Ultraboost ชื่อนี้ย่อมเป็นที่รู้จักของนักกีฬาสายวิ่ง รวมถึงคนรักการออกกำลังกาย และผู้ชื่นชอบแบรนด์รองเท้ากีฬา
เพราะถือเป็นรองเท้าวิ่งลำลองระดับตัวท็อป และเป็นที่รู้จักมากที่สุดของแบรนด์อาดิดาส
ล่าสุดเปิดตัว Ultraboost 5 ซึ่งเลข 5 หมายถึงเจน(เนอเรชั่น) 5 นั่นย่อมแสดงว่ารองเท้ารุ่นนี้ต้องมีอะไรดี มิเช่นนั้นคงไม่สามารถครองใจสายฟิตและเหล่ารันเนอร์มายาวนาน
กระทั่งผลิตรองเท้าเจน 5 ออกมาตกแฟนคลับได้อย่างแน่นอน

สำหรับรุ่นใหม่ Ultraboost 5 ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ “ไมเนอร์ เชนจ์” นิดหน่อยๆ ในทรงเดิม
ไม่ว่า เนื้อผ้าบนรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยีถักทอเส้นใย ปรับให้เข้าตามรูปเท้า เพิ่มความกระชับและระบายอากาศขณะสวมใส่
ตอบโจทย์คนหน้าเท้ากว้าง ที่มีปัญหาใส่แล้วรองเท้าบีบรัดหน้าเท้าจนเจ็บ ซึ่งรุ่นนี้บอกเลยว่า “เอาอยู่”
ขณะที่วัสดุพื้นรองเท้ายังคงใช้ยางคอนติเนนทอล ที่ยึดเกาะถนนและเสริมแรงวิ่ง แต่รุ่นนี้แตกต่างตรงพื้นรองเท้าจะแบนขึ้น ให้การเคลื่อนไหวมั่นคงรอบทิศกว่า
ทั้งยังมีเทคโนโลยีตัวใหม่วางใต้ฝ่าเท้า ซัพพอร์ตจังหวะการขยับของส้นเท้าและปลายเท้าได้อย่างไหลลื่น


น่าจะโดนใจสายฟิตเนส ที่อยากใส่เทรนนิ่งหรือเข้าคลาสออกกำลังกาย เพราะเพิ่มการทรงตัวได้ดีกว่ารุ่นที่ผ่านมา
ส่วนตัว boost นั้น อันนี้แหละเปลี่ยนเลย แม้โฟมจะเป็น light boost แต่ก็ไม่เหมือน Ultraboost Light รุ่นที่แล้ว
เพราะเขามีการขึ้นรูปทรงใหม่ บิดงอตามจังหวะการเคลื่อนไหวและน้ำหนักที่ลงเท้า ผลคือ รองเท้าน้ำหนักเบาขึ้น ไม่แข็งกระด้าง ใส่นุ่มสบายกว่า
ทำให้ตอนรับแรงกระแทกไม่ส่งผลต่อเข่า สามารถใส่วิ่งจ๊อกกิ้งได้ทุกวัน
ไซมอน ล็อคเก็ตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสินค้าประเภทรองเท้าจากอาดิดาส ระบุว่า เราต้องการรักษาสิ่งที่นักวิ่งทั่วโลกชื่นชอบในตัวรองเท้าวิ่ง Ultraboost 5 และพัฒนารองเท้าคู่นี้ขึ้นไปอีกระดับ ผลที่ได้ก็คือ โครงสร้างของรองเท้าในรูปแบบใหม่ที่เกินความคาดหมายของพวกเรา
“โดยเป็นรองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น มีน้ำหนักเบาขึ้น และยังช่วยคืนพลังงานได้มากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วย” ผู้บริหารอาดิดาสกล่าว
Ultraboost 5 มีให้เลือก 2 แบบ คือ Ultraboost 5 และ Ultraboost 5X ทั้งหญิงและชาย
สองรุ่นนี้แตกต่างกันตรง cage หรือแถบ 3 แถบข้างรองเท้า โดย Ultraboost 5X จะไม่มี cage แต่จะทำเป็นแถบหนาๆใหญ่ๆ และสะท้อนแสงแทน ซึ่งสมัยเจนแรกๆ ก็เคยทำรุ่น Ultraboost Uncaged มาแล้ว

