ใครเป็นสายอาร์ตชอบเสพความงามของสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นอาคารเก่าโบราณ หรืออาคารใหม่ล้ำสมัย น่าจะตกหลุมรัก มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ไม่ยาก
วันนี้เลยจะชวนทุกคนไปเช็กอินชมความงามอาคารต่างๆ ในนิวยอร์ก
เริ่มจากตึกที่พักอาศัยเก่าแก่ที่สร้างจากอิฐแดง ซึ่งมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้เมืองนี้ดูมีเสน่ห์ไม่เบา

ห้อง Astro Hall
ที่โดดเด่นไม่แพ้ตัวอาคารคือ บันไดหนีไฟเหล็กด้านนอกอาคาร ที่เรามักจะคุ้นตากันในหนังฝรั่ง ปัจจุบันกลายเป็นไอคอนิกของนิวยอร์กไปแล้ว ขนาดนักร้องดังระดับโลก อย่างเลดี้กาก้า ยังเคยใช้วิวบันไดหนีไฟที่นี่ในการถ่ายทำมิวสิควิดีโอกันเลยทีเดียว
อาคารที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของนิวยอร์กที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาสัมผัสความงามมากกว่า 21 ล้านคน/ปี คือ แกรนด์เซ็นทรัลเทอร์มินัล (Grand Central Terminal) สถานีรถไฟศูนย์กลางของนิวยอร์กขนาดมหึมา ที่มีชานชาลาให้บริการมากถึง 44 ชานชาลา และรองรับผู้โดยสารได้วันละ 750,000 คน

บันไดหนีไฟเหล็กนอกตึกที่พัก
เมื่อเดินเข้าไปในอาคารรู้สึกเหมือนกำลังขึ้นไทม์แมชชีนโดเรมอนย้อนอดีตหลุดเข้ามาในยุคโบราณ เพราะเป็นอาคารในยุค ค.ศ.1904 อายุเก่าแก่กว่า 111 ปี ก่อสร้างขึ้นในสไตล์โบซาร์ (Beaux Arts) ผสมผสานระหว่างศิลปะนีโอคลาสสิค โกธิก และเรเนซองส์
ห้องโถงซุ้มหลังคาโค้งความสูง 38 เมตร ที่มีหน้าต่างทรงโค้งขนาดยักษ์สูง 23 เมตร จำนวน 6 บาน ประดับประดาด้วยโคมไฟโบเก้ที่ส่องแสงสีทองอ่อนๆ และภาพเขียนดาวจักรราศี บนเพดาน ทำให้ห้องดูหรูหราสง่างามเกินบรรยาย

ห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์ก
มองไปรอบๆ เห็นระเบียงบันไดหินอ่อนสีขาว ใช้เป็นทางเดินเชื่อมต่อไปสู่ชานชาลาที่สร้างเลียนแบบบันไดโรงละครโอเปราเฮาส์ ปารีส ยิ่งทำให้บรรยากาศอลังขึ้นไปอีก ขนาดบอยแบนด์ชื่อดังเกาหลีอย่างวง BTS ยังเคยเข้ามาใช้เป็นเวทีแสดงชั่วคราว
ที่สะดุดตาอีกอย่าง คือ นาฬิกาโบราณยักษ์สีทอง 4 หน้าสนนราคาแพงลิ่ว เกือบ 700 ล้านบาท ที่ตั้งอยู่เหนือบูธประชาสัมพันธ์ที่ดูเก๋กู๊ดมากๆ ปัจจุบันตรงนี้กลายเป็นจุดนัดพบของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปแล้ว

อาคารรูปร่างคล้ายปีกนกสีขาว
แหล่งอาหารสมองของเมืองซึ่งเก็บรวบรวมหนังสือกว่า 53 ล้านเล่มอย่างห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์ก (New York Public Library) ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกบนย่านหรูถนนฟิฟธ์อเวนิว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดชม

ภายในอาคารปีกนก
อาคารสีขาวสไตล์กรีก-โรมันแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1911 ด้านหน้าอาคารมีสิงโตหินอ่อน 2 ตัวนอนเฝ้าอารักขา เมื่อเดินเข้าไปด้านในจะเจอกับห้อง Astro Hall โถงต้อนรับ ขนาดใหญ่ ที่สร้างจากหินอ่อนเวอร์มอนต์ มีหน้าต่างกระจกทรงโค้งสูงราว 10 เมตรอยู่โดยรอบ ด้านข้างมีบันไดหินอ่อนซ้าย-ขวาพาเราขึ้นไปยังชั้นบน

ระเบียงบันไดหินอ่อนสีขาว
เมื่อเดินไปยังชั้น 3 สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความเรียบหรูดูขรึมของโถงที่ตกแต่งด้วยเสาแกะสลักสไตล์โรมัน และประตูโค้งที่ทำจากไม้โอ๊กสีน้ำตาลเข้ม บนเพดานมีภาพวาดเทพเจ้าโพรมีธีอุสกับมนุษย์ และลวดลายศิลปะอันวิจิตรบรรจงให้เราได้ชื่นชม
ยังมีห้องอ่านหนังสือ 2 ห้อง ห้องที่เราเข้าไป คือ Edna Barnes Salomon เป็นห้องที่ดูโล่งสบาย ตกแต่งด้วยโต๊ะ เก้าอี้ไม้ และโคมไฟเพดาน บรรยากาศอบอุ่นเหมาะแก่การอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง

ห้องอ่านหนังสือ Edna Barnes Salomon
ส่วนห้องที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุด คือ ห้องอ่านหนังสือหลักที่ชื่อว่า Rose Main Reading Room เสียดายเราไม่มีโอกาสเข้าไปชมเพราะเวลาที่จำกัด

สวนหย่อมปลูกดอกไม้ สมุนไพร พืช
อีกสถานที่หนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว้าว เมื่อได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาคือ The Met Cloisters พิพิธภัณฑ์แสดงงานศิลปะ ซึ่งเป็นสาขาย่อยของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน หรือ MET (Metropolitan Museum of Art) ที่สร้างขึ้นจากการนำชิ้นส่วน โถงทางเดิน และโบสถ์เก่า จำนวน 5 แห่ง ที่ขนข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศสเปนและฝรั่งเศส มาประกอบเป็นตัวปราสาทหินยุโรปอันแสนงดงาม ที่นี่เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี ค.ศ.1938

โถงไม้โอ๊กสีน้ำตาลเข้ม
โถงทางเดินซุ้มประตูหินสีชมพูโบราณจากช่วงศตวรรษที่ 21 ที่นำมาจากโบสถ์แซ็งต์-มิเชล-เดอ-คูซา ของฝรั่งเศส ถูกนำมาทำเป็นตัวอาคาร ตรงกลางสร้างเป็นน้ำพุและสวนหย่อมที่ปลูกดอกไม้ สมุนไพร และพืชในยุคกลางกว่า 250 สายพันธุ์ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา และชื่นชมความงาม สร้างบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบและสวยงามจริงๆ
ภายในตัวอาคารมีการจัดแสดงผลงาน ศิลปะในยุคกลางของตะวันตก เช่น ศิลปะในยุคไบแซนไทน์ โรมาเนสก์ โกธิก เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา มีทั้งภาพเขียน งานแกะสลัก งานปั้น และสมบัติเก่าแก่โบราณ

The Vessel
ที่เป็นไฮไลต์จนกลายมาเป็นภาพโปสการ์ดในร้านขายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์คือ ภาพพรมทอลายยูนิคอร์ ที่มีอายุเก่าแก่ราว 500 ปี
คราวนี้ชวนมาชมอาคารโมเดิร์นรูปร่างคล้ายปีกนกสีขาวอย่าง The Oculus ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ World Trade Center กันบ้าง อาคารนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.2016 เพื่อเป็นอาคารศูนย์กลางการขนส่งรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีมูลค่าก่อสร้างแพงที่สุดในโลก ราวๆ 1.39 แสนล้านบาท ภายในอาคารยังมีห้างสรรพสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้แวะช็อปปิ้งได้อีกด้วย

แกรนด์เซ็นทรัลเทอร์มินัล
อาคารแห่งนี้ออกแบบโดย Santiago Calatrava สถาปนิกชาวสเปน ภายในอาคารเป็นเพดานสูงโปร่ง โครงสร้างหลังคาอาคารทำจากโครงเหล็กสีขาวทับซ้อนกันอย่างสวยงาม ลักษณะคล้ายปีกนก สีขาวต้องการสื่อสารถึงที่อิสรภาพและเสรีภาพ และยังสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ ตึก World Trade Center ถล่มเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ปี ค.ศ.2001 อีกด้วย

ภาพพรมทอลายยูนิคอร์ อายุราว 500 ปี
The Vessel งานสถาปัตยกรรมกึ่งประติมากรรม อาคารบันไดวนสูง 150 ฟุต 16 ชั้น รูปร่างคล้ายรังผึ้งขนาดใหญ่ ในย่าน Hudson Yards เป็นจุดเช็กอินสุดปังที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน เพราะตัวอาคารมีความสวยงามแปลกตาด้วยโครงสร้างบันไดสีทองแดงวาววับตัดกับเหล็กโครงสร้างสีดำ ทำให้มันดูโดดเด่นชวนมองไม่น้อย
อาคารนี้ออกแบบโดย Nelson Byrd Woltz ดีไซเนอร์ ชาวอังกฤษ ก่อสร้างเสร็จและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามในปีค.ศ.2019 แต่หลังเปิดให้เข้าชมไม่ถึงปีก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาว 3 คนขึ้นไปกระโดดฆ่าตัวตาย และรายที่ 4 ก็ตามมา

โถงทางเดินซุ้มประตูหินสีชมพู
ในที่สุด The Vessel ได้ประกาศปิดตัวอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่กลางปีค.ศ.2021 มาจนถึงปัจจุบัน น่าเสียดายที่เราทำได้แค่ยืนชะเง้อดูความงามอยู่เบื้องล่างเท่านั้น
สถานที่สุดท้ายที่เรามีโอกาสแวะไปเที่ยวชม เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุดที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนิวยอร์กคือตึก The Edge ในย่าน Hudson Yards อาคารตึกสูงระฟ้าดีไซน์ทันสมัย ซึ่งเป็นแหล่งรวมของห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ตึกแห่งนี้เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ.2020

ดาดฟ้ากลางแจ้งบนตึก The Edge
ส่วนที่ฮอตที่สุดเห็นจะเป็นลานชมวิวดาดฟ้ากลางแจ้งที่สูงสุดในซีกโลกตะวันตก บนชั้นที่ 100 ของตึก ที่ออกแบบเป็นพื้นสามเหลี่ยมยื่นออกไปกลางอากาศ ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองแมนฮัตตันได้แบบ 360 องศา
ที่เป็นซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องไปถ่ายรูปคู่คือ พื้นกระจกใสของดาดฟ้าที่สามารถมองทะลุดำดิ่งไปถึงเบื้องล่างให้ความรู้สึกเสียววาบ ขาสั่นกันเลยทีเดียว
ความสวยงามของสถาปัตยกรรมในนิวยอร์ก ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิค และความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว ทำให้การเที่ยวชมอาคารบ้านเรือนของมหานครนิวยอร์กทริปนี้สุขแบบครบรสจริงๆ
มยุรี นวมมี