เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมการตลาดที่เหล่าสาวกค่ายดาวสามแฉกรอคอยกันมา ทุกปี ด้วยเพราะ ‘Mercedes-Benz Driving Events’ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การฝึกฝนให้ขับรถได้เก่งและปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
แต่ยังเพิ่มประสบการณ์การขับบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต แบบเต็มรอบ ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้สวมบทบาทเป็นนักแข่ง ควบรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ตัวแรง ที่จัดกันมาแบบไม่มียั้ง ทั้งในตระกูล AMG ตัวท็อป ตัวแต่ง ไปจนถึงรถไฟฟ้า 100% ตระกูล EQ ที่เรียกความเร็วได้ไม่ต้องรอรอบ รวมกว่า 20 รุ่น แบบไม่มีกั๊ก มีแรงเท่าไหร่ใส่ได้เต็มพิกัด

นำทีมโดย มาร์ติน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ยกระดับให้ปีนี้นอกจากลูกค้ากับสื่อมวลชนแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทีมงาน จากดีลเลอร์ได้มาร่วมเรียนรู้เพื่อนำไปบอกกล่าวกับลูกค้าถึงสมรรถนะที่แท้จริงของเมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่ละรุ่นนั้นเป็นอย่างไร
ก่อนลงสนามเพื่อประลองฝีมือ ทุกคนต้องผ่านการอบรมรวม 4 สถานี เริ่มกันที่สถานีที่ 1 Motor Khana สถานีการทดสอบที่มีสิ่งกีดขวางมากมาย ซึ่งบังคับให้ผู้ขับขี่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างความเร็ว และความปลอดภัยในการขับขี่
โดยมีหัวใจสำคัญคือการควบคุมการทรงตัวของรถ การบังคับทิศทางของพวงมาลัย การกะระยะ และจังหวะเบรก รวมถึงการเติมคันเร่งในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อฝ่าฟันทุกสิ่งกีดขวางไปได้อย่างปลอดภัยในระยะเวลาที่สั้นที่สุด สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ ได้แก่ CLE 300 4MATIC Coupe AMG Dynamic, C 220 d AMG Line, C 350 e AMG Dynamic, CLS 220 d AMG Premium, E 220 d AMG Line และ E 350 e AMG Dynamic

ต่อกันที่สถานี Brake & Avoid ทดสอบระบบเบรกและระบบความปลอดภัยของตัวรถ รวมถึงการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ท้าทายต่อผู้ขับขี่ เพื่อทำให้ผู้ขับขี่คุ้นชินกับระยะเบรกของรถ และระบบความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ
โดยแบ่งการทดสอบเป็น 2 ส่วน คือ การทดสอบเบรกทางตรง และการทดสอบเบรกแบบหักหลบสิ่งกีดขวาง ด้วยความเร็ว 80 และ 100 ก.ม./ช.ม. ตามลำดับ

ซึ่งผู้ขับขี่จะต้องอาศัยทักษะการขับขี่ รวมถึงความเร็วในการตอบสนองต่อสัญญาณไฟที่ปรากฏอยู่บนเสาสถานีเพื่อเบรกฉุกเฉินพร้อมหักหลบไปยังทิศทางที่กำหนดไว้ สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ ได้แก่ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic, GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Line และ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic

สถานีที่ 3 Drag Race จำลองการแข่งทางตรงในระยะสั้น โดยนอกจากการเร่งความเร็วแบบเต็มสูบตั้งแต่จังหวะการออกตัวเพื่อทิ้งห่างคู่แข่งเมื่อใกล้ถึงจุดที่กำหนด ผู้ขับขี่จะต้องกะระยะเบรกให้รถหยุดนิ่งในตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อชนะการแข่งขันในแต่ละรอบ สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ได้แก่ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupe, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+, Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe, Mercedes-AMG GLE 53 HYBIRD 4MATIC+ และ Mercedes-AMG SL 43

และมาจบที่สถานี Cornering สถานีการทดสอบที่เน้นทักษะการเข้าโค้งและสร้างความคุ้นเคยกับเส้นทางคดเคี้ยวในช่วงครึ่งหลังของสนามช้างฯ ซึ่งมีรูปแบบของโค้งที่หลากหลายและให้ความรู้สึกท้าทายในรูปแบบที่ต่างกัน
โดยมีเป้าหมายในการขับขี่ผ่านโค้งต่างๆ อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด ซึ่งผู้ฝึกสอนจะคอยแนะนำขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่จังหวะการเบรกก่อนเข้าโค้ง การลดรัศมีของโค้ง วิธีการมองจุดตัดยอดโค้ง จนไปถึงการหาทางออก และจังหวะการออกรถเมื่อพ้นโค้ง โดยทุกเทคนิคสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งการขับขี่บนสนามแข่ง และการขับขี่บนถนนในชีวิตประจำวัน สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในสถานีนี้ได้แก่ EQE 300, EQS 500 4MATIC SUV AMG Dynamic, EQE 350 4MATIC SUV AMG Line, EQE 350 4MATIC SUV Electric Art และ EQS 500 4MATIC AMG Premium

เมื่อฝึกฝนครบทุกสถานีแล้วได้เวลาลงขับเต็มรอบสนาม เป็นการขับขี่แบบ Full Lap ในรอบ Lead & Follow และ Racetrack Experience ซึ่งจะมีผู้ฝึกสอนเป็นผู้ขับนำ และขับขี่ตาม Racing Line ที่ถูกต้อง โดยจะมีการแบ่งกลุ่มการขับขี่เป็นกลุ่มๆ ด้วยรถที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกัน และในแต่ละรอบผู้ขับขี่จะได้สับเปลี่ยนกันขับยนตรกรรมหลากหลายรุ่น สัมผัสความแรงทุกรูปแบบในทุกพิกัดตัวถัง
ประสบการณ์จัดเต็มแบบนี้มีให้เฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เท่านั้น