จึงเป็นเรื่องของดีไซน์และแฟชั่นให้ดูเก๋เท่ ตามรสนิยมความชอบส่วนบุคคล นอกนั้นเหมือนกันหมด ราคาก็เท่ากันด้วย คือ 6,500 บาท
อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณสมบัติของรองเท้า อาจมีปัญหากับสภาพพื้นที่เปียก ทำให้ลื่นง่าย ดังนั้นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เลี่ยงถนนเปียก
รองเท้า Ultraboost เปิดตัวครั้งแรกปี 2015 นับเป็นการปฏิวัติรองเท้าวิ่งของอาดิดาส โดยนำบู๊สต์มาใช้เป็นครั้งแรกกับรองเท้าวิ่งลำลอง
ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมาก ยิ่งมีศิลปินคนดังระดับโลกสวมรองเท้าที่เพิ่งวางจำหน่ายขึ้นเวทีคอนเสิร์ตด้วย ทำให้ยอดขาย Sold Out จนนักวิ่งแทบไม่มีใส่

นับแต่นั้น Ultraboost จึงเป็นรองเท้าที่หลายคนตามหา
นั่นคือ เจน 1 แล้วมีการไมเนอร์ เชนจ์ เรื่อยมา
กระทั่งปี 2519 มีการเปลี่ยนโฉมเป็น เจน 2 คือ Ultraboost 19 โดยทำให้เป็นรองเท้าวิ่งมากขึ้น คือ น้ำหนักเบา ใส่ง่ายสะดวกและสบายเท้ามากขึ้น

ส่วน เจน 3 คือ Ultraboost 21 (ปี 2021) พลิกโฉมให้รูปลักษณ์ดูโฉบเฉี่ยว มีความ Performance และพื้นสูงขึ้น ดีดเด้งอย่างเห็นได้ชัด

เจน 4 Ultraboost Light (ปี 2023)

และ เจน 5 Ultraboost 5 (ปี 2024) ซึ่งกำลังวางขายขณะนี้

กับการเปิดตัว Ultraboost 5 ในครั้งนี้ ทางอาดิดาส (ประเทศไทย) จัดกิจกรรม “ซิตี้ รัน” ในย่านสีลม ให้นักวิ่งสมาชิก adiClub กว่า 200 คน ออกวิ่งลุยใจกลางกรุงทพฯยามเย็น เพื่อสัมผัสการคืนพลังงานสูงสุดในทุกย่างก้าวของรองเท้ารุ่นนี้
เส้นทางผ่านจุดแลนด์มาร์คต่างๆ ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าพาร์ค สีลม, สกายวอล์กช่องนนทรี, สวนลุมพินี, ตึกมหานคร, ถนนสี่พระยา, สยามสแควร์ ซอย 7 เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังตั้งบูธ Ultra Energy Booster ที่ลานหน้าพาร์ค สีลม เพื่อเปิดให้นักวิ่งทดลองใช้งานรองเท้าวิ่ง Ultraboost 5 ฟรีอีกด้วย
โดยติดแฮชแท็ก #Ultrabost 5 #adidasrunning #adidasThailand

แอบกระซิบ รองเท้ารุ่นนี้น่าจะโดนใจสายฟิตเนสที่ชื่นชอบการแต่งตัวเข้ายิม เพราะสีสันสวยงามสดใส ดูเท่ และยังหาเสื้อผ้าใส่เข้ากันได้ง่ายด้วย โดยเฉพาะชุดสีดำ ขาว เข้ม
แล้วใส่กับถุงเท้ายาวหน่อย สีพื้นๆ แปร๋นๆแนวสะท้อนแสง ที่วางขายในช็อปอาดิดาสด้วยแล้ว
บอกเลยว่าปังมาก
KaTi