Shibainu Story House คาเฟ่ชิบะย่านรัชดา ที่มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด มีน้องหมารอฮีลใจเกือบ 43 ตัว อาหาร-เครื่องดื่มครบ เล่นได้ไม่จำกัดเวลา

ไม่ว่าตอนนั้นคุณจะมีเรื่องอะไรกวนใจอยู่ หรืออาจเป็นวันที่หนักหนาแค่ไหน
เชื่อเลยว่าพอได้เห็นสายตาอ้อนๆ และรอยยิ้มพร้อมให้กอดของเจ้าหมาชิบะที่รออยู่ตรงหน้าประตู คุณจะลืมเรื่องราวที่ไม่สบายใจไปได้เลยจริงๆ

เรามีโอกาสพูดคุยกับคุณ ทอย-ปาลิดา เจ้าของร้านและฟาร์มชิบะ Shibainu Story ถึงที่มาของคาเฟ่ชิบะแห่งนี้
คุณทอยเล่าให้เราฟังว่า เธอชอบน้องหมาชิบะตั้งแต่เธอยังเด็ก และมีความฝันว่าอยากจะเลี้ยงชิบะสักตัว

“เราชอบชิบะตั้งแต่เด็กเลย ตอนเด็กๆ เราไปญี่ปุ่นแล้วเห็นหมาชิบะก็รู้สึกว่าน่ารักจัง อยากได้ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าคือน้องหมาสายพันธุ์อะไร เราไม่รู้จักเลย

ตอนที่เห็นก็คือน้องน่ารัก เราชอบตรงที่เวลาชิบะยิ้ม มันน่ารักมาก หลังจากนั้นเลยมีความฝันว่าอยากจะเลี้ยงชิบะสักครั้งในชีวิต

พอเราโตขึ้นมาก็ได้มาเลี้ยงชิบะ ตั้งชื่อว่ามะลิ จากที่มีแค่ตัวเดียว หลังๆ ก็งอกมาเรื่อยๆ เลยค่ะ (หัวเราะ) ก็เลยตัดสินใจทำเป็นฟาร์มดีกว่า

ตอนแรกเราทำฟาร์มชิบะอยู่ที่เชียงราย และพอช่วงที่มีโควิดก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับการขนส่งน้องๆ บวกกับที่เชียงรายสภาพอากาศไม่ค่อยดี มีฝุ่นเยอะ

เราก็เลยตัดสินใจย้ายน้องๆ มาอยู่ที่นี่ค่ะ ปัจจุบันนี้มีชิบะทั้งหมด 43 ตัว เป็นชิบะอินุแท้จากญี่ปุ่นเลย”

สำหรับใครที่มีความชอบ หรือสนใจอยากเลี้ยงชิบะ คุณทอยเองก็มีคำแนะนำสำหรับมือใหม่ด้วยว่า การเลี้ยงชิบะไม่ได้ยากอย่างที่คิด

“ในการเลี้ยงชิบะนะคะ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่เยอะก็สามารถเลี้ยงได้นะคะ น้องชิบะไม่จำเป็นต้องวิ่งออกกำลังกายเหมือนน้องหมาพันธุ์อื่นที่วิ่งเช้า-เย็น

เพราะถ้าอย่างนั้นตอนแก่น้องจะเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม ผ่าตัดทีหนึ่งข้างละห้าแสนบาทเลย ค่อนข้างแพงอยู่เหมือนกัน

เรื่องการกินอาหาร น้องจะกินข้าวสองเวลาค่ะ คือช่วงเช้ากับช่วงเย็น ส่วนเรื่องขับถ่าย น้องจะขับถ่ายเป็นเวลานะคะ ช่วงเช้ากับช่วงเย็นเหมือนกัน
จริงๆ ชิบะถ้าไม่กิน ไม่เล่น สามารถนอนได้มากถึง 18 ชั่วโมงเลย มีนิสัยเหมือนแมว เดือนหนึ่งอาบน้ำแค่ครั้งเดียว หรือสองครั้งแค่นั้นค่ะ

ส่วนขนของหมาชิบะไม่จำเป็นต้องตัดขน เขาสามารถผลัดขนเองได้ค่ะ ชิบะอยู่ในอากาศร้อนได้นะคะ ขอแค่มีพัดลมเป่าให้น้องแค่นั้นพอ
แต่ที่ให้อยู่ในอากาศเย็นเพราะจะช่วยให้น้องขนฟูขึ้นแค่นั้นเองค่ะ”

ที่ Shibainu Story House นอกจากจะได้เติมพลังใจจากน้องหมาชิบะแล้ว ยังมีเมนูอาหาร เครื่องดื่มไว้ให้อิ่มท้องด้วย

สำหรับเมนูอาหารคาวที่ทางร้านแนะนำมี มาม่าเกาหลี, ข้าวหมูทอด และ ข้าวไข่เจียวในสไตล์โฮมมี่

บิงซูสตรอวเบอรี่
ต่อกันที่เมนูของหวานอย่าง บิงซูสตรอวเบอรี่ ที่ออนท็อปสตรอวเบอรี่มาให้แบบจัดหนักมาก กัดเข้าไปแล้วฉ่ำหวานชื่นใจมากจริงๆ

ส่วนเมนูเครื่องดื่มที่นี่มีทั้งเมนูกาแฟ และเมนูโซดาด้วยเช่นกัน ตัวซิกเนเจอร์ของร้านคือ กาแฟส้ม และ พีชโซดา ที่เป็นเมนูขายดีของร้าน ให้ความสดชื่นคลายร้อน

“การที่เราทำคาเฟ่ที่มีน้องหมารายล้อมแบบนี้รู้สึกมีความสุขมากเลย ชิบะเป็นหมาขี้เล่น บางตัวเขาติดคนนะ เวลาเราไปไหนก็จะเดินตาม

แม้เขาจะพูดไม่ได้ แต่สายตาเขาเวลามองเราทั้งอ้อน ทั้งเหมือนขอให้อุ้ม มันก็ฮีลใจเรา
สำหรับใครที่รู้สึกเศร้า หรือไม่สบายใจก็มาหาน้องๆ ที่นี่ได้เลยค่ะ น้องทุกตัวที่นี่สามารถอุ้มได้ กอดได้ จกพุงได้เลย

อย่างที่เห็นว่าในไทยน้องหมาชิบะมีน้อยมากๆ เราก็อยากให้ทุกคนเข้ามาศึกษาน้องชิบะด้วย บางคนอยากเลี้ยง อยากรู้ว่าน้องนิสัยเป็นยังไงก็สามารถเข้ามาดูได้ น้องหมาที่นี่เฟรนลี่มากๆ ค่ะ”






มาม่าเกาหลี

ข้าวหมูทอด

ข้าวไข่เจียว





พิกัด : รัชดา ซอย 3
ค่าเข้า : คนละ 250 บาท ไม่จำกัดเวลา
เปิด : ทุกวัน 09.30-18.30 น.
ที่จอดรถ : หน้าร้าน 2 คัน และ ลานจอดหน้าเซเว่น (12 คัน) ก่อนถึงร้าน 150 เมตร
ติดตามเพจรีวิวคาเฟ่ : Cafe Made my Day