เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ผู้พัฒนาสมาร์ตโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในครัวเรือนจากประเทศจีน ผู้ทะยานขึ้นเป็นแชมป์มือถือยอดจำหน่ายมากที่สุดในโลก ตอกย้ำกระแสความนิยมกล้องถ่ายภาพบนมือถือชั้นยอด ด้วยเรือธงเลนส์ไลก้า
เสี่ยวหมี่ 14 อัลตร้า (Xiaomi 14 Ultra) เปิดตัวตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยทีมข่าวสดไอทีนำประสบการณ์ใช้งานระยะยาวหลายเดือนมาเล่าสู่กันฟัง
เสี่ยวหมี่ 14 อัลตร้า สมาร์ตโฟนระดับเรือธง พรีเมียมที่สุดจากทางค่าย สเป๊กแรงเหลือกินเหลือใช้ ต่อยอดเอกลักษณ์กล้องถ่ายภาพเลนส์ค่ายไลก้า เอกชนด้านกล้องชื่อก้องโลกจากเยอรมนี

ความพรีเมียมเริ่มทันทีตั้งแต่สัมผัสแรก เสี่ยวหมี่จัดเต็มด้วยวัสดุอะลูมิเนียมขอบไทเทเนียมเกรด 5 ด้านหน้าเป็นกระจกนิรภัย ด้านหลังบุหนังเทียม ให้ความรู้สึกมั่นใจทุกครั้งที่ถือในมือ ไม่ลื่นหลุด และไม่ต้องคอยเช็ดรอยนิ้ว
เรือธงจากเสี่ยวหมี่รุ่นนี้ กว้าง 75.3 ยาว 161.4 หนา 9.2 มิลลิเมตร น้ำหนักกำลังดี 224.4 กรัม ไม่หนักไม่เบาเกินไป
รุ่นแบตเตอรี่ขนาด 5,000 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง (mAh) เป็นรุ่นที่เสี่ยวหมี่นำมาจำหน่ายทั่วโลก ส่วนรุ่นขายในจีน แบตฯ ขนาด 5,300 mAh จึงหนักกว่าเล็กน้อย (229.5 กรัม) ทั้งหมดผ่านมาตรฐานกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP68 คือกันฝุ่นเข้า และกันน้ำที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร ไม่เกิน 30 นาที
ปุ่มควบคุมทั้งหมดอยู่ขอบขวา (หันจอเข้าหาผู้ใช้) กดง่าย ตอบสนองไว ไม่ให้ความรู้สึกคม พื้นผิวของปุ่มพาวเวอร์แตกต่างจากพื้นผิวปุ่มคุมระดับเสียงที่เป็นผิวเรียบ ทำให้เวลาอยู่ในที่แสงสว่างไม่พอผู้ใช้ไม่ต้องมองก็รู้ได้ทันทีว่าปุ่มใดเป็นปุ่มใด
ขอบล่างเป็นที่อยู่ของลำโพงสเตอริโอ (มีอีกช่องที่ขอบบน) ช่องชาร์จและถ่ายโอนข้อมูลแบบ USB-C พร้อมถาดใส่ซิมแบบหน้า-หลัง รองรับซิมการ์ดได้ 2 ชิ้น
คุณภาพเสียงจากลำโพงดังกระหึ่มสะใจ แนวเสียงค่อนข้างจัดจ้าน เวทีเสียงกว้าง เด่นไปทางเสียงกลางกับสูงที่บางครั้งค่อนไปทางแหลมคมและอาจกลบย่านต่ำ โดยรวมน่าพอใจ แต่หากเสี่ยวหมี่จะร่วมกับค่ายผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงมาช่วยปรับแต่งให้สมดุลกว่านี้ก็จะเลิศได้อีก
จอภาพเสี่ยวหมี่ 14 อัลตร้า เป็นจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.73 นิ้ว ความละเอียด 1,440 x 3,200 พิกเซล มีความหนาแน่นพิกเซลถึง 522 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) อัตราส่วน 20:9 กินพื้นที่ด้านหน้าร้อยละ 89.6

เกมแรงเครื่องแรงกว่า
ความสว่างสูงสุดทั่วไป 1,000 nits (typ) สูงสุดเฉพาะจุดถึง 3,000 nits (peak) สามารถมองเห็นกลางที่สว่างจ้า รองรับความถี่แบบผันแปรสูงสุดถึง 120 เฮิร์ตซ์ (Hz) รวมถึงมาตรฐานภาพแบบ Dolby Vision และ HDR10+
ขุมพลังเสี่ยวหมี่ 14 อัลตร้าเรียกได้ว่าเหลือเฟือ รองรับคอนเทนต์ได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การใช้งานทั่วไป จนถึงเกมที่ต้องใช้พลังประมวลผลขั้นสูง ด้วยชิพ Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมล้ำหน้าถึงขีดสุดระดับ 4 นาโนเมตร (nm)
ภายในมีหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียูแบบ 8 คอร์ (Octa-core) แบ่งเป็น 4 คลัสเตอร์ ได้แก่ Cortex-X4 ความถี่ 3.3 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) จำนวน 1 คอร์ Cortex-A720 ความถี่ 3.2 GHz จำนวน 3 คอร์ Cortex-A720 ความถี่ 3.0 GHz จำนวน 2 คอร์ และ Cortex-A520 ความถี่ 2.3 GHz จำนวน 2 คอร์
หน่วยประมวลผลกราฟิกรุ่น Adreno 750 มีหน่วยความจำแรม (RAM) และพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน (ROM) ให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ 12/256 กิกะไบต์ (GB) 16/512 GB และ 16 GB/1 เทร่าไบต์ (TB) ตามลำดับ
ด้วยอัตราการส่งข้อมูลใหม่ล่าสุดแบบ UFS 4.0 ที่มีแบนด์วิธสูงถึง 5,800 เมกะไบต์ต่อวินาที (MB/s) ไม่ว่าจะเป็นเกม Honkai Star Rail หรือแม้แต่ Genshin Impact ที่กราฟิกสูงสุดก็ตีแตกกระจุย
จากการทดสอบพบว่าเล่นได้นานอย่างน้อย 30 นาทีโดยไม่มีปัญหาเรื่องความร้อน ไม่โอเวอร์ฮีต ไม่ร้อนมือ ไม่มีอาการเฟรมเรตตก เรียกว่าสมศักดิ์ศรีเรือธง

Xiaomi Hyper OS
มีระบบปฏิบัติการ Xiaomi Hyper OS ซึ่งเสี่ยวหมี่พัฒนามาจาก Andriod OS (AOS) ของ Google มีลักษณะคล้ายคลึงกันและทำงานร่วมกันได้ ผู้ที่เคยใช้ AOS มารับรองว่างงไม่นาน โดยเสี่ยวหมี่รับประกันอัพเดตโอเอสได้ยาวนานถึง 4 ปี (4 เวอร์ชั่น) ถือว่ากลางๆ ถ้าเทียบกับซัมซุงที่ให้ถึง 7 ปี
การเชื่อมต่อของเรือธงรุ่นนี้ครบเครื่อง ไม่ว่าสัญญาณโทรศัพท์ 5G, WiFi 7 แบบ tri-band, Bluetooth 5.4 รองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงสำหรับนักเลงหูทองทั้งหลาย ทั้ง A2DP, LE, aptX HD, aptX Adaptive และ LHDC ช่องยิง Infrared และ NFC
แบตฯ ขนาด 5,000 mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไปพบว่าใช้งานได้ยาวนานถึง 2 วัน ชาร์จจากศูนย์ถึงร้อยละ 50 ได้ภายในเพียง 20 นาที และราว 1 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จจนเต็ม ด้วยชาร์จเจอร์ของเสี่ยวหมี่ขนาด 90 วัตต์ (ไม่ได้แถมมาให้) ซึ่งเป็นขนาดรองรับสูงสุด
แม้จะไม่เหมือนที่โฆษณาไว้ว่าชาร์จเต็ม 100% ภายใน 33 นาที แต่โดยรวมก็ถือว่าชาร์จไวกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป ส่วนแบบไร้สายรองรับขนาดสูงสุด 80W และชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์เสริมที่รองรับได้ขนาด 10W น่าเสียดายแค่ไม่แถมชาร์จเจอร์มาให้

