องค์การยูนิเซฟ คณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ และผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยความรุนแรงต่อเด็ก ร่วมยินดีกับรัฐบาลไทยหลังจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 9 ก.ค. 2567 เห็นชอบให้ประเทศไทยถอนข้อสงวนมาตราที่ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งจะเป็นการขยายความคุ้มครองสิทธิให้ครอบคลุมถึงเด็กผู้ลี้ภัย นอกจากนี้ ยูนิเซฟขอแสดงความยินดีกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการร่วมผลักดันให้เกิดการถอนข้อสงวนครั้งนี้ โดยหลังจากนี้รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการถอนข้อสงวนอย่างเป็นทางการผ่านองค์การสหประชาชาติต่อไป

สดจากเยาวชน

ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ในปี 2535 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิเด็กที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยตั้งข้อสงวนมาตราที่ 22 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของเด็กผู้ลี้ภัย การถอนข้อสงวนในครั้งนี้หมายถึงประเทศไทยให้คำมั่นที่จะคุ้มครองสิทธิของเด็กผู้ลี้ภัย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการปกป้องคุ้มครองสิทธิของเด็กทุกคนในประเทศ โดยไม่คำนึงถึงสถานะของพวกเขา

คยอนซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “เราขอชื่นชมการตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาลไทยที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสิทธิของเด็กทุกคนในประเทศไทย ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา การพัฒนาความเป็นอยู่และการส่งเสริมสิทธิเด็กมีความก้าวหน้าอย่างมากในประเทศไทย และการถอนข้อสงวนมาตราที่ 22 นี้ถือเป็นการก้าวข้ามอุปสรรคครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างเต็มที่และเท่าเทียม และยังช่วยให้ยูนิเซฟสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลและภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ รวมถึงเด็กผู้ลี้ภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่สังคมไทยที่เข้มแข็งและเท่าเทียมยิ่งขึ้นต่อไป”

สดจากเยาวชน

นาจาต มาลา มะจิด ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยความรุนแรงต่อเด็ก กล่าวว่า “เด็กผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานเป็นกลุ่มหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด พวกเขามีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ การถอนข้อสงวนมาตราที่ 22 ถือเป็นก้าวสำคัญด้านความคุ้มครองเด็กและการส่งเสริมความเป็นอยู่ของเด็กโดยไม่ทิ้งเด็กคนใดไว้ข้างหลัง”

แอน สเกลตัน ประธานคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า “เราขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลไทยสำหรับความก้าวหน้าครั้งสำคัญนี้ที่จะนำไปสู่สิทธิเต็มรูปแบบของเด็กทุกคน เราหวังว่าการถอนข้อสงวนครั้งนี้จะทำให้เด็กทุกคนในประเทศไทยมีชีวิตและอนาคตที่สดใสขึ้นในปัจจุบันและอนาคต”

สดจากเยาวชน

ยูนิเซฟยังตระหนักถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการเดินหน้าคุ้มครองสิทธิของเด็กไร้สัญชาติและเด็กผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐาน ซึ่งรัฐบาลให้คำมั่นไว้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัยในการประชุมระดับโลกเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ณ เดือนตุลาคม 2566 ประเทศไทยมีเด็กไร้สัญชาติที่ลงทะเบียนไว้จำนวน 171,635 คน ยูนิเซฟยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนรัฐบาลดำเนินการต่างๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กกลุ่มนี้ และให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับโอกาสในการเติบโตและมีส่วนร่วมสร้างอนาคตของประเทศต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน