ดวงตาใสไล่มองไปตามเรียวมือของลูกค้าที่หยิบจับชุดตุ๊กตา กำไล ลูกปัด กิ๊บติดผม แป้งโดว์ และสินค้าน่ารักสีสันสดใสมากมายภายในร้าน แม่ค้าน้อยคอยแนะนำและใจฟูในทุกครั้งที่คุณลูกค้าตัดสินใจซื้อ
ไม่เพียงเปิดประสบการณ์การค้าขายให้เด็กๆ “ตลาดนัดสินค้าเด็ก” ขายโดยเด็กๆ จัดหน้าร้าน เลือกหาและสร้างสรรค์สินค้าโดยเด็กๆ ยังฝึกให้เด็กๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกความรับผิดชอบ เรียนรู้การสร้างปฏิสัมพันธ์ และสร้างช่วงเวลาที่มีคุณภาพในครอบครัว

น้องลัลน์ น้องลิลน์ และน้องติณณ์
ร้าน “LL Happy” ของสองพี่น้องแม่ค้าน้อย ด.ญ.ลัลน์ และ ด.ญ.ลิลน์ จันทองสุข เป็นหนึ่งในร้านค้าตลาดนัดเด็ก “ABK Kids Market” ใน SX Kids Zone ภายในงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค หรือ Sustainability Expo 2024 (SX2024) ปีที่ 5 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ระหว่างวันที่ 27 ก.ย.-6 ต.ค. 2567
โดยเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ภายใต้แนวคิด “The Future Shaper” พื้นที่ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต ผ่านการ “เล่น ทดลอง เรียนรู้” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ชวนผู้เข้าร่วมงานชมและช็อปหลากหลายสินค้าจากนักขายรุ่นเยาว์ ทีม Amarin Baby & Kids และ Win Win War OTOP Junior จัดขึ้นเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ 28-29 ก.ย. และ 5-6 ต.ค.

คุณแม่กนกวรรณและลูกๆ
น้องลัลน์ วัย 12 ปี ชั้นม.1 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี เผยว่า “หนูได้ฝึกการทำธุรกิจ หากลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้วเกิดไม่พอใจหรือสินค้าเสียหาย เรารับผิดชอบเต็มที่ โดยเราต้องพูดคุยกับลูกค้าด้วยความสุภาพ เรียนรู้และฝึกการพูดคุยต่อของ ฝึกออกแบบ และฝึกความคิดสร้างสรรค์ค่ะ”
ด้าน น้องลิลน์ วัย 8 ขวบ เด็กหญิงชั้น ป.3 โรงเรียนพิชญศึกษา กล่าวว่า “ดีใจค่ะ ภูมิใจที่ขายได้ พอเห็นเขาหยิบของเรามาดูมาเล่นก็ภูมิใจค่ะ ดีใจ ได้ฝึกคณิตศาสตร์ คิดเลขไปด้วย รู้จักการเก็บออม เรียนรู้คุณค่าของเงินค่ะ”

ลัลน์และลิลน์ไม่เพียงสนุกไปกับการขายของ แต่ยังได้เล่น ได้เรียนรู้ และสนุกไปกับเพื่อนๆ พ่อค้าแม่ค้าน้อยด้วยกัน โดยมี น้องติณณ์ ด.ช.กานต์ทัศน์ เอี่ยมน้อย อายุ 7 ขวบ ชั้น G2 โรงเรียน DLTS International School Rama 5 พ่อค้าน้อยจากร้าน “บ้านสวนผัก” ขายน้ำพริก หมูหวาน และขนม มาช่วยกันขายของและต้อนรับพูดคุยกับลูกค้าหลากวัย

“LL HAPPY” รอต้อนรับเพื่อนๆ
น้องลัลน์ และ น้องลิลน์ กล่าวถึงการได้มาร่วมงาน “SX2024” ด้วยว่า “ได้เรียนรู้การแยกขยะที่ถูกวิธี จะได้นำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ส่วนที่เหลือก็จะได้รับการกำจัดที่ถูกวิธี ช่วยลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดขยะพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้า พกขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้ ใช้ของที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ของต่างๆ ที่มีให้คุ้มค่า กินข้าวให้หมดจาน หรือตักเท่าที่รับประทาน จะได้ลดการสร้างขยะค่ะ”
ด้าน คุณแม่กนกวรรณ จันทองสุข คุณแม่ของน้องลัลน์และน้องลิลน์ เผยว่ากิจกรรมออกร้านนี้ เด็กๆ สนุก เสริมสร้างทักษะ รู้จักการตั้งเป้าหมายและวางแผนการทำงาน ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบสินค้า แพ็กเกจ การจัดหน้าร้าน คิดโปรโมชั่น รูปแบบการนำเสนอสินค้า การจัดการด้านการเงิน การคิดต้นทุน-กำไร การตั้งราคาสินค้า รายรับ-รายจ่าย และการเก็บออมเงิน

แม่ค้าและลูกค้าวัยเยาว์
พ่อแม่จะคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ลูกๆ นำไปคิดต่อยอดด้วยความเข้าใจตามวัยของเขาเอง เด็กๆ ได้รับประสบการณ์จริงจากการขายของ ฝึกทักษะการสื่อสารกับลูกค้า รู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กลยุทธ์การขายที่ต้องปรับเปลี่ยนตามหน้างานจริง

สินค้าน่ารักหลากสไตล์

“ลูกเล่าว่ารู้สึกอิ่มเอมใจที่เห็นคนใช้ของที่ตัวเองทำค่ะ ครั้งหนึ่งมีพ่อแม่ลูกซื้อแป้งโดว์จากร้านแล้วไปนั่งปั้นเล่นด้วยกัน เป็นภาพที่ประทับใจค่ะ สิ่งที่ทำให้ลูกๆ ภูมิใจคือการเห็นคุณค่าในตัวเอง ผลลัพธ์จากการวางแผน การทำงานเป็นทีม มีคนชื่นชอบผลงานของเขา การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจในอนาคตของลูกได้ค่ะ”
จุดเริ่มต้นของ “LL Happy” คุณแม่กนกวรรณเล่าว่าเกิดจากการที่พ่อกับแม่ทำงานในสายงานศิลปะและออกแบบ เราทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เราสอนลูกๆ ผ่านการเล่น ให้เขาวาดรูป ปั้นแป้งโดว์ ประดิษฐ์สิ่งของ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ อยากทดลองอะไรทำได้เต็มที่ แม่กับน้ามีแบรนด์เสื้อผ้าและงานคราฟต์ เด็กๆ จะเห็นขั้นตอนการทำงานแทบทุกอย่าง เวลาออกบูธตามงานแฟร์ก็จะตามไปช่วยจัดร้าน ขายของ ล่าสุดเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจ ชื่อ LL HAPPY ชวนทุกคนเข้าไปร่วมติดตาม

“สิ่งที่เราลงมือทำให้เขาเห็น พาไปเจอประสบการณ์จริง ค่อยๆ ซึมซับให้เขามีแรงบันดาลใจ จนวันหนึ่งเขาเริ่มขอวาดโปสการ์ด ทำไลน์สติ๊กเกอร์ขาย เริ่มมีผลงานมาวางขายหน้าร้านทีละนิดๆ พองาน Amarin Baby and Kids Fair จัดกิจกรรมตลาดนัดเด็ก เป็นพื้นที่ของเขาจริงๆ แล้ว จึงเริ่มขยายกิจการ ระดมความคิดตั้งแต่ชื่อร้าน LL Happy ร้านที่ส่งมอบความสุขจากการได้ใช้สินค้า มีการออกแบบโลโก้ แบ่งหน้าที่การทำงานตามความถนัด
สินค้าที่ทำเกิดจากการที่เด็กๆ เล่นอะไรแล้วมีความสุขก็อยากให้คนอื่นได้เล่นได้ใช้เหมือนกัน ของที่เล่นได้ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่ก็จะเป็นแป้งโดว์ปลอดสารพิษ เครื่องประดับสีสันสดใสที่เด็กๆ ร้อยลูกปัด มีแม่ช่วยถักโครเชต์เสริมเข้าไปในชิ้นงานตามไอเดียลูก อุปกรณ์แขวนโชว์สร้อยและกำไลก็หากิ่งไม้มาทาสีกันเอง

พ่อแม่หวังว่าการที่ลูกได้ทำงานผ่านขั้นตอนกระบวนการคิด การทำ ทดลองถูกผิด มีทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด จะเป็นแนวทางให้เขาพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคตอย่างยั่งยืน
เขาไม่ใช่เด็กที่วาดรูปสวยที่สุด ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นกว่าใคร แต่เขามีความสุข สนุกในสิ่งที่ทำ มีครอบครัวสนับสนุน เขาภูมิใจที่มีคนชื่นชอบในสิ่งที่เขาคิด และยินดีที่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นได้ทำสิ่งที่รักเหมือนกัน” คุณแม่กนกวรรณกล่าวทิ้งท้าย