แปลงร่างเป็นกล้อง (Photography kit)
สำหรับกล้องถ่ายภาพ ผู้ทดสอบต้องยกนิ้วให้เพราะคุณภาพที่ได้สมกับที่เสี่ยวหมี่เพียรพยายามให้เป็นจุดเด่นสุดของสมาร์ตโฟนเรือธงของค่าย พร้อมตราไลก้า สุดยอดเลนส์ของโลกที่โมดูลกลมใหญ่ยักษ์ยื่นออกมาจากด้านหลังเครื่อง พร้อมขอบเมทัลลิกสะดุดตา
เวลาถือเดินถ่ายอาจทำให้หลายคนหันมามอง สมาร์ตโฟนรุ่นไหน ทำไมถึงมโหฬารการถ่ายภาพขนาดนี้ (4 เลนส์)
ส่วนใครที่มองว่าไม่สวยอาจลองใส่เคสที่เสี่ยวหมี่แถมมาให้ เป็นเคสพลาสติกใส่แล้วดูหล่อเหลาเอาเรื่อง แต่ข้อควรระวังคือเนื่องด้วยขนาดของเลนส์ที่ใหญ่โต เวลาวางเครื่องก็ต้องวางเบาๆ หรือไม่ก็วางคว่ำหน้าจอลงจะดีที่สุด แม้กระจกหน้ากล้องจะค่อนข้างทนต่อรอยขีดข่วนก็ตามที

ภาพ 0.5x

ภาพ 1x

ภาพ 5x
สำหรับกล้องหลักของเสี่ยวหมี่ 14 อัลตร้านั้นจะเป็นเลนส์ Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (MP) เลนส์ Telephoto ความละเอียด 50 MP ซูมแท้ (Optical Zoom) 3.2x เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียด 50 MP ซูมแท้ 5x ส่วนซูมเทียม (Digital Zoom) สามารถทำได้สูงสุด 120x แต่อย่าเล่นเลย เบลอจัดๆ
ปิดท้ายด้วยเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 50 MP ส่วนการถ่ายคลิปรองรับละเอียดสุดถึง 8K ที่เฟรม 24 และ 30 เฟรมต่อวินาที (8K@24/30fps) 4K@24/30/60/120fps และ 1080p@30/60/120/240/480/960/1920fps
พร้อมระบบกันสะเทือนขั้นเทพ เดินถ่ายได้สบายๆ กล้องหน้าเป็นหลุมอยู่กลางจอที่ขอบบนสุดของเครื่อง ความละเอียด 32 MP ถ่ายคลิปได้ที่ 4K@30/60fps และ 1080p@30/60fps เซลฟี่ได้เนี้ยบทั้งกลางวันกลางคืน

ร้าน The Tall Trees
ที่ว้าวสุดๆ Photography kit ที่ซื้อแยกได้ต่างหาก ภายในจะมีเคสพิเศษ ขอบเลนส์สีว้าวๆ สายคล้องข้อมือ และกริปที่ทำหน้าที่แบตฯ เสริมขนาด 1,500 mAh พร้อมคอนโทรลสไตล์กล้องถ่ายรูป ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ถ่ายภาพ ให้ความรู้สึกเหมือนถือกล้องจริงในมือ สนนราคาที่ 6,990 บาท
ผู้ทดสอบมองว่า เสี่ยวหมี่ 14 อัลตร้ามีจุดเด่นสุดเป็นเรื่องกล้องถ่ายภาพชั้นเลิศ ทั้งเลนส์ไลก้า และซูมแท้ 5x เรียกว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดกล้องคุณภาพบนสมาร์ตโฟนก็ว่าได้

ภาพมาโคร

สวยตระการตา
นอกจากนี้ ยังมีวัสดุที่ทางค่ายบรรจงคัดสรรมาอย่างดี แบตๆ ที่ยาวนานกว่ารุ่นก่อน (ไม่มาก) จอภาพพิกเซลแน่นเอี้ยด รองรับ 2 ซิม พร้อมสเป๊กแบบแรงจัดชัดเจน
ส่วน Xiaomi 14T Pro ที่เพิ่งเปิดตัวไปมีดีกว่าตรงความถี่จอเป็น 144 Hz และชาร์จไวถึง 120 W แล้วก็รองรับ eSIM วางจำหน่ายแล้ว สนนราคาที่ 35,900 บาท (ROM 512/RAM 16 GB)
ทีมข่าวสดไอที
จันท์เกษม รุณภัย