ เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมอุณหภูมิได้ดี ยังเป็นวัสดุหาง่าย ราคาไม่แพง และคงทน

สําหรับการวางรังชันโรง ควรวางกระจายครอบคลุมพื้นที่ในช่วงที่พืชอาหารมีดอกบาน

ต้องดูความเหมาะสมของสถานที่ที่ปลอดภัยจากสารเคมี สภาพลมฟ้าอากาศไม่ร้อนจัดหรือหนาวจัด มีหลังคาหรือวัสดุคลุม มีขาตั้งรังเพื่อป้องกันศัตรู เช่น ไก่ นก มด มวน คางคก จิ้งจก จิ้งเหลน เป็นต้น

รวมทั้งต้องเป็นบริเวณที่มีแหล่งอาหาร เช่น ยางไม้ เกสรน้ำหวานดอกไม้ และแหล่งน้ำตลอดปี

หลากหลาย

เก็บน้ำผึ้งชันโรงตัวใหญ่

การตรวจสภาพความสมบูรณ์ในรัง ต้องทำเดือนละครั้ง โดยทั่วไปถ้าเป็นสวนปลูกผลไม้เต็มพื้นที่จะใช้รังชันโรงไม่ต่ำกว่า 10 รัง/ไร่ แต่หากเป็นสวนมะพร้าว หรือสวนผสมอื่นๆ จะใช้เพียง 4-5 รัง/ไร่

ผู้ที่จะเลี้ยงชันโรงจำเป็นต้องแยกขยายรัง ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ผู้เลี้ยงเป็นสำคัญ โดยต้องอยู่ในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่ชันโรงรังนั้นๆ ต้องการที่จะขยายรังอยู่แล้ว

ต้องทำช่วงฤดูดอกไม้บาน เพราะมีการสะสมอาหารไว้ในรังจำนวนมาก และภายในรังได้สร้างชันโรงตัวผู้จำนวนมากสำหรับการผสมพันธุ์กับนางพญาชันโรงตัวใหม่

ส่วนการเก็บเกี่ยวผลผลิตชันโรง ชุดสำหรับปฏิบัติงานควรเป็นผ้าร่ม หลีกเลี่ยงสีดำ มีหมวกตาข่ายไว้ช่วยป้องกัน โดยจะใช้มีดตัดถ้วยน้ำหวาน วางบนภาชนะที่มีผ้าขาวบาง ใช้ช้อนกด (บีบ) ทำให้ได้น้ำผึ้งไหลลงมาที่ภาชนะ

หลากหลาย

กากที่เหลือจากการบีบจะได้เป็น “พรอพอลิส” หรือ “กาวผึ้ง” นำมาใช้ประโยชน์ในทางยา

นํ้าผึ้งที่ได้จากชันโรง ลักษณะเด่นคือ สีค่อนข้างเข้มดำ มีความเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยว

มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูง เพราะประกอบไปด้วยสารอาหารมากกว่า 22 ชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ และเอนไซม์ต่างๆ นำไปผสมกับเครื่องสำอาง อาหาร และยา เช่น สบู่ โลชั่น แชมพู ยาสีฟัน ลูกอม เป็นต้น

ส่วน “ชัน” ของชันโรง หรือพรอพอลิส เป็นสารปฏิชีวนะในธรรมชาติ มีสารประกอบโฟลวานอยส์ และสารต้านอนุมูลอิสระจากพืช มีคุณสมบัติต่อต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา และมีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบได้ดี

เป็นเหตุผลทำให้ผลผลิตจากชันโรงมีราคาสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ปัจจุบันมีการส่งออกน้ำผึ้งชันโรงไปขายต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และยังเป็นที่ต้องการของตลาด แต่เกษตรกรผลิตได้ไม่ทัน เนื่องจากชันโรงขยายประชากรได้ช้ากว่าผึ้ง และการดำรงชีวิตยังเป็นอุปสรรคต่อการขยายพันธุ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีราคาสูง

ชันโรงให้ผลผลิตน้ำผึ้งเฉลี่ย 300-500 กรัม/รัง จำหน่ายได้ในราคาเฉลี่ย 1,500-2,000 บาท/กิโลกรัม ราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป

ส่วนชันของชันโรงจำหน่ายได้ในราคา 800-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพที่ได้

อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมการเลี้ยงตามมาตรฐานสำหรับฟาร์มผึ้งชันโรงที่ได้จากการเพาะเลี้ยงและแยกขยายรัง ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบเหมาะสม 9 ด้าน คือ

หลากหลาย

เครื่องดูดน้ำผึ้งชันโรง

 

1.องค์ประกอบของฟาร์มตั้งอยู่ในพื้นที่แหล่งอาหารพืชที่มียางและน้ำเพียงพอปลอดภัยจากสารเคมี

2.การจัดการในการเลี้ยงและการวางแผน 3.การจัดการผลผลิตและผลิตภัณฑ์อย่างถูกวิธี 4.การทำความสะอาดและบำรุงรักษาอุปกรณ์การเลี้ยงเป็นอย่างดี 5.สุขภาพชันโรงสามารถเติบโตและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้

6.สวัสดิภาพชันโรงมีความเหมาะสม ถูกสุขอนามัย ไม่แออัดและมีอาหารเพียงพอ 7.ผู้เลี้ยงได้รับการอบรมในการเลี้ยง 8.การจัดการสิ่งแวดล้อมมีการจัดเก็บขยะมิดชิดและกำจัดอย่างถูกวิธี และ 9.การบันทึกข้อมูลที่มีความสม่ำเสมอ เป็นปัจจุบันและสามารถตรวจสอบได้

เกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรงที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว และสนใจขอการรับรองมาตรฐาน (GAP) หรือการปฏิบัติการการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มผึ้งชันโรง ต้องผ่านการตรวจประมินจากกรมปศุสัตว์ตามข้อกำหนด มกษ. 8205-2565 โดยสามารถติดต่อสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่

สำหรับผู้สนใจเลี้ยงชันโรง ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากศูนย์ ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ชุมพร และจ.เชียงใหม่ และศูนย์ส่งและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.จันทบุรี จ.ขอนแก่น และจ.อุตรดิตถ์

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2940-6102

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน